ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร และองค์กรอยู่ระดับไหน

เผยแพร่ ปรับปรุงล่าสุด HR Tech และ People Analytics การบริหารและประเมินผลงาน การบริหารงานทรัพยากรบุคคล

วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร และองค์กรอยู่ระดับไหน เป็นคำถามสำคัญที่ทีม HR และผู้บริหารควรตอบให้ได้ก่อนลงทุนกับเครื่องมือหรือโครงการด้านข้อมูลบุคลากร กรอบวุฒิภาวะ HR Analytics แบ่งความสามารถองค์กรออกเป็น 4 ระดับตั้งแต่การรายงานข้อมูลพื้นฐานไปจนถึงการพยากรณ์เชิงกลยุทธ์ การรู้ระดับปัจจุบันช่วยให้วางแผนพัฒนาได้ตรงจุดและหลีกเลี่ยงการลงทุนกับเครื่องมือที่ยังไม่มีพื้นฐานรองรับ

ในช่วงหลังหลายองค์กรไทยเริ่มสนใจการใช้ข้อมูลบริหารคนมากขึ้น แต่พบว่าโครงการที่ลงทุนไปไม่ได้ผลลัพธ์ตามคาด สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการข้ามขั้นโดยไม่มีพื้นฐาน บทความนี้จะอธิบายว่าแต่ละระดับวุฒิภาวะหมายถึงอะไร ต่างกันอย่างไร และองค์กรควรประเมินตัวเองและวางแผนพัฒนาอย่างไรให้สอดคล้องกับขนาดและทรัพยากรที่มี


วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ

กรอบวุฒิภาวะ HR Analytics เป็นแนวคิดที่ใช้วัดและสื่อสารความสามารถขององค์กรในการเปลี่ยนข้อมูลบุคลากรให้เป็นข้อมูลเชิงลึกที่นำไปตัดสินใจได้จริง แทนที่จะมองว่า “ใช้ข้อมูลหรือไม่ใช้” กรอบนี้มองว่าความสามารถด้านนี้มีระดับและพัฒนาได้ต่อเนื่อง

เหตุที่กรอบนี้มีประโยชน์คือช่วยให้ผู้บริหารและทีม HR ตอบคำถามสองข้อได้ชัดขึ้น ได้แก่ “ตอนนี้เราอยู่จุดไหน” และ “ขั้นต่อไปที่ควรพัฒนาคืออะไร” โดยไม่เสียทรัพยากรไปกับเครื่องมือที่ซับซ้อนเกินความพร้อมของพื้นฐานข้อมูลและทักษะที่มี


4 ระดับวุฒิภาวะ HR Analytics มีอะไรบ้าง

ระดับที่ 1 การรายงานเชิงพรรณนา (Descriptive) คือการรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น อัตราการลาออก จำนวนพนักงานแยกตามแผนก ค่าเฉลี่ยเงินเดือน หรือวันลาที่ใช้ในแต่ละเดือน งานส่วนใหญ่อยู่ที่การดึงข้อมูลจาก HRIS (ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์) หรือสเปรดชีต มาจัดรูปแบบให้อ่านง่าย

ระดับที่ 2 การวินิจฉัย (Diagnostic) คือการหาคำตอบว่า “ทำไมถึงเกิดขึ้น” เช่น ทำไมอัตราลาออกในแผนก A จึงสูงกว่าแผนก B หรือปัจจัยใดที่สัมพันธ์กับผลการปฏิบัติงานที่แตกต่างกัน งานส่วนนี้ต้องการการเชื่อมโยงข้อมูลหลายชุดและทักษะการตั้งคำถามที่ดี

ระดับที่ 3 การพยากรณ์ (Predictive) คือการใช้ข้อมูลในอดีตสร้างแบบจำลองที่ช่วยคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น เช่น ความเสี่ยงที่พนักงานคนใดจะลาออกในช่วง 6 เดือนข้างหน้า หรือกลุ่มผู้สมัครที่มีแนวโน้มผลงานดีในตำแหน่งนั้น ระดับนี้ต้องการข้อมูลที่สะอาดและสม่ำเสมอ รวมถึงทักษะการวิเคราะห์เชิงสถิติ

ระดับที่ 4 การแนะนำแนวทาง (Prescriptive) คือการที่ระบบไม่เพียงคาดการณ์ แต่ยังแนะนำว่าองค์กรควรทำอะไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ เช่น หากระบุว่าพนักงานกลุ่มหนึ่งมีความเสี่ยงสูง ระบบจะแนะนำว่าการแทรกแซงแบบใดมีแนวโน้มลดความเสี่ยงนั้นได้มากที่สุดตามบริบทขององค์กร ระดับนี้ยังพบได้น้อยในองค์กรทั่วไปเพราะต้องการทั้งข้อมูลที่ครบถ้วนและทรัพยากรด้านวิเคราะห์ที่สูงมาก


องค์กรส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับไหน และรู้ได้อย่างไร

จากการสังเกตในภาคปฏิบัติ องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กจำนวนมากยังอยู่ระหว่างระดับที่ 1 และระดับที่ 2 กล่าวคือสามารถรายงานตัวเลขพื้นฐานได้ แต่ยังพึ่งพิงการตีความของผู้มีประสบการณ์มากกว่าการวิเคราะห์จากข้อมูลอย่างเป็นระบบ

สัญญาณที่บ่งบอกว่าองค์กรอยู่ที่ระดับ 1 ได้แก่ รายงาน HR ส่วนใหญ่ทำในสเปรดชีตและต้องรวบรวมใหม่ทุกครั้ง การตอบคำถามของผู้บริหารมักใช้เวลาหลายวัน และนิยามของตัวชี้วัดเดียวกันอาจแตกต่างกันในแต่ละแผนก

สัญญาณที่บ่งบอกว่าอยู่ที่ระดับ 2 คือ HR สามารถเปรียบเทียบแนวโน้มข้ามช่วงเวลาและข้ามหน่วยงานได้ แต่การวิเคราะห์เชิงลึกยังต้องอาศัยคนคนเดียวหรือทีมเล็กที่มีทักษะเฉพาะ ทำให้ไม่ได้เกิดขึ้นสม่ำเสมอ

การจะเข้าสู่ระดับ 3 และ 4 ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น องค์กรต้องมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งในระดับก่อนหน้า โดยเฉพาะความถูกต้องและความสม่ำเสมอของข้อมูล ซึ่งหลายองค์กรยังประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง


วุฒิภาวะ HR Analytics เชื่อมกับการบริหารผลการปฏิบัติงานอย่างไร

หนึ่งในพื้นที่ที่ประโยชน์ของ HR Analytics แสดงให้เห็นได้ชัดที่สุดคือการบริหารผลการปฏิบัติงาน องค์กรที่อยู่ระดับ 1 มักมีข้อมูลผลงานกระจัดกระจายในแต่ละรอบการประเมิน ยากต่อการเปรียบเทียบข้ามปีหรือข้ามทีม

เมื่อพัฒนาขึ้นสู่ระดับ 2 องค์กรสามารถเชื่อมโยงผลการประเมินกับตัวแปรอื่น เช่น การเข้าร่วมอบรม ระยะเวลาในตำแหน่ง หรือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทีม เพื่อเข้าใจปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับผลงานได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ คุณภาพของข้อมูลจาก HR Analytics ขึ้นอยู่กับคุณภาพของระบบประเมินที่วางไว้ตั้งต้น หากเกณฑ์การประเมินไม่ชัดเจนหรือไม่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยงาน ข้อมูลที่ได้มาก็ยากจะนำมาเปรียบเทียบหรือวิเคราะห์ได้อย่างมีความหมาย

องค์กรที่ต้องการวางระบบบริหารผลการปฏิบัติงานให้เป็นรากฐานที่แข็งแกร่งก่อนพัฒนาความสามารถด้านข้อมูลต่อ สามารถดูแนวทางได้จากบริการ SPMS ของ Triple I ที่ช่วยออกแบบระบบให้เชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กรและเก็บข้อมูลที่นำมาวิเคราะห์ต่อได้จริง


อุปสรรคที่พบบ่อยในการพัฒนาวุฒิภาวะ HR Analytics

ปัจจัยที่ทำให้หลายองค์กรไม่สามารถพัฒนาขึ้นไปได้ตามที่วางแผนไว้มักไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือ แต่อยู่ที่พื้นฐานที่ขาดหายไป

ข้อมูลไม่มีมาตรฐาน เป็นอุปสรรคที่พบบ่อยที่สุด เช่น ชื่อตำแหน่งงานถูกบันทึกในรูปแบบต่างกันหลายแบบ หรือนิยามของ “ลาออก” ในแต่ละแผนกไม่เหมือนกัน ทำให้การรวมข้อมูลมีความคลาดเคลื่อน

ทักษะของทีม HR ที่ยังเน้นงานบริหารและงานเอกสารมากกว่าการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งไม่ได้หมายความว่าต้องเปลี่ยนทีมใหม่ทั้งหมด แต่ต้องมีแผนพัฒนาทักษะที่ชัดเจนและค่อยเป็นค่อยไป

การขาดคำถามทางธุรกิจที่ชัดเจน หลายองค์กรเริ่มจากการซื้อเครื่องมือหรือสร้างแดชบอร์ดโดยไม่ได้ตอบก่อนว่า ข้อมูลนี้จะช่วยตอบคำถามอะไรที่ผู้บริหารอยากรู้ ทำให้ได้รายงานที่ไม่ถูกนำไปใช้จริง

การไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ทำให้ทีม HR ไม่สามารถขอทรัพยากรหรือการเข้าถึงข้อมูลจากฝ่ายอื่นที่จำเป็นต่อการวิเคราะห์ได้


แนวทางพัฒนาวุฒิภาวะ HR Analytics ที่เหมาะกับบริบทองค์กรไทย

เส้นทางการพัฒนาที่ใช้ได้จริงไม่ได้เป็นเส้นตรงและไม่มีสูตรเดียวสำหรับทุกองค์กร แต่มีหลักที่ควรยึดอยู่สามประการ

ประการแรกคือเริ่มจากคำถาม ไม่ใช่เครื่องมือ ระบุก่อนว่าผู้บริหารและทีม HR ต้องการตอบคำถามอะไร เช่น “ทำไมคนในทีมขายถึงลาออกมากกว่าค่าเฉลี่ย” หรือ “ตำแหน่งไหนที่ใช้เวลาสรรหานานและมีต้นทุนสูง” แล้วค่อยหาว่าข้อมูลใดและเครื่องมือใดช่วยตอบได้

ประการที่สองคือจัดการพื้นฐานข้อมูลก่อน ลงทุนเวลาในการทำให้ข้อมูลที่มีอยู่ถูกต้อง สม่ำเสมอ และมีนิยามที่ตรงกันทั่วทั้งองค์กร ซึ่งมักให้ผลตอบแทนสูงกว่าการซื้อเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงบนพื้นฐานที่ยังไม่แข็งแรง

ประการที่สามคือสร้างตัวชี้วัดที่สำคัญจริง ๆ ก่อน แทนที่จะรายงานทุกอย่างที่วัดได้ ให้เลือก 5-8 ตัวชี้วัดที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายธุรกิจโดยตรง แล้วติดตามสม่ำเสมอ บทความ โครงสร้างเงินเดือน 101 อธิบายตัวอย่างการใช้ข้อมูลในมิติค่าตอบแทนที่เชื่อมกับการตัดสินใจด้านบุคลากรในทางที่คล้ายกัน


วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร และองค์กรอยู่ระดับไหน — บทสรุปก่อนลงทุน

เมื่อผู้บริหารหรือทีม HR ถามว่า วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร และองค์กรอยู่ระดับไหน คำตอบที่แม่นยำที่สุดไม่ได้อยู่ที่การซื้อเครื่องมือก่อน แต่อยู่ที่การประเมินสถานะปัจจุบันของข้อมูลและทักษะที่มีอย่างตรงไปตรงมา การเข้าใจระดับวุฒิภาวะของตัวเองจะช่วยให้องค์กรลงทุนได้ถูกทิศและได้ผลตอบแทนที่ชัดเจนกว่า


เครื่องมือและบทบาทที่จำเป็นในแต่ละระดับวุฒิภาวะ

การพัฒนาวุฒิภาวะ HR Analytics ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการการจัดสรรบทบาทที่เหมาะสมด้วย

ในระดับที่ 1 เครื่องมือพื้นฐานอย่าง Excel หรือ Google Sheets มักเพียงพอ บทบาทที่จำเป็นคือผู้รับผิดชอบรวบรวมและตรวจสอบข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิเคราะห์ข้อมูล แต่ต้องมีความพิถีพิถันในความถูกต้องของข้อมูล

ในระดับที่ 2 การมีระบบ HRIS ที่เชื่อมข้อมูลหลายส่วนเข้าด้วยกัน หรือการใช้เครื่องมือ Business Intelligence เบื้องต้น จะช่วยให้การเปรียบเทียบและวิเคราะห์แนวโน้มทำได้เร็วขึ้น บทบาทที่สำคัญคือผู้ที่สามารถตั้งคำถามเชิงวิเคราะห์และนำเสนอข้อมูลให้ผู้บริหารเข้าใจได้

ในระดับที่ 3 และ 4 องค์กรต้องการทีมที่มีทักษะการวิเคราะห์เชิงสถิติและความเข้าใจในแบบจำลองการพยากรณ์ รวมถึงต้องมีข้อมูลที่สะสมอย่างสม่ำเสมอมาเป็นระยะเวลาหนึ่งก่อน ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการวางพื้นฐานในระดับที่ 1 และ 2 ให้แข็งแกร่งจึงสำคัญมากก่อนก้าวขึ้นไป


โรดแมปสำหรับองค์กรที่เริ่มต้นพัฒนาวุฒิภาวะ HR Analytics

สำหรับองค์กรที่อยู่ในระดับที่ 1 หรือเพิ่งเริ่มต้น การวางโรดแมปที่ชัดเจนช่วยให้ทีม HR สามารถสื่อสารกับผู้บริหารได้ว่าการลงทุนแต่ละขั้นจะให้คุณค่าอะไรกลับมา

ขั้นแรก ควรทำรายการข้อมูลที่มีอยู่ทั้งหมด ระบุว่าข้อมูลใดอยู่ที่ไหน ใครเป็นเจ้าของ และมีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน การทำขั้นตอนนี้มักเผยให้เห็นช่องว่างที่ไม่คาดคิด เช่น ข้อมูลบางส่วนมีอยู่แต่ไม่มีใครรับผิดชอบดูแล

ขั้นที่สอง เลือกตัวชี้วัดหลัก 3 ถึง 5 ตัวที่ผู้บริหารระดับสูงสนใจจริง และทำให้ตัวชี้วัดเหล่านั้นมีความถูกต้องและรายงานได้สม่ำเสมอก่อน ความสำเร็จในส่วนเล็กนี้มักนำไปสู่การสนับสนุนที่มากขึ้นสำหรับการพัฒนาต่อไป

ขั้นที่สาม เมื่อพื้นฐานมั่นคงแล้ว ค่อยขยายไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลข้ามแผนกและเริ่มวิเคราะห์แนวโน้มในระดับที่ 2 โดยมีคำถามทางธุรกิจที่ชัดเจนนำทางอยู่เสมอ

การเข้าใจอย่างชัดเจนว่า วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร และองค์กรอยู่ระดับไหน จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญก่อนลงทุนกับเครื่องมือหรืออบรมทีม เพราะการลงทุนที่ตรงกับระดับปัจจุบันจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าการก้าวข้ามขั้นโดยไม่มีพื้นฐานรองรับ

ทั้งนี้ โครงสร้างข้อมูลด้านบุคลากรที่ดีมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับระบบโครงสร้างเงินเดือนที่ชัดเจน เนื่องจากข้อมูลค่าตอบแทนเป็นหนึ่งในชุดข้อมูลที่ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์บุคลากรบ่อยที่สุด องค์กรที่ต้องการวางรากฐานด้านนี้สามารถศึกษาแนวทางได้จากบริการ วางโครงสร้างเงินเดือน ของ Triple I


วิธีประเมินวุฒิภาวะ HR Analytics ขององค์กรด้วยตัวเองในสามขั้นตอน

การรู้ว่า วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร และองค์กรอยู่ระดับไหน เป็นสิ่งหนึ่ง แต่การนำกรอบนี้มาใช้ประเมินองค์กรจริงต้องการแนวทางที่เป็นรูปธรรมมากกว่าการอ่านคำอธิบายระดับ

ขั้นตอนที่หนึ่ง — ตรวจสอบความพร้อมของข้อมูลพื้นฐาน

เริ่มจากการถามว่าข้อมูลพนักงานที่มีอยู่ครอบคลุมอะไรบ้าง และมีความถูกต้องมากน้อยแค่ไหน ข้อมูลที่ควรมีและเชื่อถือได้ ได้แก่ วันเริ่มงาน ตำแหน่ง ระดับงาน หน่วยงาน และประวัติการเปลี่ยนแปลง หากข้อมูลเหล่านี้กระจัดกระจายหรือต้องรวบรวมใหม่ทุกครั้งที่มีคำถาม แสดงว่าองค์กรยังอยู่ในระดับที่ 1 ที่ต้องพัฒนาพื้นฐานก่อน

ขั้นตอนที่สอง — วัดเวลาตอบสนองต่อคำถามของผู้บริหาร

ทดสอบโดยตั้งคำถามง่าย เช่น “อัตราลาออกของเราในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาเป็นเท่าไร แยกตามแผนก” หากต้องใช้เวลามากกว่าครึ่งวันในการหาคำตอบ เป็นสัญญาณชัดว่าระบบการจัดเก็บข้อมูลยังต้องการการพัฒนา องค์กรที่อยู่ระดับที่ 2 ขึ้นไปควรตอบคำถามลักษณะนี้ได้ภายในชั่วโมง

ขั้นตอนที่สาม — ตรวจสอบว่าข้อมูลถูกนำไปใช้ตัดสินใจจริงหรือไม่

มองย้อนกลับไปในการตัดสินใจด้านบุคลากรสามถึงห้าครั้งที่ผ่านมา เช่น การโปรโมต การปรับโครงสร้าง หรือการรับพนักงานใหม่ แล้วถามว่าแต่ละครั้งอ้างอิงข้อมูลใดบ้าง หากคำตอบส่วนใหญ่คือ “ประสบการณ์และความรู้สึก” มากกว่าข้อมูลที่วิเคราะห์แล้ว องค์กรยังอยู่ในระดับต้นที่มีโอกาสพัฒนาได้มาก

การประเมินสามขั้นตอนนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือภายนอก แค่การตั้งคำถามตรง ๆ กับทีม HR และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องก็ให้ภาพที่ชัดเจนพอสำหรับการวางแผนพัฒนาในขั้นต่อไปได้แล้ว


ตัวอย่างตัวชี้วัดที่ควรติดตามในแต่ละระดับวุฒิภาวะ

การเลือกตัวชี้วัดให้เหมาะกับระดับวุฒิภาวะ HR Analytics ที่องค์กรอยู่ ช่วยให้ทีม HR ได้ข้อมูลที่นำไปใช้ได้จริงโดยไม่สูญเสียทรัพยากรไปกับการวิเคราะห์ที่ยังไม่มีพื้นฐานรองรับ

ระดับวุฒิภาวะตัวชี้วัดที่แนะนำเป้าหมายหลัก
ระดับที่ 1 (Descriptive)อัตราลาออก จำนวนพนักงาน วันลาเฉลี่ยทำให้ข้อมูลถูกต้องและรายงานได้สม่ำเสมอ
ระดับที่ 2 (Diagnostic)เปรียบเทียบอัตราลาออกข้ามแผนก เวลาสรรหาเฉลี่ยค้นหาปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับความแตกต่าง
ระดับที่ 3 (Predictive)คะแนนความเสี่ยงลาออกรายบุคคล ดัชนีความพึงพอใจคาดการณ์แนวโน้มล่วงหน้าและวางแผนรับมือ
ระดับที่ 4 (Prescriptive)แบบจำลองแนะนำการแทรกแซงที่เหมาะสมให้ระบบช่วยตัดสินใจว่าควรทำอะไรเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สิ่งสำคัญที่ควรจำไว้คือตัวชี้วัดในระดับที่สูงกว่านั้นสร้างประโยชน์ได้จริงก็ต่อเมื่อตัวชี้วัดในระดับที่ต่ำกว่ามีความแม่นยำและสม่ำเสมอแล้วเท่านั้น การข้ามไปสู่ตัวชี้วัดขั้นสูงโดยที่ฐานข้อมูลยังไม่มั่นคงมักนำไปสู่การตัดสินใจบนข้อมูลที่ผิดพลาดมากกว่าการช่วยแก้ปัญหา


สรุป

วุฒิภาวะ HR Analytics ไม่ใช่เป้าหมายที่ทุกองค์กรต้องไปถึงระดับสูงสุดในเวลาเดียวกัน แต่เป็นกรอบที่ช่วยให้เห็นว่าตอนนี้อยู่จุดไหน ขั้นต่อไปคืออะไร และทรัพยากรใดที่จำเป็นสำหรับการก้าวขึ้นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

สิ่งที่สำคัญกว่าการไปให้ถึงระดับสูงที่สุดคือการมีข้อมูลที่เชื่อถือได้และนำไปตอบคำถามทางธุรกิจได้จริงในระดับที่องค์กรอยู่ตอนนี้ ซึ่งต้องการพื้นฐานที่แข็งแรงตั้งแต่ระบบประเมินผลงาน โครงสร้างข้อมูล และทักษะของทีม

หากต้องการคำแนะนำในการวางระบบบริหารผลการปฏิบัติงานที่เป็นรากฐานสำหรับการพัฒนาความสามารถด้านข้อมูล ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำปรึกษา นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

วุฒิภาวะ HR Analytics คืออะไร

วุฒิภาวะ HR Analytics (HR Analytics Maturity) คือระดับความสามารถขององค์กรในการเก็บ วิเคราะห์ และนำข้อมูลด้านบุคลากรไปใช้ตัดสินใจ โดยทั่วไปแบ่งเป็น 4 ระดับ ได้แก่ การรายงานเชิงพรรณนา การวินิจฉัย การพยากรณ์ และการแนะนำแนวทาง โดยระดับที่สูงขึ้นต้องอาศัยทั้งโครงสร้างข้อมูลและทักษะที่แข็งแกร่งขึ้น

HR Analytics ระดับ 1 ต่างจากระดับ 4 อย่างไร

ระดับ 1 คือการรายงานข้อมูลที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น อัตราลาออก จำนวนพนักงาน ส่วนระดับ 4 คือการใช้แบบจำลองข้อมูลช่วยแนะนำว่าองค์กรควรทำอะไรเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เช่น ระบุว่าพนักงานกลุ่มใดมีความเสี่ยงลาออกและควรแทรกแซงอย่างไร ระยะห่างระหว่างสองระดับนี้ต้องการทั้งข้อมูลที่สะอาดและทีมที่มีทักษะวิเคราะห์

องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กควรพัฒนา HR Analytics ถึงระดับไหน

ไม่มีระดับเดียวที่เหมาะกับทุกองค์กร องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กที่ยังไม่มีระบบฐานข้อมูลพนักงานที่สมบูรณ์ควรเริ่มจากการทำให้ข้อมูลพื้นฐานถูกต้องและสม่ำเสมอก่อน (ระดับ 1-2) แล้วค่อยลงทุนกับเครื่องมือและทักษะที่ซับซ้อนขึ้นตามความพร้อมและขนาดธุรกิจ

อะไรคืออุปสรรคหลักในการพัฒนาวุฒิภาวะ HR Analytics

อุปสรรคที่พบบ่อยได้แก่ ข้อมูลที่กระจัดกระจายในหลายระบบและไม่มีมาตรฐานเดียวกัน ทักษะการวิเคราะห์ของทีม HR ที่ยังพัฒนาไม่ทัน การไม่ได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร และการขาดความชัดเจนว่าจะนำข้อมูลไปตอบคำถามทางธุรกิจอะไร ปัจจัยเหล่านี้มักเกิดพร้อมกันและต้องจัดการหลายด้านควบคู่กัน

เริ่มต้นวัดวุฒิภาวะ HR Analytics ขององค์กรได้อย่างไร

เริ่มจากการตั้งคำถามง่าย ๆ สามข้อ ได้แก่ หนึ่ง ข้อมูลพนักงานพื้นฐานขององค์กรมีความถูกต้องและเป็นปัจจุบันแค่ไหน สอง ทีม HR สามารถตอบคำถามของผู้บริหารด้วยข้อมูลได้เร็วแค่ไหน สาม การตัดสินใจด้านบุคลากรในปัจจุบันอ้างอิงจากข้อมูลหรือจากประสบการณ์ส่วนตัวเป็นหลัก คำตอบทั้งสามช่วยระบุระดับปัจจุบันและจุดที่ควรพัฒนาก่อน


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี