ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

พยากรณ์ต้นทุนกำลังคน: วิธีวางแผนงบประมาณคนทีละขั้น

การพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนทำได้โดยนำข้อมูลต้นทุนปัจจุบันมาตั้งสมมติฐานการเปลี่ยนแปลง สร้างแบบจำลองหลายสถานการณ์ แล้วเชื่อมผลลัพธ์กับตัวชี้วัดผลการดำเนินงาน เพื่อให้ฝ่ายบริหารตัดสินใจเรื่องกำลังคนบนฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่การประมาณการที่ขาดหลักอ้างอิง กระบวนการนี้ไม่ต้องการซอฟต์แวร์ราคาแพง แต่ต้องการความละเอียดในการรวบรวมข้อมูลและความโปร่งใสในการตั้งสมมติฐาน

ในหลายองค์กรไทย ต้นทุนบุคลากรเป็นหมวดค่าใช้จ่ายที่มีสัดส่วนสูงที่สุดในงบประมาณ การวางแผนต้นทุนกำลังคนโดยไม่มีกระบวนการพยากรณ์ที่เป็นระบบจึงเสี่ยงต่อการเกินงบประมาณ การขาดแคลนกำลังคนกะทันหัน หรือการตัดสินใจจ้างงานที่ไม่สอดคล้องกับแผนธุรกิจ


ต้นทุนกำลังคนประกอบด้วยอะไรบ้าง

ก่อนเริ่มพยากรณ์ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าต้นทุนกำลังคนครอบคลุมรายการใดบ้าง เพราะหลายองค์กรมองแค่เงินเดือนแล้วพลาดต้นทุนส่วนอื่นที่มีนัยสำคัญ

รายการต้นทุนที่ควรรวมในการพยากรณ์แบ่งได้เป็นสามกลุ่มหลัก

กลุ่มแรกคือ ต้นทุนตายตัวรายเดือน ได้แก่ เงินเดือนฐาน เงินเดือนผู้บริหาร และเงินเดือนพนักงานชั่วคราวที่มีสัญญาระยะยาว

กลุ่มที่สองคือ เงินสมทบภาคบังคับและสวัสดิการ ได้แก่ เงินสมทบประกันสังคมฝั่งนายจ้าง เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ถ้ามี) ค่าประกันสุขภาพกลุ่ม และสวัสดิการอื่นที่กำหนดไว้ในระเบียบบริษัท

กลุ่มที่สามคือ ต้นทุนที่ผันแปรและไม่ประจำ ได้แก่ โบนัสประจำปีและโบนัสตามผลงาน ค่าล่วงเวลา ต้นทุนการสรรหา (ค่าประกาศรับสมัคร ค่าบริษัทจัดหางาน) และต้นทุนการฝึกอบรม

การพยากรณ์ที่ดีต้องครอบคลุมทั้งสามกลุ่ม เพราะในทางปฏิบัติกลุ่มที่สองและสามอาจรวมกันคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากเมื่อเทียบกับเงินเดือนฐาน ขึ้นอยู่กับโครงสร้างสวัสดิการของแต่ละองค์กร


ทำไมการตั้งสมมติฐานที่โปร่งใสจึงสำคัญกว่าความแม่นยำในการพยากรณ์

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนไม่ใช่การคำนวณผิด แต่คือการตั้งสมมติฐานที่ไม่ชัดเจนหรือไม่บันทึกไว้ เมื่อตัวเลขจริงต่างจากที่พยากรณ์ จึงไม่สามารถหาสาเหตุและเรียนรู้ได้

สมมติฐานหลักที่ต้องกำหนดให้ชัดเจน ได้แก่

อัตราการปรับเงินเดือน ควรระบุว่าใช้อัตราเดียวทั่วองค์กรหรือต่างกันตามระดับ และมีฐานอ้างอิงจากผลการประเมินผลงาน นโยบายกรรมการ หรือข้อมูลตลาด

อัตราการลาออก ควรแยกตามหน่วยธุรกิจหรือตำแหน่งงานที่มีความเสี่ยงต่างกัน เพราะอัตราการลาออกของพนักงานระดับล่างและผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางมักแตกต่างกันมาก

แผนการจ้างงานใหม่ ควรระบุว่าอ้างอิงจากแผนธุรกิจฉบับใด และมีความน่าจะเป็นสูงแค่ไหนที่แผนนั้นจะเป็นจริง

การเปลี่ยนแปลงนโยบาย เช่น แผนปรับโครงสร้างเงินเดือน การเพิ่มหรือลดสวัสดิการ หรือการเปลี่ยนอัตราเงินสมทบกองทุน

เมื่อสมมติฐานชัดเจน การทบทวนหลังจากปิดงบไตรมาสก็สามารถบอกได้ว่าความต่างที่เกิดขึ้นมาจากสมมติฐานข้อใด ช่วยให้การพยากรณ์รอบถัดไปแม่นยำขึ้นและ HR สามารถสื่อสารกับฝ่ายการเงินได้อย่างมีน้ำหนัก


จะสร้างสถานการณ์จำลองต้นทุนกำลังคนอย่างไรให้ผู้บริหารใช้ตัดสินใจได้จริง

สถานการณ์จำลองมีประโยชน์สูงสุดเมื่อออกแบบมาให้ตอบคำถามที่ผู้บริหารต้องตัดสินใจจริง ไม่ใช่แค่แสดงตัวเลขสามชุดโดยไม่มีบริบท

โครงสร้างที่ใช้ได้ผลในทางปฏิบัติมักประกอบด้วยสามสถานการณ์

สถานการณ์ขยายตัว ตั้งสมมติฐานว่าธุรกิจเติบโตตามเป้าหรือเกินเป้า ต้องการกำลังคนเพิ่มและอัตราการลาออกต่ำกว่าปกติ คำถามที่ตอบได้คือ “ถ้าเราจ้างเพิ่มตามแผน ต้นทุนรวมจะสูงถึงระดับไหน”

สถานการณ์ฐาน ใช้สมมติฐานที่น่าจะเกิดขึ้นมากที่สุดบนข้อมูลปัจจุบัน เป็นตัวเลขที่ใช้ในการจัดสรรงบประมาณ

สถานการณ์ควบคุมต้นทุน ตั้งสมมติฐานว่ารายได้ต่ำกว่าคาด ต้องชะลอการจ้างงาน ลดโบนัส หรือทบทวนโครงสร้างบางส่วน คำถามที่ตอบได้คือ “ถ้าต้องลดต้นทุนบุคลากร X% จะมีทางเลือกอะไรบ้างและแต่ละทางส่งผลอย่างไร”

การนำเสนอสามสถานการณ์พร้อมกันช่วยให้ผู้บริหารเห็นขอบเขตของความเป็นไปได้และตัดสินใจได้เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปจากแผน

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ค่าแนะนำ: หากองค์กรหนึ่งมีพนักงาน 200 คน เงินเดือนเฉลี่ย 35,000 บาท/เดือน ต้นทุนเงินเดือนฐานรวมอยู่ที่ 7 ล้านบาท/เดือน เมื่อรวมสวัสดิการและเงินสมทบต่าง ๆ ต้นทุนรวมต่อเดือนจะสูงกว่านั้นอย่างมีนัยสำคัญ สถานการณ์ขยายตัวที่จ้างเพิ่ม 20 คนจึงไม่ใช่แค่เงินเดือน 20 คน แต่รวมต้นทุนแฝงทั้งหมดด้วย


ต้นทุนกำลังคนควรเชื่อมกับตัวชี้วัดผลงานอย่างไร

การพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนจะมีคุณค่าเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อนำไปเชื่อมกับตัวชี้วัดผลการดำเนินงานขององค์กร เพราะช่วยให้ HR สื่อสารกับฝ่ายการเงินและผู้บริหารได้ในภาษาเดียวกัน

ตัวชี้วัดที่มักใช้เชื่อมกัน ได้แก่

สัดส่วนต้นทุนบุคลากรต่อรายได้ เป็นตัวเลขที่ฝ่ายการเงินใส่ใจเสมอ การพยากรณ์ที่ดีควรแสดงว่าสัดส่วนนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละสถานการณ์

ต้นทุนต่อหัวเทียบกับผลผลิต ช่วยประเมินว่าการลงทุนด้านกำลังคนให้ผลตอบแทนอย่างไร และหน่วยธุรกิจใดมีประสิทธิภาพสูงหรือต่ำกว่าเกณฑ์

ต้นทุนสรรหาต่อการจ้างงานสำเร็จหนึ่งคน ช่วยวางแผนงบประมาณสรรหาเมื่อมีแผนขยายกำลังคน

การออกแบบระบบประเมินผลที่เชื่อมโยงเป้าหมายองค์กรกับผลงานบุคคลเป็นฐานสำคัญที่ทำให้ตัวชี้วัดเหล่านี้มีความหมาย ระบบ SPMS ของ Triple I ช่วยออกแบบกระบวนการประเมินผลและเชื่อมโยงผลงานกับโครงสร้างค่าตอบแทนได้อย่างเป็นระบบ สำหรับองค์กรที่ต้องการทำความเข้าใจโครงสร้างเงินเดือนเป็นฐานก่อนพยากรณ์ต้นทุน บทความ โครงสร้างเงินเดือนคืออะไร อธิบายหลักการและองค์ประกอบที่ต้องรู้ไว้


เครื่องมืออะไรที่ใช้ในการพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนได้จริงในองค์กรไทย

องค์กรที่ยังไม่มีระบบ HRIS ขนาดใหญ่สามารถเริ่มพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนได้ด้วยตารางคำนวณที่ออกแบบมาดี โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนซอฟต์แวร์ราคาสูงตั้งแต่ต้น

โครงสร้างตารางคำนวณที่ใช้งานได้จริงควรมีอย่างน้อยสามส่วน ได้แก่ ตารางหลักข้อมูลพนักงานปัจจุบันแยกรายบุคคลพร้อมต้นทุนทุกรายการ ตารางสมมติฐานที่แก้ไขได้ในที่เดียว (เมื่อเปลี่ยนสมมติฐาน ตัวเลขทั้งหมดอัปเดตตาม) และตารางสรุปรายเดือนหรือรายไตรมาสแยกตามหน่วยธุรกิจ

เมื่อองค์กรเริ่มมีข้อมูลสะสมหลายปี การนำข้อมูลเข้าระบบ HRIS ที่รองรับการวิเคราะห์ข้อมูลกำลังคนจะช่วยเพิ่มความเร็วและลดความเสี่ยงจากการป้อนข้อมูลด้วยมือ แต่คุณภาพของการพยากรณ์ขึ้นอยู่กับความถูกต้องของข้อมูลและความชัดเจนของสมมติฐาน ไม่ใช่ความซับซ้อนของเครื่องมือ


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนและวิธีหลีกเลี่ยง

ลืมรวมต้นทุนที่มองไม่เห็น เช่น ต้นทุนสรรหา ต้นทุนการฝึกอบรมพนักงานใหม่ และต้นทุนความไม่ต่อเนื่องเมื่อพนักงานลาออก รายการเหล่านี้มีผลต่อตัวเลขจริงอย่างมีนัยสำคัญและมักไม่ถูกรวมในการประมาณการเบื้องต้น

ใช้สมมติฐานเดียวกันสำหรับทุกหน่วยงาน ทั้งที่แต่ละหน่วยธุรกิจอาจมีอัตราการลาออก แผนการจ้าง และโครงสร้างต้นทุนที่ต่างกันมาก การพยากรณ์ที่รวมทุกอย่างเป็นตัวเลขเดียวจึงซ่อนความแตกต่างที่สำคัญ

ไม่ทบทวนสมมติฐานหลังปิดงบ ทำให้ความคลาดเคลื่อนสะสมรอบต่อรอบโดยไม่ได้เรียนรู้ว่าสมมติฐานข้อใดคลาดเคลื่อนและเพราะเหตุใด

พยากรณ์อยู่ในฟองสบู่ HR โดยไม่ตรวจสอบกับแผนธุรกิจล่าสุด การพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนที่มีคุณค่าต้องสะท้อนทิศทางธุรกิจ ไม่ใช่แค่คาดการณ์จากข้อมูลในอดีตอย่างเดียว


หากองค์กรกำลังวางแผนระบบบริหารผลการปฏิบัติงานที่เชื่อมโยงกับการวางแผนต้นทุนกำลังคนได้อย่างเป็นระบบ ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมช่วยออกแบบกระบวนการที่เหมาะกับบริบทขององค์กร นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

พยากรณ์ต้นทุนกำลังคนคืออะไร

การพยากรณ์ต้นทุนกำลังคน คือกระบวนการประมาณการค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรในช่วงเวลาล่วงหน้า ครอบคลุมทั้งเงินเดือน สวัสดิการ และต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับกำลังคน เพื่อให้องค์กรวางแผนงบประมาณและตัดสินใจเรื่องการจ้างงานได้บนฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่การประมาณการแบบผิวเผิน

ข้อมูลอะไรบ้างที่ต้องใช้ในการพยากรณ์ต้นทุนกำลังคน

ข้อมูลหลักที่ต้องใช้ประกอบด้วยอัตราเงินเดือนปัจจุบันแยกรายตำแหน่งและระดับ ข้อมูลสวัสดิการและเงินสมทบนายจ้าง อัตราการลาออกและการสรรหาในอดีต แผนการจ้างงานหรือลดกำลังคนตามแผนธุรกิจ และนโยบายการปรับเงินเดือนประจำปีขององค์กร

ต้นทุนกำลังคนประกอบด้วยอะไรบ้าง นอกจากเงินเดือน

ต้นทุนกำลังคนรวมมากกว่าเงินเดือนอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ เงินสมทบประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ โบนัส ค่าล่วงเวลา สวัสดิการสุขภาพ ค่าฝึกอบรม และต้นทุนสรรหา ในทางปฏิบัติต้นทุนรวมต่อหัวมักสูงกว่าตัวเงินเดือนอย่างเห็นได้ชัด ขึ้นกับโครงสร้างสวัสดิการของแต่ละองค์กร

ควรพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนล่วงหน้านานแค่ไหน

ระยะการพยากรณ์ที่ใช้บ่อยแบ่งเป็นสองช่วง คือ 12 เดือน (แผนงบประมาณประจำปี) และ 3 ปี (แผนกลยุทธ์) การพยากรณ์ระยะสั้นมีความแม่นยำสูงกว่าและใช้สำหรับการควบคุมต้นทุนรายไตรมาส ส่วนระยะยาวช่วยสนับสนุนการตัดสินใจเรื่องโครงสร้างองค์กรและการลงทุนด้านบุคลากร

HR ที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเงินสามารถทำการพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนได้หรือไม่

ได้ การพยากรณ์ต้นทุนกำลังคนเบื้องต้นไม่ต้องการความรู้ด้านการเงินขั้นสูง แต่ต้องการความละเอียดในการรวบรวมข้อมูล ความเข้าใจโครงสร้างเงินเดือนและสวัสดิการขององค์กร และการตั้งสมมติฐานที่โปร่งใส HR ที่มีทักษะใช้ตารางคำนวณสามารถเริ่มทำได้โดยไม่จำเป็นต้องมีระบบซอฟต์แวร์เฉพาะทาง


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี