ตัวชี้วัดนำกับตัวชี้วัดตาม ต่างกันอย่างไรและใช้ร่วมกันอย่างไร
เมื่อรอบประเมินสิ้นสุดและตัวเลขผลงานออกมาไม่เป็นตามที่ตั้งไว้ องค์กรอาจพบว่าตนเองรู้เรื่องนี้ช้าเกินไปที่จะแก้ไขได้ทัน ปัญหานี้ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ระบบ KPI พึ่งพาตัวชี้วัดตามเป็นหลัก โดยขาดตัวชี้วัดนำที่บอกทิศทางล่วงหน้า
บทความนี้อธิบายความต่างระหว่างตัวชี้วัดนำและตัวชี้วัดตาม พร้อมแนวทางนำทั้งสองประเภทมาใช้ร่วมกันในระบบ KPI ให้สมดุล
ตัวชี้วัดตาม (lagging indicator) คืออะไร
ตัวชี้วัดตามคือตัวเลขผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วและวัดได้หลังจากกิจกรรมต่าง ๆ เสร็จสิ้น ตัวชี้วัดประเภทนี้บอกว่าผลงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไร แต่ไม่ได้บอกว่าในช่วงที่เหลือควรปรับอะไร
ตัวอย่างเชิงหลักการ: ยอดรายได้ประจำไตรมาส จำนวนลูกค้าใหม่ในรอบปี หรืออัตราการลาออกของพนักงาน ล้วนเป็นตัวชี้วัดตามทั้งสิ้น เพราะวัดสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว
จุดแข็งของตัวชี้วัดตามคือวัดได้ชัดเจนและตีความตรงกัน แต่ข้อจำกัดคือหากตัวเลขออกมาไม่ดี อาจสายเกินไปที่จะแก้ไขในรอบนั้น
ตัวชี้วัดนำ (leading indicator) คืออะไร
ตัวชี้วัดนำคือตัวเลขที่บอกสัญญาณล่วงหน้าว่าผลลัพธ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร ตัวชี้วัดประเภทนี้วัดพฤติกรรม กระบวนการ หรือปัจจัยที่เชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์
ตัวอย่างเชิงหลักการ: จำนวนการนัดพบลูกค้าในเดือน ระยะเวลาเฉลี่ยในการตอบสนองต่อคำร้องขอ หรืออัตราการเข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาพนักงาน สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณว่ากำลังเดินไปในทิศทางที่ควรหรือไม่ ยังไม่ใช่ผลลัพธ์
ตัวชี้วัดนำมีประโยชน์ตรงที่ให้โอกาสปรับทิศทางก่อนที่ผลลัพธ์จะออกมาไม่ดี แต่ข้อจำกัดคือหากเลือกผิดตัว ความสัมพันธ์กับผลลัพธ์อาจอ่อนแอจนไม่ช่วยอะไร
ความต่างหลักระหว่างสองประเภท
ความต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่สิ่งที่วัด ไม่ได้อยู่ที่เรื่องเวลาอย่างเดียว:
- ตัวชี้วัดตาม วัด ผลลัพธ์ ที่เกิดขึ้นแล้ว
- ตัวชี้วัดนำ วัด ปัจจัยป้อนเข้าหรือพฤติกรรม ที่คาดว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์
ตัวชี้วัดตามตอบคำถาม “เราทำได้แค่ไหน” ส่วนตัวชี้วัดนำตอบคำถาม “เราอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องหรือไม่”
ปัญหาที่เกิดเมื่อใช้แต่ตัวชี้วัดตาม
ระบบ KPI ที่มีแต่ตัวชี้วัดตามอาจเจอปัญหาสองข้อ
ข้อแรกคือพนักงานรู้ผลช้า สิ้นปีจึงรู้ว่าไม่ผ่านเป้า แต่ระหว่างปีไม่มีสัญญาณให้ปรับพฤติกรรม ข้อที่สองคือหัวหน้างานไม่มีข้อมูลพอที่จะโค้ชลูกทีมระหว่างทาง เพราะไม่รู้ว่าพฤติกรรมหรือกระบวนการใดที่ควรปรับ
ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหานี้คือการออกแบบ KPI จากสิ่งที่วัดได้ง่าย แทนที่จะออกแบบจากสิ่งที่อธิบายการเดินทางไปสู่ผลลัพธ์
ปัญหาที่เกิดเมื่อใช้แต่ตัวชี้วัดนำ
ในทางกลับกัน ระบบที่มีแต่ตัวชี้วัดนำก็มีจุดอ่อน หากไม่มีตัวชี้วัดตามเลย องค์กรอาจทำตามกระบวนการครบแต่ผลลัพธ์ไม่ดีขึ้น และไม่มีตัวเลขที่ชัดเจนพอให้ผู้บริหารใช้ตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
ตัวชี้วัดนำบางตัวอาจสร้างพฤติกรรมที่ไม่ตั้งใจ เช่น หากวัดเฉพาะจำนวนการโทรหาลูกค้า พนักงานอาจโทรปริมาณมากแต่ขาดคุณภาพ
แนวทางใช้ทั้งสองประเภทร่วมกัน
ระบบ KPI ที่ดีควรมีทั้งสองประเภทในสัดส่วนที่เหมาะสม แนวทางที่ใช้ได้คือ:
- กำหนดผลลัพธ์หลักที่องค์กรต้องการด้วยตัวชี้วัดตามก่อน
- ถามย้อนกลับว่าพฤติกรรมหรือกระบวนการใดที่มีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์นั้น
- นำปัจจัยเหล่านั้นมาออกแบบเป็นตัวชี้วัดนำที่วัดได้
- กำหนดรอบติดตามตัวชี้วัดนำให้ถี่กว่า เช่น รายเดือนหรือรายไตรมาส เพื่อให้มีเวลาปรับ
ตัวอย่างเชิงหลักการ (ตัวเลขสมมติ): สมมติว่าตัวชี้วัดตามคือจำนวนสัญญาใหม่ที่ปิดได้ต่อปี ตัวชี้วัดนำที่สัมพันธ์อาจเป็นจำนวนการนำเสนอต่อเดือน หรืออัตราการตอบรับจากการนัดหมายครั้งแรก ตัวเลขเหล่านี้เป็นแนวทางเชิงหลักการ ไม่ใช่ตัวเลขเป้าจริง
การออกแบบให้ KPI มีทั้งสองประเภทอย่างสมดุลเป็นส่วนหนึ่งของการวางระบบประเมินผลให้เชื่อมกับกลยุทธ์ ซึ่งอ่านเปรียบเทียบกับกรอบ OKR ได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันยังไง และเลือกใช้อะไรดี
สรุป
ตัวชี้วัดตามบอกผลที่เกิดขึ้นแล้ว ตัวชี้วัดนำบอกทิศทางที่กำลังเดิน ระบบ KPI ที่มีแต่ตัวใดตัวหนึ่งจะขาดมุมมองที่จำเป็น การออกแบบให้สมดุลระหว่างสองประเภทนี้ช่วยให้ทั้งพนักงานและผู้บริหารมีข้อมูลพอที่จะติดตามและปรับทิศทางได้ตลอดปี
หากต้องการวางระบบ KPI ที่ครอบคลุมทั้งตัวชี้วัดนำและตาม ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
ตัวชี้วัดนำและตัวชี้วัดตามต่างกันอย่างไร
ตัวชี้วัดตามวัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ยอดรายได้ประจำไตรมาส ส่วนตัวชี้วัดนำวัดพฤติกรรมหรือปัจจัยที่คาดว่าจะนำไปสู่ผลลัพธ์ เช่น จำนวนการนัดพบลูกค้าในเดือน ตัวชี้วัดตามตอบว่า "เราทำได้แค่ไหน" ส่วนตัวชี้วัดนำตอบว่า "เราอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องหรือไม่"
ทำไมระบบ KPI ที่มีแต่ตัวชี้วัดตามจึงเป็นปัญหา
เพราะพนักงานรู้ผลช้า สิ้นปีจึงรู้ว่าไม่ผ่านเป้าแต่ไม่มีสัญญาณให้ปรับพฤติกรรมระหว่างทาง นอกจากนี้หัวหน้างานไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะโค้ชลูกทีมได้ เพราะไม่รู้ว่ากระบวนการหรือพฤติกรรมใดที่ควรปรับ
ตัวชี้วัดนำมีข้อจำกัดอะไรบ้าง
หากเลือกตัวชี้วัดนำผิดตัว ความสัมพันธ์กับผลลัพธ์อาจอ่อนแอจนไม่ช่วยอะไร และอาจสร้างพฤติกรรมที่ไม่ตั้งใจได้ เช่น หากวัดเฉพาะจำนวนการโทรหาลูกค้า พนักงานอาจโทรปริมาณมากแต่ขาดคุณภาพ
จะนำตัวชี้วัดนำและตัวชี้วัดตามมาใช้ร่วมกันได้อย่างไร
แนวทางคือกำหนดผลลัพธ์หลักด้วยตัวชี้วัดตามก่อน จากนั้นถามย้อนกลับว่าพฤติกรรมหรือกระบวนการใดมีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์นั้น แล้วนำปัจจัยเหล่านั้นมาออกแบบเป็นตัวชี้วัดนำที่วัดได้ โดยกำหนดรอบติดตามตัวชี้วัดนำให้ถี่กว่า เช่น รายเดือนหรือรายไตรมาส
ระบบ KPI ที่ดีควรมีสัดส่วนตัวชี้วัดนำและตัวชี้วัดตามอย่างไร
ระบบ KPI ที่ดีควรมีทั้งสองประเภทในสัดส่วนที่เหมาะสม เพราะหากมีแต่ตัวชี้วัดตามจะรู้ผลช้าเกินไป แต่หากมีแต่ตัวชี้วัดนำก็จะขาดตัวเลขที่ชัดเจนสำหรับผู้บริหารในการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์
บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่โดย
Triple I HR Consultingทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description