ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

เปรียบเทียบ HRIS ในไทย เลือกระบบ HR อย่างไรให้เหมาะองค์กร

HRIS (Human Resource Information System) หรือระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ คือซอฟต์แวร์ที่รวมการบริหารข้อมูลพนักงาน การจัดการเวลาทำงาน และกระบวนการ HR สำคัญไว้ในที่เดียว ตลาด HRIS ในไทยมีตัวเลือกหลากหลาย ตั้งแต่ระบบในประเทศที่รองรับกฎหมายแรงงานไทยโดยตรง ไปจนถึงแพลตฟอร์มระดับโลกที่ปรับให้ใช้งานในไทยได้ การเปรียบเทียบอย่างรอบด้านช่วยให้เลือกระบบที่ตอบโจทย์จริงและคุ้มค่ากว่าในระยะยาว

ปัจจัยที่มักทำให้การเลือก HRIS ซับซ้อนคือแต่ละองค์กรมีโครงสร้างการทำงาน ขนาดทีม HR และความพร้อมด้าน IT ต่างกัน สิ่งที่เหมาะกับองค์กรหนึ่งจึงอาจไม่ตอบโจทย์ของอีกองค์กรหนึ่ง บทความนี้จะช่วยวางกรอบการเปรียบเทียบ HRIS ในเชิงปฏิบัติ ตั้งแต่ฟีเจอร์ที่ควรมี ราคาที่สมเหตุสมผล ไปจนถึงข้อควรระวังที่มักถูกมองข้าม


HRIS คืออะไร และครอบคลุมงาน HR ส่วนใดบ้าง

HRIS ในความหมายกว้างครอบคลุมโมดูลหลายส่วนที่ทำงานเชื่อมกัน โมดูลพื้นฐานที่พบในระบบส่วนใหญ่ ได้แก่ การจัดการข้อมูลพนักงาน (master data) การบริหารเวลาทำงานและการลา และการประมวลผลเงินเดือน ระบบระดับกลางและสูงขึ้นมักเพิ่มโมดูลการสรรหา การประเมินผล การฝึกอบรม และการวิเคราะห์ข้อมูลบุคคล

ในทางปฏิบัติ ผู้ให้บริการหลายรายใช้คำต่างกัน เช่น HRMS (Human Resource Management System) หรือ HCM (Human Capital Management) แต่หลักการคล้ายกัน คือการรวมข้อมูลและกระบวนการ HR ไว้ในระบบเดียวเพื่อลดการทำงานซ้ำซ้อนและให้ข้อมูลที่แม่นยำกว่าการเก็บในสเปรดชีต

สิ่งที่ HRIS ทำไม่ได้คือออกแบบกระบวนการบริหารคนให้ เครื่องมือช่วยบันทึก ติดตาม และรายงาน แต่การกำหนดนโยบาย เกณฑ์ประเมิน และโครงสร้างองค์กรยังต้องมาจากการวางแผนของคนในองค์กร


ฟีเจอร์ใดที่ HRIS ต้องมีสำหรับองค์กรในไทย

นอกจากฟีเจอร์ทั่วไป มีฟีเจอร์เฉพาะที่สำคัญสำหรับการใช้งานในไทย

การรองรับกฎหมายแรงงานไทย ระบบควรคำนวณค่าล่วงเวลา วันหยุด ค่าชดเชย และการหักภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไข รวมถึงรองรับการส่งข้อมูลประกันสังคมตามรูปแบบที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด

การจัดการสิทธิ์ตาม PDPA ระบบควรแยกชั้นการเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท (role-based access) มีบันทึกการเข้าถึงข้อมูล และรองรับการลบหรือปิดใช้งานข้อมูลพนักงานที่พ้นสภาพแล้วตามหลักการลดการเก็บข้อมูลที่จำเป็น

การใช้งานภาษาไทย อินเทอร์เฟซที่รองรับภาษาไทยช่วยลดอุปสรรคในการใช้งานของผู้ใช้ทุกระดับ โดยเฉพาะพนักงานและหัวหน้างานที่ต้องกรอกข้อมูลหรืออนุมัติผ่านระบบเอง

รายงานที่ปรับแต่งได้ องค์กรส่วนใหญ่มีความต้องการรายงานที่แตกต่างกัน ระบบที่ให้สร้างรายงานเองได้มีความยืดหยุ่นมากกว่าระบบที่มีรายงานตายตัว


ระบบ HRIS สำหรับองค์กรไทยแบ่งกลุ่มอย่างไร

การแบ่งกลุ่มตามขนาดองค์กรช่วยให้เห็นภาพการเลือกได้ชัดขึ้น

กลุ่มองค์กรขนาดเล็ก (พนักงานต่ำกว่า 100 คน) มักเริ่มจากระบบเงินเดือนพื้นฐานที่รองรับการคำนวณภาษีและประกันสังคม โดยอาจเพิ่มโมดูลลาและเวลาทำงานเมื่อทีมใหญ่ขึ้น งบประมาณที่เหมาะสมสำหรับกลุ่มนี้มักอยู่ในช่วงหลักร้อยถึงต้นหลักพันบาทต่อเดือน (ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ค่าอ้างอิง) ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้และฟีเจอร์ที่เลือก

กลุ่มองค์กรขนาดกลาง (100-1,000 คน) มักต้องการระบบที่ครอบคลุมมากขึ้น เช่น โมดูลประเมินผล การฝึกอบรม และการวิเคราะห์ข้อมูล ระบบกลุ่มนี้มีทั้งผู้ให้บริการในประเทศและระบบระดับโลกที่มีการปรับให้รองรับไทย ข้อพิจารณาสำคัญคือการดูแลระบบหลังการขาย (implementation support และ ongoing support) ซึ่งมีคุณภาพต่างกันมาก

กลุ่มองค์กรขนาดใหญ่ (มากกว่า 1,000 คน) มักต้องการระบบที่เชื่อมกับระบบอื่นในองค์กรได้ (integration) รองรับโครงสร้างที่ซับซ้อน เช่น หลายบริษัทในเครือ หรือหลายสถานที่ตั้ง และมีทีม IT ดูแลระบบโดยเฉพาะ


ราคา HRIS ในไทยเป็นอย่างไร และควรคิดต้นทุนอะไรบ้าง

การเปรียบเทียบราคา HRIS ที่ถูกต้องต้องดูต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ไม่ใช่แค่ค่าสมาชิกรายเดือน ส่วนประกอบต้นทุนที่ควรถามผู้ขายให้ครบ ได้แก่

ค่าติดตั้งและนำเข้าข้อมูล (implementation fee) ซึ่งในบางระบบอาจสูงกว่าค่าสมาชิกหลายปีรวมกัน โดยเฉพาะระบบที่ต้องปรับแต่งมาก ค่าฝึกอบรมทีม HR และผู้ใช้ทั่วไป ค่าบำรุงรักษาและอัปเดตระบบ และค่าบริการหลังการขายเมื่อมีปัญหา

นอกจากนี้ควรประเมิน “ต้นทุนซ่อน” เช่น เวลาของทีมที่ใช้ในการดูแลข้อมูล การเชื่อมต่อกับระบบอื่น (เช่น ระบบบัญชี) ที่อาจต้องพัฒนาเพิ่ม และความยากในการโยกย้ายข้อมูลออกหากต้องการเปลี่ยนระบบในอนาคต


ระบบ HRIS กับการบริหารผลการปฏิบัติงานเชื่อมกันอย่างไร

HRIS ที่มีโมดูลการบริหารผลการปฏิบัติงานช่วยให้กระบวนการประเมินเป็นระบบมากขึ้น เช่น การกำหนดเป้าหมาย การติดตาม การบันทึกผล และการสร้างรายงานเชิงวิเคราะห์ในที่เดียว

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิผลของระบบประเมินขึ้นอยู่กับการออกแบบเกณฑ์และกระบวนการก่อนเลือกเครื่องมือ หากองค์กรยังไม่มีกรอบการประเมินที่ชัดเจน การนำ HRIS มาใช้จะได้เพียงการบันทึกสิ่งที่ทำอยู่ในรูปดิจิทัล ไม่ใช่การยกระดับคุณภาพการบริหารคน

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบบริหารผลการปฏิบัติงานให้มีเกณฑ์ที่ชัดเจนและเชื่อมกับเป้าหมายธุรกิจก่อนเลือกเครื่องมือ บริการ SPMS ของ Triple I ช่วยออกแบบระบบตั้งแต่การกำหนดตัวชี้วัดไปจนถึงกระบวนการป้อนกลับ และบทความ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร อธิบายรายละเอียดเรื่องตัวชี้วัดสองรูปแบบที่มักใช้ร่วมกันในระบบดังกล่าว


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือก HRIS

หลายองค์กรเลือกระบบโดยให้น้ำหนักกับฟีเจอร์มากกว่ากระบวนการ ซึ่งนำไปสู่ปัญหาที่พบซ้ำในหลายองค์กร ได้แก่

เลือกตามราคาต่ำสุดโดยไม่ดูต้นทุนรวม ระบบที่มีค่าสมาชิกต่ำอาจมีค่าติดตั้งและตั้งค่าระบบสูงหรือมีข้อจำกัดที่ทำให้ต้องซื้อโมดูลเพิ่มทีหลัง ทำให้ต้นทุนรวมสูงกว่าตัวเลือกที่มีราคาสมาชิกสูงกว่า

ไม่ทดลองใช้กับกรณีจริงขององค์กร การสาธิตระบบมักแสดงฟีเจอร์ในสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด การขอให้ผู้ขายจำลองกรณีที่ซับซ้อนจริงของธุรกิจ เช่น โครงสร้างค่าตอบแทนที่มีหลายองค์ประกอบ หรือการจัดการพนักงานหลายสัญญา ช่วยประเมินความสามารถจริงของระบบได้ดีกว่า

ไม่ตรวจสอบความสามารถในการส่งออกข้อมูล ความสามารถในการส่งออกข้อมูลในรูปแบบมาตรฐานมีความสำคัญมากเมื่อต้องการเปลี่ยนระบบหรือวิเคราะห์ข้อมูลนอกระบบ องค์กรควรถามผู้ขายว่าสามารถส่งออกข้อมูลทั้งหมดได้หรือไม่ และอยู่ในรูปแบบใด

ประเมินทักษะการใช้งานของผู้ใช้ต่ำเกินไป ระบบที่ดีแต่ซับซ้อนจะมีประสิทธิผลจำกัดหากผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่คุ้นเคยกับการใช้ซอฟต์แวร์ HR อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและมีเอกสารหรือวิดีโอสอนภาษาไทยช่วยได้มาก


สรุป

การเปรียบเทียบ HRIS ในไทยให้ได้ผลต้องเริ่มจากการชัดเจนกับความต้องการขององค์กรก่อน กำหนดฟีเจอร์ที่จำเป็นจริงและฟีเจอร์ที่น่ามีแต่ไม่จำเป็นเร่งด่วน ประเมินต้นทุนรวมทั้งหมด ทดลองกับกรณีจริง และตรวจสอบการรองรับกฎหมายแรงงานไทยกับ PDPA อย่างละเอียด

ระบบที่เหมาะสมจะช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับการตัดสินใจเรื่องคน แต่จะได้ประโยชน์สูงสุดเมื่อกระบวนการ HR ข้างในมีความชัดเจนก่อน

หากต้องการคำแนะนำในการออกแบบกระบวนการบริหารผลการปฏิบัติงานให้พร้อมก่อนเลือกเครื่องมือ ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำ นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

HRIS คืออะไร และต่างจากระบบเงินเดือนอย่างไร

HRIS หรือระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Information System) คือซอฟต์แวร์ที่รวมการบริหารข้อมูลพนักงาน การจัดการเวลา และกระบวนการ HR ไว้ในที่เดียว ขณะที่ระบบเงินเดือนมุ่งเน้นการคำนวณค่าตอบแทนเป็นหลัก HRIS ครอบคลุมวงจรชีวิตพนักงานตั้งแต่การสรรหาจนถึงการลาออก และอาจรวมโมดูลเงินเดือนไว้ด้วย

องค์กรขนาดกลางในไทยควรเลือก HRIS ยี่ห้อใด

ไม่มีคำตอบสำเร็จรูป การเลือก HRIS ขึ้นอยู่กับจำนวนพนักงาน งบประมาณ ฟีเจอร์ที่จำเป็น และความสามารถของทีม IT ในการดูแลระบบ องค์กรควรจัดลำดับฟีเจอร์ก่อน ทดลองใช้จริงผ่านการสาธิตและช่วงทดลองใช้ และตรวจสอบการรองรับกฎหมายแรงงานไทยและ PDPA ก่อนตัดสินใจ

HRIS รองรับ PDPA หรือไม่ ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง

HRIS ที่ดีควรมีการจัดการสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล (role-based access) การบันทึกกิจกรรมในระบบ (audit log) และนโยบายการเก็บและลบข้อมูลที่ชัดเจน องค์กรควรถามผู้ให้บริการโดยตรงว่าข้อมูลจัดเก็บที่ใด เซิร์ฟเวอร์อยู่ในไทยหรือต่างประเทศ และมีสัญญาประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (DPA) ให้ลงนามหรือไม่

ควรเลือก HRIS แบบ cloud หรือติดตั้งในองค์กร (on-premise)

Cloud HRIS เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการความยืดหยุ่นและลดภาระดูแลโครงสร้างพื้นฐาน โดยมีค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนหรือรายปี ส่วน on-premise เหมาะกับองค์กรที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยข้อมูลเข้มงวดและมีทีม IT ดูแล โดยทั่วไปองค์กรในไทยที่มีพนักงานต่ำกว่า 500 คนมักเลือก cloud เพราะต้นทุนรวมต่ำกว่าในระยะกลาง

HRIS ช่วยระบบประเมินผลได้อย่างไร

HRIS ที่มีโมดูลการบริหารผลการปฏิบัติงานช่วยกำหนดเป้าหมาย ติดตามความคืบหน้า บันทึกผลประเมิน และสร้างรายงานเชิงวิเคราะห์ได้ในที่เดียว อย่างไรก็ตาม เครื่องมือช่วยได้แค่บันทึกและรายงาน การออกแบบเกณฑ์ประเมินและกระบวนการป้อนกลับที่มีประสิทธิภาพยังต้องอาศัยการวางระบบที่เหมาะกับองค์กร


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี