ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ตัวอย่าง KPI เชิงกลยุทธ์ธุรกิจโรงแรม: แก้ปัญหาพนักงานลาออกสูง

ปัญหาที่ซ่อนอยู่หลังตัวเลขพนักงานลาออก

ในธุรกิจโรงแรมและการบริการ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ผลกำไรหายไปโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น คือการที่แต่ละฝ่ายต่างวัดผลงานของตัวเองโดยไม่มีตัวชี้วัดร่วมกัน

ตัวอย่างเช่น โรงแรมสุวรรณภูมิ เรสซิเดนซ์ ซึ่งเป็นกรณีสมมติที่ ทริปเปิลไอ นำมาใช้ในการออกแบบระบบตัวชี้วัด เผชิญกับอัตราการลาออกของพนักงานแผนกต้อนรับและแม่บ้านสูงถึง 55% ต่อปี ส่งผลให้ต้นทุนการจ้างใหม่และฝึกอบรมสูงกว่า 2.4 ล้านบาทต่อปี ขณะที่คะแนนความพึงพอใจของผู้เข้าพักลดลงเหลือ 3.1 เต็ม 5.0 เพราะพนักงานใหม่ยังไม่ชำนาญงาน

ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่แค่ “คนลาออกมาก” แต่คือ ไม่มีฝ่ายใดรู้สึกว่าตัวเองต้องรับผิดชอบภาพรวม ฝ่ายปฏิบัติการบอกว่าคนไม่พอ ฝ่ายทรัพยากรบุคคลบอกว่าจ้างไม่ทัน ฝ่ายบัญชีไม่เห็นภาพต้นทุนแฝงจากการสูญเสียพนักงาน ทำให้ปัญหาวนซ้ำโดยไม่มีใครแก้ได้อย่างจริงจัง

ตัวอย่าง KPI Scorecard — โรงแรมสุวรรณภูมิ เรสซิเดนซ์

การกระจายตัวชี้วัดข้ามฝ่าย: ทำให้ทุกคนมีส่วนร่วม

หัวใจของกลยุทธ์การกระจายตัวชี้วัด KPI สำหรับโรงแรมสุวรรณภูมิ เรสซิเดนซ์ คือการทำให้ตัวชี้วัดสำคัญสามตัว ได้แก่ อัตราการลาออก สัดส่วนต้นทุนแรงงานต่อรายได้ และระยะเวลาเฉลี่ยในการสรรหาพนักงานทดแทน กระจายน้ำหนักไปยังทุกฝ่าย ไม่ใช่วัดเฉพาะฝ่ายทรัพยากรบุคคลเพียงฝ่ายเดียว

ฝ่ายปฏิบัติการโรงแรมซึ่งดูแลพนักงานหน้าบ้านและแม่บ้านโดยตรง ต้องรับน้ำหนัก KPI อัตราการลาออกในสัดส่วนที่สูง เพราะหัวหน้างานในแผนกนี้มีอิทธิพลโดยตรงต่อสภาพแวดล้อมการทำงานและความรู้สึกของพนักงาน เมื่อผู้จัดการปฏิบัติการรู้ว่าคะแนนการประเมินของตัวเองขึ้นอยู่กับการรักษาพนักงานไว้ได้ พฤติกรรมการดูแลทีมจะเปลี่ยนไปอย่างเป็นรูปธรรม

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลมีหน้าที่รับผิดชอบทั้งระยะเวลาเฉลี่ยในการสรรหา และการปรับสวัสดิการให้แข่งขันได้ในตลาด โดยตัวชี้วัดนี้ต้องวัดเป็นรายไตรมาสเพื่อให้เห็นแนวโน้มและปรับแผนได้ทันเวลา

ฝ่ายบัญชีและการเงินมีบทบาทสำคัญในการรายงานต้นทุนแรงงานรวม รวมถึงต้นทุนแฝงที่เกิดจากการลาออก เช่น ค่าล่วงเวลา ค่าใช้จ่ายในการประกาศรับสมัคร และค่าฝึกอบรม ข้อมูลที่โปร่งใสนี้ทำให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมที่แท้จริงและตัดสินใจลงทุนด้านการรักษาพนักงานได้อย่างมีเหตุผล

ฝ่ายการตลาดและช่องทางจอง รวมถึงฝ่ายขายและลูกค้าสัมพันธ์ มี KPI ที่เชื่อมโยงกับคะแนนความพึงพอใจของผู้เข้าพักและอัตราการกลับมาใช้บริการซ้ำ ซึ่งทั้งสองตัวนี้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากคุณภาพการบริการ ดังนั้นฝ่ายเหล่านี้จึงมีแรงจูงใจในการสนับสนุนให้ทีมปฏิบัติการมีเสถียรภาพด้านกำลังคน

ฝ่ายจัดซื้อและคลังสินค้ามีส่วนในตัวชี้วัดด้านต้นทุนรวมและประสิทธิภาพการจัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่รองรับการทำงานของพนักงาน เพื่อไม่ให้ข้อจำกัดด้านทรัพยากรกลายเป็นปัจจัยเพิ่มความเครียดในการทำงาน

ผลลัพธ์ที่คาดหวังเมื่อระบบตัวชี้วัดทำงานครบ 12 เดือน

เมื่อระบบ KPI ที่ออกแบบนี้บังคับใช้อย่างจริงจัง คาดการณ์ว่าอัตราการลาออกจะลดลงจาก 55% เหลือต่ำกว่า 20% คะแนนความพึงพอใจของผู้เข้าพักจะฟื้นกลับสู่ระดับ 4.2 เต็ม 5.0 และสัดส่วนต้นทุนแรงงานรวมจะลดลงสู่เป้าหมายที่ 30% ของรายได้ ส่งผลให้โรงแรมสามารถทำรายได้ตามเป้าหมาย 120 ล้านบาทต่อปีพร้อมกับรักษาคุณภาพบริการไว้ได้อย่างยั่งยืน

ประโยชน์ที่มองข้ามไม่ได้คือการที่ทุกฝ่ายเริ่ม “คุยภาษาเดียวกัน” ผ่านตัวชี้วัดร่วม ซึ่งช่วยลดการโยนความรับผิดชอบระหว่างฝ่ายและสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่มุ่งแก้ปัญหาร่วมกัน

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบระบบตัวชี้วัด

หากองค์กรของคุณอยู่ในธุรกิจโรงแรมหรือการบริการ และกำลังเผชิญกับปัญหาพนักงานลาออกสูง ต้นทุนแรงงานเกินเป้า หรือคะแนนบริการที่ไม่เป็นไปตามที่ต้องการ ทริปเปิลไอ เอชอาร์ ที่ปรึกษา พร้อมให้คำปรึกษาในการออกแบบระบบ KPI ที่เหมาะกับโครงสร้างและเป้าหมายของธุรกิจคุณโดยเฉพาะ ติดต่อทีมงานได้ที่ ทริปเปิลไอเอชอาร์ดอทคอม

คำถามที่พบบ่อย

KPI สำหรับธุรกิจโรงแรมควรวัดอะไรบ้าง?

KPI ที่สำคัญสำหรับธุรกิจโรงแรม ได้แก่ อัตราการลาออกของพนักงาน (Turnover Rate), คะแนนความพึงพอใจของผู้เข้าพัก, สัดส่วนต้นทุนแรงงานต่อรายได้, และระยะเวลาเฉลี่ยในการสรรหาพนักงานทดแทน โดยควรออกแบบให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ไม่ใช่วัดเฉพาะฝ่ายทรัพยากรบุคคลเท่านั้น

วิธีลด Turnover ของพนักงานโรงแรมทำอย่างไร?

แนวทางที่ได้ผลคือการกระจายความรับผิดชอบด้านอัตราการลาออกไปยังทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล ฝ่ายปฏิบัติการต้องดูแลสภาพแวดล้อมการทำงาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องปรับสวัสดิการให้แข่งขันได้ และฝ่ายบัญชีต้องเปิดเผยข้อมูลต้นทุนแฝงจากการลาออกอย่างโปร่งใส

KPI Cascading คืออะไร และใช้กับโรงแรมได้อย่างไร?

KPI Cascading คือการกระจาย KPI ระดับองค์กรลงสู่ระดับฝ่ายและระดับบุคคล โดยให้แต่ละฝ่ายมีส่วนในตัวชี้วัดร่วมกัน สำหรับโรงแรม เช่น ตัวชี้วัดอัตราการลาออกจะถูกแบ่งน้ำหนักให้ทั้งฝ่ายปฏิบัติการ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล และฝ่ายบัญชี เพื่อสร้างแรงจูงใจร่วมในการแก้ปัญหา

ต้นทุนที่แท้จริงของการที่พนักงานโรงแรมลาออกสูงคือเท่าไร?

ต้นทุนการลาออกของพนักงานโรงแรมครอบคลุมทั้งค่าโฆษณาประกาศรับสมัคร ค่าฝึกอบรมพนักงานใหม่ ค่าล่วงเวลาของพนักงานเดิมที่ต้องแบกงานเพิ่ม และต้นทุนแฝงจากคุณภาพบริการที่ลดลงในช่วงเปลี่ยนผ่าน ซึ่งโดยรวมอาจสูงถึง 50-150% ของค่าจ้างรายปีต่อตำแหน่ง


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี