ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

การตั้ง KPI ให้งานสนับสนุน (support) ที่วัดผลยาก ทำอย่างไรให้เป็นระบบ

งานสายสนับสนุน (support) อย่าง HR, บัญชี, IT, หรือธุรการมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานขององค์กร แต่เมื่อถึงเวลาตั้ง KPI กลับพบว่าผลงานของตำแหน่งเหล่านี้วัดได้ยากกว่างานสายขายหรือสายปฏิบัติการที่มีตัวเลขชัดเจน คำถามที่องค์กรต้องเผชิญจึงไม่ใช่ว่าจะประเมินหรือไม่ แต่เป็นว่าจะวัดอะไรและวัดอย่างไร

ทำไมงาน support ถึงตั้ง KPI ได้ยาก

สาเหตุหนึ่งคือ งาน support ส่งมอบผลงานในรูปของ “การทำให้สิ่งต่าง ๆ ดำเนินไปได้” มากกว่าผลลัพธ์ที่จับต้องได้โดยตรง ตัวอย่างเช่น ฝ่ายบัญชีทำงานได้ดีหมายถึงงบการเงินถูกต้อง ปิดบัญชีตรงเวลา ไม่มีข้อผิดพลาด แต่เมื่อทุกอย่างดำเนินไปปกติ จึงมองไม่เห็นชัดว่า “ทำได้มากกว่า” หรือ “ทำได้น้อยกว่า”

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความยากในการตั้ง KPI สำหรับงาน support ได้แก่:

  1. ผลงานอาจเป็นกระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้ายที่วัดเป็นตัวเลขได้
  2. ผลกระทบของงานอยู่ที่การสนับสนุนหน่วยงานอื่น วัดได้ยากโดยตรง
  3. ไม่มีเกณฑ์เปรียบเทียบที่ชัดเจนว่า “ดีกว่าเดิม” หมายความว่าอะไร

หลักคิดก่อนตั้ง KPI งาน support

แทนที่จะเริ่มด้วยคำถามว่า “วัดอะไรได้บ้าง” ให้เริ่มจากคำถามว่า “ตำแหน่งนี้ต้องส่งมอบอะไรให้กับหน่วยงานที่ตนสนับสนุน”

คำตอบอาจแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม คือสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จตามกำหนด (output) และสิ่งที่ต้องทำให้ถูกต้องหรือมีคุณภาพ (quality) เมื่อได้สองกลุ่มนี้แล้ว KPI จะมีทิศทางชัดขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งตัวเลขที่วัดได้ง่ายเพียงอย่างเดียว

อีกวิธีที่ช่วยได้คือถามหน่วยงานผู้รับบริการว่า “ต้องการอะไรจากฝ่ายนี้มากที่สุด” เพื่อให้ KPI สะท้อนความต้องการของผู้ใช้งานจริง ไม่ใช่แค่สิ่งที่ฝ่าย support คิดว่าตนเองทำได้ดี

กรอบ KPI สำหรับงาน support ที่ใช้งานได้จริง

กรอบหนึ่งที่ใช้ได้กับ KPI สำหรับงาน support คือกรอบสี่มิติร่วมกัน ได้แก่:

  1. ความตรงเวลา: งานส่งตามกำหนดหรือไม่ เช่น รายงานปิดทันกำหนด เอกสารจัดทำตามวันที่นัดหมาย
  2. ความถูกต้อง: ข้อผิดพลาดมีกี่ครั้งต่อรอบ หรือต้องแก้กลับกี่ครั้ง
  3. ความพึงพอใจของผู้รับบริการ: ประเมินจากแบบสอบถามสั้น ๆ หรือแบบสำรวจภายในรายไตรมาส
  4. การพัฒนาระบบหรือกระบวนการ: มีการปรับปรุงที่วัดได้ เช่น ลดขั้นตอน เพิ่มความแม่นยำ หรือสร้างคู่มือที่นำไปใช้ได้

ทั้งสี่มิติใช้ร่วมกันได้ น้ำหนักของแต่ละมิติขึ้นอยู่กับลักษณะงานของตำแหน่งนั้น ๆ

ตัวอย่างเชิงหลักการ — ตัวเลขสมมติ

สมมติว่าองค์กรแห่งหนึ่งตั้ง KPI สำหรับเจ้าหน้าที่ HR โดยใช้กรอบข้างต้น ตัวชี้วัดอาจมีลักษณะดังนี้:

  • ความตรงเวลา: รายงานสรุปผลการประเมินประจำไตรมาสจัดส่งภายในวันที่กำหนดทุกครั้ง
  • ความถูกต้อง: จำนวนครั้งที่ต้องแก้เอกสารสัญญาจ้างก่อนส่งลงนามไม่เกินกี่ครั้งต่อไตรมาส (ค่าเป้าหมายกำหนดตามเกณฑ์จริงขององค์กร)
  • ความพึงพอใจ: คะแนนแบบสำรวจภายในจากหัวหน้าสายงานที่ HR สนับสนุน
  • การพัฒนา: ทบทวนและปรับปรุงแบบฟอร์มหรือกระบวนการอย่างน้อยหนึ่งรายการต่อปี

ทั้งหมดนี้เป็นตัวอย่างเชิงหลักการ ค่าเป้าหมายจริงต้องกำหนดตามบริบทและทรัพยากรของแต่ละองค์กร

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในการตั้ง KPI งาน support

  • ตั้ง KPI ที่วัดปริมาณอย่างเดียว เช่น “ออกเอกสารกี่ฉบับ” โดยไม่มีมิติคุณภาพควบคู่
  • ใช้ตัวชี้วัดที่ขึ้นกับปัจจัยภายนอกล้วน ๆ เช่น จำนวนสมัครงานเข้ามาซึ่งฝ่าย HR ควบคุมได้น้อย
  • ตั้ง KPI มากเกินไปจนพนักงานไม่รู้ว่าต้องโฟกัสอะไร ควรเลือกเฉพาะตัวชี้วัดที่สำคัญจริงต่อรอบประเมิน

สรุป

การตั้ง KPI สำหรับงาน support ที่วัดผลยากควรวัดในสิ่งที่สะท้อนคุณค่าที่ตำแหน่งนั้นส่งมอบให้กับองค์กร โดยไม่ต้องวัดทุกอย่าง กรอบสี่มิติ ได้แก่ ความตรงเวลา ความถูกต้อง ความพึงพอใจ และการพัฒนา ช่วยให้เริ่มต้นได้โดยไม่ต้องพึ่งตัวเลขผลลัพธ์โดยตรงเสมอไป

หากต้องการตัวอย่างตัวชี้วัดที่เจาะจงกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดูได้ที่ KPI ฝ่ายธุรการและงานสนับสนุน ซึ่งนำกรอบนี้ไปปรับใช้กับงานเอกสาร สถานที่ และคำขอภายในโดยเฉพาะ

สำหรับองค์กรที่ต้องการออกแบบ KPI ครอบคลุมทั้งสายงาน support และสายงานหลักในระบบเดียวกัน ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) หรืออ่านเพิ่มเติมเรื่องความแตกต่างระหว่าง KPI กับ OKR เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกกรอบที่เหมาะกับองค์กร ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

งาน support อย่าง HR และบัญชีควรตั้ง KPI ด้านใดบ้าง

ใช้กรอบสี่มิติร่วมกัน ได้แก่ ความตรงเวลา ความถูกต้อง ความพึงพอใจของผู้รับบริการ และการพัฒนากระบวนการ โดยน้ำหนักของแต่ละมิติขึ้นอยู่กับลักษณะงานของตำแหน่งนั้น

ควรตั้ง KPI สำหรับงาน support กี่ตัวชี้วัดต่อรอบประเมิน

ไม่มีจำนวนตายตัว แต่ควรมีน้อยพอให้พนักงานรู้ว่าต้องโฟกัสอะไรและไม่กระจายความพยายามมากเกินไป จำนวนที่เหมาะสมขึ้นกับลักษณะงานของแต่ละตำแหน่ง

จะเริ่มต้นออกแบบ KPI งาน support อย่างไรให้ถูกทิศทาง

เริ่มจากคำถามว่าตำแหน่งนั้นต้องส่งมอบอะไรให้กับหน่วยงานที่ตนสนับสนุน แล้วแยกออกเป็นสิ่งที่ต้องทำให้เสร็จตามกำหนด (output) และสิ่งที่ต้องทำให้ถูกต้องหรือมีคุณภาพ (quality) จากนั้นควรถามหน่วยงานผู้รับบริการด้วยว่าต้องการอะไรมากที่สุด


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี