MBO กับ KPI ต่างกันอย่างไร เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับองค์กร
คำถามหนึ่งในช่วงวางระบบประเมินผลคือ “ควรใช้ MBO หรือ KPI” บางครั้งคำถามนี้ตั้งอยู่บนความเชื่อว่าสองแนวทางแข่งขันกัน แต่ในทางปฏิบัติทั้งสองมีจุดประสงค์ที่ต่างกันชัดเจน และสามารถใช้ร่วมกันได้
บทความนี้อธิบายว่า MBO คืออะไร แตกต่างจาก KPI อย่างไร และควรพิจารณาอย่างไรในการเลือกให้เหมาะกับลักษณะงานและองค์กร
MBO คืออะไร
MBO ย่อมาจาก Management by Objectives หรือ “การบริหารด้วยเป้าหมาย” แนวคิดนี้เสนอโดย Peter Drucker ในช่วงทศวรรษที่ 1950 และยังเป็นกรอบที่องค์กรบางแห่งใช้อยู่
หลักการของ MBO คือผู้บังคับบัญชาและพนักงานตั้งเป้าหมายร่วมกันในช่วงต้นรอบประเมิน โดยเป้าหมายเหล่านั้นเชื่อมกับเป้าหมายขององค์กร ปลายรอบจึงประเมินว่าพนักงานบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกันนั้นหรือไม่ และในระดับใด ผลงานใน MBO จึงวัดจากเป้าที่ตกลงกันไว้
KPI คืออะไรในบริบทนี้
KPI หรือ Key Performance Indicators คือตัวชี้วัดผลงานหลักที่องค์กรกำหนดไว้ล่วงหน้า และพนักงานต้องทำผลงานให้ถึงค่าเป้าหมายของแต่ละตัวชี้วัด
ความต่างพื้นฐานจาก MBO คือ KPI อาจกำหนดโดยองค์กรหรือฝ่ายก่อน แล้วกระจายลงสู่พนักงาน และเป็นตัวเลขที่วัดได้ชัดเจนกว่า เช่น ยอดขาย อัตราข้อผิดพลาด หรือเวลาตอบสนองลูกค้า
ความแตกต่างหลักระหว่าง MBO กับ KPI
| ด้าน | MBO | KPI |
|---|---|---|
| จุดเริ่มต้น | ตั้งเป้าร่วมกันระหว่างหัวหน้าและพนักงาน | กำหนดจากองค์กรหรือฝ่าย |
| ลักษณะเป้าหมาย | เป้าหมายเชิงผลลัพธ์ที่อาจมีหลายมิติ | ตัวชี้วัดที่วัดได้เป็นตัวเลขชัดเจน |
| ความยืดหยุ่น | ปรับได้ตามสถานการณ์ของแต่ละคน | อาจคงที่ตลอดรอบ |
| เหมาะกับงาน | งานที่ผลงานวัดเป็นตัวเลขตรง ๆ ยาก | งานที่มีตัวชี้วัดชัดเจน |
เมื่อไรควรใช้ MBO
MBO อาจเหมาะกับสถานการณ์เหล่านี้:
- ตำแหน่งที่ผลงานวัดเป็นตัวเลขตรง ๆ ได้ยาก เช่น ผู้จัดการโครงการ หรือฝ่ายพัฒนาองค์กร
- งานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับเป้าตามสถานการณ์ระหว่างปี
- องค์กรที่ต้องการส่งเสริมความเป็นเจ้าของเป้าหมายในตัวพนักงาน
- ตำแหน่งระดับจัดการที่ผลลัพธ์เป็นเรื่องของทิศทางและการตัดสินใจ ไม่ใช่การทำงานรายวัน
เมื่อไรควรใช้ KPI
KPI อาจเหมาะกับสถานการณ์เหล่านี้:
- ตำแหน่งที่มีตัวชี้วัดชัดเจนและวัดได้สม่ำเสมอ เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต หรือศูนย์บริการลูกค้า (call center)
- เมื่อองค์กรต้องการตรวจสอบสุขภาพการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ
- เมื่อมีข้อมูลพร้อมสนับสนุนการวัดผลอย่างต่อเนื่อง
- ตำแหน่งที่ความสม่ำเสมอของผลงานสำคัญกว่าความสามารถปรับทิศทาง
การใช้ทั้งสองร่วมกัน
ในทางปฏิบัติองค์กรใช้ทั้งสองร่วมกันในระบบเดียวได้ ตัวอย่างเชิงหลักการ: สมมติว่าพนักงานขายมี KPI ด้านยอดขายเป็นตัวชี้วัดหลัก และมี MBO เพิ่มเติมสำหรับเป้าหมายพัฒนาทักษะหรือการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่วัดเป็นตัวเลขตรง ๆ ยากกว่า การผสมนี้ช่วยให้ระบบประเมินครอบคลุมทั้งมิติที่วัดได้ชัดและมิติที่ต้องการบริบท
สำหรับการอ่านเปรียบเทียบกรอบประเมินผลงานในมิติที่กว้างขึ้น รวมถึง OKR ดูได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร
สรุป
MBO และ KPI เป็นเครื่องมือที่มีจุดแข็งต่างกัน การเลือกใช้ควรเริ่มจากคำถามว่าตำแหน่งนั้นควรวัดผลงานในมิติใด แล้วจึงเลือกกรอบที่รองรับการวัดนั้นได้ดีที่สุด
หากองค์กรของคุณกำลังออกแบบหรือปรับระบบประเมินผลให้เหมาะกับลักษณะงานที่หลากหลาย ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
MBO กับ KPI ต่างกันอย่างไร
MBO คือการตั้งเป้าหมายร่วมกันระหว่างหัวหน้าและพนักงาน โดยเน้นเป้าหมายเชิงผลลัพธ์ที่มีความยืดหยุ่น ขณะที่ KPI คือตัวชี้วัดที่องค์กรกำหนดจากบนลงล่าง วัดเป็นตัวเลขได้ชัดเจน และอาจคงที่ตลอดรอบประเมิน
ควรเลือกใช้ MBO เมื่อไร
MBO เหมาะกับตำแหน่งที่วัดผลงานเป็นตัวเลขตรง ๆ ได้ยาก เช่น ผู้จัดการโครงการหรือฝ่ายพัฒนาองค์กร หรืองานที่ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับเป้าระหว่างปี และตำแหน่งที่ต้องการส่งเสริมความเป็นเจ้าของเป้าหมายในตัวพนักงาน
ควรเลือกใช้ KPI เมื่อไร
KPI เหมาะกับตำแหน่งที่มีตัวชี้วัดชัดเจนและวัดได้สม่ำเสมอ เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายผลิต หรือศูนย์บริการลูกค้า (call center) รวมถึงเมื่อองค์กรมีข้อมูลพร้อมสนับสนุนการวัดผลอย่างต่อเนื่อง
สามารถใช้ MBO และ KPI ร่วมกันได้หรือไม่
ได้ องค์กรสามารถใช้ทั้งสองร่วมกันในระบบเดียว เช่น พนักงานขายอาจมี KPI ด้านยอดขายเป็นตัวชี้วัดหลัก และมี MBO เพิ่มเติมสำหรับเป้าหมายพัฒนาทักษะหรือการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ที่วัดเป็นตัวเลขตรง ๆ ยากกว่า
MBO มีที่มาจากที่ใด
MBO ย่อมาจาก Management by Objectives หรือการบริหารด้วยเป้าหมาย แนวคิดนี้เสนอโดย Peter Drucker ในช่วงทศวรรษที่ 1950 และยังเป็นกรอบที่องค์กรบางแห่งใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่โดย
Triple I HR Consultingทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description