ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

คำนวณค่าทำงานในวันหยุดอย่างไรให้ถูกกฎหมายแรงงานไทย

ค่าทำงานในวันหยุดตามกฎหมายแรงงานไทยกำหนดไว้ชัดเจนตามประเภทวันหยุดและรูปแบบการจ้าง โดยวันหยุดประจำสัปดาห์จะได้รับค่าจ้างเพิ่ม 1-2 เท่าของอัตราปกติ ส่วนวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้รับเพิ่ม 2-3 เท่า ขึ้นอยู่กับว่าลูกจ้างเป็นรายวันหรือรายเดือน การคำนวณผิดหรือไม่บันทึกให้ครบถ้วนเป็นสาเหตุพบบ่อยของข้อพิพาทแรงงานที่ป้องกันได้

เรื่องค่าทำงานในวันหยุดเป็นหนึ่งในประเด็นที่ HR ต้องเข้าใจให้แม่นยำ เพราะหากคำนวณผิดแม้เพียงครั้งเดียว ก็อาจสะสมเป็นยอดค้างจ่ายที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง บทความนี้อธิบายหลักการตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไข พร้อมขั้นตอนปฏิบัติสำหรับ HR


ค่าทำงานในวันหยุดคืออะไร และกฎหมายกำหนดไว้อย่างไร

ค่าทำงานในวันหยุดหมายถึงค่าตอบแทนที่นายจ้างต้องจ่ายให้ลูกจ้างเมื่อลูกจ้างทำงานในวันที่ตนมีสิทธิ์หยุด กฎหมายแรงงานไทยแบ่งวันหยุดออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่ วันหยุดประจำสัปดาห์ วันหยุดตามประเพณีหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันหยุดพักผ่อนประจำปี แต่ละประเภทมีกรอบสิทธิ์และอัตราค่าตอบแทนที่แตกต่างกัน

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานกำหนดให้นายจ้างจัดวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน และวันหยุดนักขัตฤกษ์ไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน หากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันดังกล่าว จะต้องจ่ายค่าตอบแทนตามอัตราที่กฎหมายกำหนด ซึ่งสูงกว่าวันทำงานปกติ

สิ่งสำคัญที่ HR ต้องตระหนักคือ อัตราที่กฎหมายกำหนดเป็น “ขั้นต่ำ” ไม่ใช่ “มาตรฐานทั่วไป” นายจ้างสามารถกำหนดสูงกว่าได้ แต่ต่ำกว่าไม่ได้ หากระเบียบข้อบังคับขององค์กรระบุอัตราที่สูงกว่ากฎหมาย อัตรานั้นใช้บังคับแทน


วันหยุดประจำสัปดาห์กับวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างกันอย่างไรในแง่ค่าจ้าง

ความแตกต่างระหว่างสองประเภทนี้ส่งผลโดยตรงต่อยอดเงินที่ต้องจ่าย

วันหยุดประจำสัปดาห์

ลูกจ้างรายวันที่ทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์จะได้รับค่าจ้างในอัตรา 2 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงปกติ สำหรับลูกจ้างรายเดือนซึ่งได้รับค่าจ้างปกติอยู่แล้ว จะได้รับค่าทำงานเพิ่มอีก 1 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง

วันหยุดนักขัตฤกษ์

ลูกจ้างรายวันที่ทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์จะได้รับค่าจ้างในอัตรา 3 เท่าของค่าจ้างรายชั่วโมงปกติ ลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าทำงานเพิ่มอีก 2 เท่า

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ค่าแนะนำ: หากลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้าง 400 บาทต่อวัน (8 ชั่วโมง) ทำงานครบวันในวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะได้รับ 400 × 3 = 1,200 บาทสำหรับวันนั้น หากทำงานในวันหยุดประจำสัปดาห์ จะได้รับ 400 × 2 = 800 บาท


การทำงานล่วงเวลาในวันหยุดคิดอย่างไร

หากลูกจ้างทำงานเกินเวลาปกติในวันหยุด จะได้รับค่าล่วงเวลาเพิ่มเติมจากค่าทำงานในวันหยุดที่ได้รับอยู่แล้ว

สำหรับการทำงานล่วงเวลาในวันหยุด กฎหมายกำหนดให้ได้รับค่าล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 3 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงปกติ ส่วนการทำงานล่วงเวลาในวันทำงานปกติได้รับ 1.5 เท่า ดังนั้นการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดจึงมีต้นทุนสูงกว่ามาก

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ค่าแนะนำ: ลูกจ้างรายเดือนที่มีอัตราค่าจ้างรายชั่วโมง 100 บาท ทำงานล่วงเวลา 2 ชั่วโมงในวันหยุดนักขัตฤกษ์ จะได้รับค่าล่วงเวลา 100 × 3 × 2 = 600 บาท บวกกับค่าทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์อีก 2 เท่า × 8 ชั่วโมงปกติ

ประเด็นนี้สัมพันธ์กับการออกแบบโครงสร้างค่าตอบแทนโดยรวม หากองค์กรต้องการทราบว่าต้นทุนการจ้างงานรายปีที่แท้จริงเป็นเท่าไหร่เมื่อรวมค่าทำงานวันหยุด สามารถดูหลักการออกแบบโครงสร้างได้ที่ บริการออกแบบโครงสร้างเงินเดือน


นายจ้างสั่งให้ทำงานในวันหยุดได้ไหม

กฎหมายไม่ได้เปิดให้นายจ้างสั่งให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดได้โดยทั่วไป มีข้อยกเว้นเฉพาะกิจการที่มีลักษณะงานต้องดำเนินต่อเนื่อง เช่น โรงแรม โรงพยาบาล ขนส่ง สื่อสาร และกิจการที่หากหยุดจะเกิดความเสียหาย สำหรับกิจการประเภทอื่น การให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดต้องได้รับความยินยอม

แนวทางที่ถูกต้องคือ

  • แจ้งล่วงหน้าและได้รับการยืนยันจากลูกจ้างว่าสมัครใจทำงานในวันหยุด
  • บันทึกการยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรหรือผ่านระบบที่ติดตามได้
  • จ่ายค่าตอบแทนตามอัตราที่กฎหมายกำหนดโดยไม่มีข้อยกเว้น

หากองค์กรมีความจำเป็นต้องให้พนักงานทำงานวันหยุดเป็นประจำ ควรระบุเงื่อนไขไว้ในสัญญาจ้างหรือระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน และตรวจสอบกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าลักษณะงานดังกล่าวอยู่ในข้อยกเว้นของกฎหมายหรือไม่


วิธีคำนวณค่าทำงานในวันหยุดทีละขั้นตอน

การคำนวณที่ถูกต้องเริ่มจากการระบุข้อมูลให้ครบก่อนลงมือคำนวณ

ขั้นตอนที่ 1: ระบุประเภทวันหยุด

ตรวจสอบว่าเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ รายการวันหยุดนักขัตฤกษ์ประจำปีประกาศโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ควรบันทึกรายการนี้ไว้ในระบบ HR ตั้งแต่ต้นปี

ขั้นตอนที่ 2: ระบุรูปแบบการจ้างและอัตราค่าจ้าง

แยกลูกจ้างรายวันออกจากรายเดือน สำหรับรายเดือน คำนวณอัตราค่าจ้างรายวันก่อนโดยใช้เงินเดือนหารด้วยจำนวนวันทำงานปกติต่อเดือนตามที่ระบุในสัญญา ซึ่งมักอยู่ที่ 26 หรือ 30 วัน ตามที่ตกลงกัน ตัวเลขนี้ใช้เป็นฐานในการคำนวณขั้นต่อไป

ขั้นตอนที่ 3: คำนวณค่าทำงานในวันหยุดตามสูตร

สูตรสำหรับลูกจ้างรายวัน:

  • วันหยุดประจำสัปดาห์: ค่าจ้างรายวัน × 2
  • วันหยุดนักขัตฤกษ์: ค่าจ้างรายวัน × 3

สูตรสำหรับลูกจ้างรายเดือน (ค่าเพิ่มจากเงินเดือนปกติ):

  • วันหยุดประจำสัปดาห์: ค่าจ้างรายวัน × 1
  • วันหยุดนักขัตฤกษ์: ค่าจ้างรายวัน × 2

หากมีการทำงานล่วงเวลาในวันหยุดนักขัตฤกษ์ ให้คำนวณค่าล่วงเวลาเพิ่มอีกชั่วโมงละ 3 เท่าของอัตราค่าจ้างรายชั่วโมงปกติ

ขั้นตอนที่ 4: บันทึกและแจ้งผลการคำนวณ

จัดทำเอกสารบันทึกวันที่ ประเภทวันหยุด จำนวนชั่วโมงที่ทำงาน อัตราที่ใช้ และยอดเงิน แล้วส่งให้ลูกจ้างรับทราบก่อนจ่าย รวมรายการนี้ในสลิปเงินเดือนอย่างชัดเจน

ขั้นตอนที่ 5: ทบทวนระเบียบข้อบังคับและปรับปรุงนโยบาย

ตรวจสอบว่าระเบียบข้อบังคับขององค์กรสอดคล้องกับกฎหมายและครอบคลุมกรณีที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงกรณีที่วันหยุดนักขัตฤกษ์ตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้มีวันหยุดชดเชยแทน


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการคำนวณค่าทำงานวันหยุด

จากรูปแบบที่พบในองค์กรทั่วไป มีประเด็นที่ทำให้การคำนวณผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ไม่แยกประเภทวันหยุดให้ชัดเจน บางองค์กรใช้อัตราเดียวสำหรับวันหยุดทุกประเภท ทำให้จ่ายวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด

คำนวณฐานค่าจ้างรายวันผิดสำหรับลูกจ้างรายเดือน การหารเงินเดือนด้วย 30 เสมอโดยไม่ดูสัญญาทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน ควรตรวจสอบว่าสัญญาระบุฐานการคำนวณไว้ว่าอย่างไร

ไม่บันทึกชั่วโมงทำงานจริงในวันหยุด หากไม่มีบันทึกชั่วโมง การคำนวณค่าล่วงเวลาในวันหยุดทำได้ยาก และเมื่อเกิดข้อพิพาทก็ไม่มีหลักฐานยืนยัน

ไม่ระบุรายการในสลิปเงินเดือน การรวมยอดค่าทำงานวันหยุดไว้กับค่าล่วงเวลารวมกันโดยไม่แยกรายการ ทำให้ลูกจ้างตรวจสอบไม่ได้และนำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ

การมีระบบบริหารทรัพยากรบุคคลที่เชื่อมโยงข้อมูลการทำงาน ค่าตอบแทน และสิทธิ์ตามกฎหมายไว้ในที่เดียวช่วยลดโอกาสผิดพลาดได้มาก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบประเมินและบริหารผลงาน ที่ Triple I ออกแบบให้สอดคล้องกับบริบทกฎหมายแรงงานไทย


หากองค์กรของคุณต้องการทบทวนระบบค่าตอบแทนและนโยบายแรงงานให้ครบถ้วนและถูกต้องตามกฎหมาย ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำผ่านบริการออกแบบระบบบริหารผลงาน นัดคุยฟรีได้เลย เพื่อประเมินว่าระบบที่มีอยู่ครอบคลุมทุกประเด็นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานหรือไม่

คำถามที่พบบ่อย

ทำงานในวันหยุดได้รับค่าจ้างเท่าไหร่

ขึ้นอยู่กับประเภทวันหยุด หากเป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ ลูกจ้างรายวันได้รับค่าจ้างเพิ่ม 2 เท่าของอัตราปกติ ลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างเพิ่มอีก 1 เท่า หากเป็นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ลูกจ้างรายวันได้รับ 3 เท่า ลูกจ้างรายเดือนได้รับเพิ่มอีก 2 เท่า ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไข

วันหยุดประจำสัปดาห์กับวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างกันอย่างไรในแง่ค่าจ้าง

วันหยุดประจำสัปดาห์ให้สิทธิ์ค่าทำงานล่วงเวลา 2 เท่า (รายวัน) หรือเพิ่มอีก 1 เท่า (รายเดือน) วันหยุดนักขัตฤกษ์ให้สิทธิ์สูงกว่าคือ 3 เท่า (รายวัน) หรือเพิ่มอีก 2 เท่า (รายเดือน) เพราะถือว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์มีนัยสำคัญมากกว่า กฎหมายกำหนดขั้นต่ำไว้ แต่นายจ้างให้มากกว่าได้

นายจ้างสั่งให้ทำงานในวันหยุดได้ไหม

นายจ้างสั่งให้ทำงานในวันหยุดได้เฉพาะกิจการที่มีลักษณะงานต้องดำเนินต่อเนื่องตามที่กฎหมายกำหนด หรือกรณีฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสียหาย นอกเหนือจากนั้นต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง การฝ่าฝืนสิทธิ์หยุดพักโดยไม่มีเหตุตามกฎหมายถือเป็นความผิด

ลูกจ้างรายเดือนที่ทำงานวันหยุดนักขัตฤกษ์ได้รับอะไรบ้าง

ลูกจ้างรายเดือนได้รับค่าจ้างปกติอยู่แล้วตามสัญญา เมื่อทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์จะได้รับค่าทำงานเพิ่มอีก 2 เท่าของอัตราจ้างรายวัน (คิดจากเงินเดือนหารด้วยจำนวนวันทำงานต่อเดือน) หากทำงานล่วงเวลาในวันนั้นด้วย จะได้รับค่าล่วงเวลาเพิ่มอีกชั่วโมงละ 3 เท่า

HR ควรบันทึกค่าทำงานวันหยุดอย่างไรเพื่อป้องกันข้อพิพาท

ควรบันทึกวันและเวลาที่ทำงานจริง พร้อมหลักฐานการได้รับแจ้งหรือขอให้มาทำงาน ระบุประเภทวันหยุดให้ชัดเจน คำนวณค่าจ้างตามสูตรที่กำหนดในระเบียบข้อบังคับ และให้ลูกจ้างรับทราบรายการจ่ายทุกครั้ง การมีระบบบันทึกชั่วโมงทำงานที่โปร่งใสช่วยลดข้อโต้แย้งได้มาก


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี