ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

Smart JD กับ JD แบบเดิม ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

Smart JD กับ Job Description แบบเดิมต่างกันที่แนวคิดพื้นฐาน JD แบบเดิมเน้นบอกว่าตำแหน่งต้องทำอะไรเป็นรายการหน้าที่ ส่วน Smart JD เน้นบอกว่าตำแหน่งต้องส่งมอบผลลัพธ์อะไรพร้อมตัวชี้วัดที่วัดได้ ความต่างนี้ส่งผลต่อทุกการใช้งานต่อเนื่อง ตั้งแต่การประเมินผล การพัฒนาบุคลากร ไปจนถึงการกำหนดค่าตอบแทน บทความนี้เปรียบเทียบสองแนวทางในเชิงปฏิบัติเพื่อให้ HR ตัดสินใจได้ว่าควรใช้แบบไหน

ความต่างด้านวิธีเขียน

JD แบบเดิมมักเขียนเป็นรายการกิจกรรมที่ขึ้นต้นด้วยคำกริยา เช่น “จัดทำ” “ดูแล” “ประสานงาน” โดยไม่ได้ระบุว่าผลลัพธ์ที่ดีคืออะไร ทำให้เอกสารบอกขอบเขตงานได้ แต่บอกมาตรฐานความสำเร็จไม่ได้

Smart JD เพิ่มมิติของผลลัพธ์เข้าไป โดยแต่ละความรับผิดชอบหลักจะมาพร้อมผลลัพธ์ที่คาดหวังและตัวชี้วัด การเขียนแบบนี้บังคับให้ผู้ออกแบบ JD ต้องคิดตั้งแต่ต้นว่าตำแหน่งนี้มีไว้เพื่ออะไรในเชิงผลลัพธ์ ไม่ใช่แค่รวบรวมงานที่คนในตำแหน่งทำอยู่

ความต่างด้านการวัดผล

จุดนี้คือความต่างที่ส่งผลมากที่สุดในทางปฏิบัติ

ประเด็นJD แบบเดิมSmart JD
เกณฑ์ประเมินขึ้นกับดุลยพินิจผู้ประเมินอ้างอิงตัวชี้วัดที่กำหนดไว้
ความเป็นธรรมต่างคนต่างตีความมีมาตรฐานเดียวกัน
ความเข้าใจของพนักงานไม่รู้ว่าต้องทำดีแค่ไหนรู้ว่าผลลัพธ์ที่คาดหวังคืออะไร
การเชื่อมกับค่าตอบแทนเชื่อมได้ยากเชื่อมผ่านระดับงานและผลงาน

เมื่อ JD ไม่มีตัวชี้วัด การประเมินผลจะอิงความรู้สึก ซึ่งเปิดช่องให้เกิดอคติและความไม่สม่ำเสมอระหว่างผู้ประเมินแต่ละคน Smart JD ลดปัญหานี้ด้วยการกำหนดผลลัพธ์ที่คาดหวังไว้ล่วงหน้า

ความต่างด้านการใช้งานต่อเนื่อง

JD แบบเดิมมักจบบทบาทหลังการรับสมัคร เมื่อรับคนเข้าทำงานแล้ว เอกสารก็ถูกเก็บเข้าแฟ้มและแทบไม่ได้หยิบมาใช้อีก

Smart JD ออกแบบมาให้ใช้ได้ตลอดวงจรการจ้างงาน นิยามตำแหน่งชุดเดียวกันถูกใช้ในการสรรหา การกำหนดเป้าหมายรายปี การประเมินผล และการออกแบบแผนพัฒนา การเชื่อมโยงนี้ทำให้องค์กรไม่ต้องสร้างเกณฑ์ใหม่ในแต่ละกระบวนการ ลดความซ้ำซ้อนและความไม่สอดคล้องกัน หากต้องการเข้าใจว่าระบบประเมินผลและค่าตอบแทนควรอ้างอิงนิยามตำแหน่งชุดเดียวกันอย่างไร อ่านเพิ่มได้ที่บทความทำไมต้องออกแบบโครงสร้างเงินเดือนและระบบประเมินผลพร้อมกัน

แล้วองค์กรควรเลือกแบบไหน

คำตอบขึ้นอยู่กับสิ่งที่องค์กรต้องการใช้ JD ทำ หากต้องการเพียงเอกสารประกอบการประกาศรับสมัคร JD แบบเดิมก็เพียงพอ แต่หากต้องการให้ JD เป็นรากฐานของระบบประเมินผลและการพัฒนาคน Smart JD เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า

ในทางปฏิบัติ องค์กรส่วนใหญ่ที่ลงทุนทำ JD ใหม่มักเลือกแนวทาง Smart JD เพราะส่วนต่างของความพยายามไม่มาก แต่ได้เครื่องมือที่ใช้งานต่อได้อีกหลายกระบวนการ ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจ ได้แก่

  • องค์กรกำลังจะวางหรือปรับปรุงระบบประเมินผลหรือไม่
  • มีแผนออกแบบโครงสร้างเงินเดือนที่ต้องอ้างอิงระดับงานหรือไม่
  • การประเมินผลที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องความเป็นธรรมและเกณฑ์ที่ไม่ชัดเจนหรือไม่

หากคำตอบส่วนใหญ่คือใช่ การยกระดับไปสู่ Smart JD จะคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

การเปลี่ยนผ่านจาก JD เดิมสู่ Smart JD

องค์กรที่มี JD อยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเขียนใหม่ทั้งหมดในคราวเดียว แนวทางที่ปฏิบัติได้คือเริ่มจากตำแหน่งสำคัญหรือตำแหน่งที่มีปัญหาเรื่องการประเมินก่อน แล้วค่อยขยายไปยังตำแหน่งอื่น โดยในแต่ละตำแหน่งให้เพิ่มส่วนผลลัพธ์ที่คาดหวังและตัวชี้วัด ปรับความรับผิดชอบให้เชื่อมกับเป้าหมายของฝ่าย และทบทวนความสามารถที่ตำแหน่งต้องการ

สรุป

ความต่างระหว่าง Smart JD กับ JD แบบเดิมไม่ได้อยู่ที่รูปแบบเอกสาร แต่อยู่ที่ว่า JD นั้นใช้บริหารคนต่อได้หรือไม่ Smart JD เน้นผลลัพธ์ที่วัดได้และเชื่อมกับระบบ HR อื่น จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการระบบประเมินผลที่เป็นธรรมและการพัฒนาคนที่ตรงจุด

หากองค์กรของคุณกำลังพิจารณายกระดับ JD เดิม สามารถศึกษาแนวทาง Smart JD เพิ่มเติม หรือนัดคุยกับทีมที่ปรึกษาของ Triple I HR Consulting เพื่อประเมินจุดเริ่มต้นที่เหมาะกับองค์กร

คำถามที่พบบ่อย

Smart JD กับ JD แบบเดิมต่างกันที่จุดไหนมากที่สุด

จุดต่างที่สำคัญที่สุดคือ JD แบบเดิมเน้นรายการหน้าที่ที่ต้องทำ ส่วน Smart JD เน้นผลลัพธ์ที่ต้องส่งมอบพร้อมตัวชี้วัดที่วัดได้ ความต่างนี้ทำให้ Smart JD ใช้เป็นเกณฑ์ประเมินผลและออกแบบแผนพัฒนาบุคลากรได้ ในขณะที่ JD แบบเดิมมักทำได้แค่ประกอบการรับสมัคร

ถ้าองค์กรมี JD แบบเดิมอยู่แล้ว ต้องเขียนใหม่ทั้งหมดไหม

ไม่จำเป็นต้องทิ้งของเดิมทั้งหมด องค์กรสามารถยกระดับ JD เดิมเป็น Smart JD ได้โดยเพิ่มส่วนผลลัพธ์ที่คาดหวังและตัวชี้วัด ปรับให้เชื่อมกับเป้าหมายของฝ่าย และทบทวนความสามารถที่ตำแหน่งต้องการ มักเริ่มจากตำแหน่งสำคัญก่อนแล้วค่อยขยาย

Smart JD เหมาะกับองค์กรขนาดเล็กไหม

เหมาะ เพราะองค์กรขนาดเล็กที่ทรัพยากรจำกัดได้ประโยชน์มากจากการมีนิยามตำแหน่งที่ชัดเจนและวัดผลได้ ช่วยลดความสับสนเรื่องขอบเขตงานและทำให้การประเมินผลเป็นธรรมตั้งแต่ยังมีพนักงานไม่มาก


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี