ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

กำไรร่วม gainsharing คืออะไร วิธีออกแบบระบบให้ใช้ได้จริง

กำไรร่วม หรือ gainsharing (การแบ่งปันผลประหยัดกับพนักงาน) คือระบบค่าตอบแทนแปรผันที่แบ่งปันผลประหยัดที่เกิดจากประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นโดยตรงให้กับพนักงานกลุ่มนั้น การออกแบบแผนกำไรร่วมที่ใช้งานได้เริ่มจากเลือกตัวชี้วัดที่พนักงานควบคุมได้ กำหนดเส้นฐานที่ยุติธรรม คำนวณสูตรที่โปร่งใส และสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจก่อนจ่ายจริง

ต่างจากการขึ้นเงินเดือนหรือโบนัสทั่วไปที่ผูกกับการประเมินรายบุคคล gainsharing มุ่งสร้างแรงจูงใจแบบกลุ่ม ให้ทีมร่วมกันหาทางปรับปรุงกระบวนการเพื่อให้ต้นทุนต่ำลงหรือผลผลิตสูงขึ้น แล้วนำผลประหยัดนั้นมาแบ่งปันกัน แนวคิดนี้เหมาะกับองค์กรที่ต้องการให้พนักงานเชื่อมโยงพฤติกรรมรายวันกับผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

กำไรร่วม gainsharing คืออะไร

gainsharing คือโครงสร้างค่าตอบแทนแปรผันที่ผูกรางวัลของพนักงานกับการปรับปรุงประสิทธิภาพที่วัดได้ ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มอัตราผลผลิตต่อชั่วโมง หรือการลดของเสีย ผลประหยัดที่เกิดขึ้นเหนือเส้นฐานจะถูกแบ่งระหว่างบริษัทและพนักงานตามสัดส่วนที่ตกลงกันไว้ล่วงหน้า

สิ่งที่ทำให้ gainsharing แตกต่างจากโบนัสหรือระบบจูงใจอื่นคือตรรกะที่ว่า “พนักงานได้รับส่วนแบ่งจากสิ่งที่พวกเขาสร้างขึ้นจริง” ไม่ใช่เพียงรางวัลจากผลกำไรรวมของบริษัทซึ่งมีปัจจัยอื่นอีกมากที่ควบคุมไม่ได้ ความเชื่อมโยงที่ใกล้ชิดกว่านี้คือจุดแข็งหลักของระบบ

gainsharing ต่างจาก profit sharing อย่างไร

ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ตัวชี้วัดและระยะเวลา

การแบ่งปันกำไร (profit sharing) ผูกรางวัลกับกำไรสุทธิหรือผลประกอบการรวมของบริษัท ซึ่งได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัยนอกเหนือการควบคุมของพนักงาน เช่น ภาวะตลาด ราคาวัตถุดิบ หรือนโยบายการเงิน การแบ่งปันกำไรมักจ่ายปีละครั้งและพนักงานระดับปฏิบัติการมักรู้สึกว่าการกระทำของตนเชื่อมกับรางวัลได้ยาก

gainsharing วัดจากตัวชี้วัดที่พนักงานในหน่วยงานนั้นมีอิทธิพลโดยตรง เช่น ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยผลผลิต หรืออัตราของเสียในสายการผลิต และมักจ่ายถี่กว่าคือรายไตรมาสหรือรายเดือน ความถี่และความชัดเจนของตัวชี้วัดนี้ทำให้พนักงานเห็นได้ว่าพฤติกรรมของตนส่งผลต่อรางวัลอย่างไร

เพื่อออกแบบระบบค่าตอบแทนที่ผูกกับผลงานได้อย่างสมบูรณ์ องค์กรควรพิจารณา โครงสร้างเงินเดือน ให้มั่นคงก่อน เพราะ gainsharing ทำงานได้ดีเมื่อฐานค่าตอบแทนมีความยุติธรรมเป็นพื้นฐาน

รูปแบบแผนกำไรร่วมที่ใช้กันในสากล

มีสามรูปแบบหลักที่อ้างอิงกันบ่อยในวรรณกรรมด้านการจัดการค่าตอบแทน

แบบแรกคือ Scanlon Plan ผูกรางวัลกับอัตราส่วนระหว่างต้นทุนแรงงานรวมกับมูลค่าการผลิต ถ้าอัตราส่วนนี้ดีขึ้นกว่าเส้นฐาน ผลประหยัดจะถูกนำมาแบ่งปัน รูปแบบนี้เหมาะกับงานที่ควบคุมตัวแปรด้านแรงงานได้ชัดเจน

แบบที่สองคือ Rucker Plan ใช้มูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ (รายได้ขายหักต้นทุนวัสดุ) เป็นฐาน แล้ววัดว่าต้นทุนแรงงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไรของมูลค่าเพิ่มนั้น วิธีนี้ควบคุมผลกระทบจากราคาวัตถุดิบได้ดีกว่า Scanlon

แบบที่สามคือ Improshare ผูกกับชั่วโมงแรงงานมาตรฐานต่อหน่วยผลผลิต เหมาะกับงานผลิตที่มีการวัดเวลาแรงงานชัดเจน คำนวณเข้าใจง่าย แต่ต้องการข้อมูลชั่วโมงทำงานที่แม่นยำ

องค์กรไทยที่ไม่ได้อยู่ในภาคการผลิตสามารถปรับแนวคิดเหล่านี้ให้เข้ากับบริบทของตน เช่น ใช้ตัวชี้วัดอย่างต้นทุนต่อการให้บริการ เวลาดำเนินการ หรืออัตราข้อผิดพลาด ขอเพียงให้ตัวชี้วัดที่เลือกสะท้อนพฤติกรรมที่พนักงานควบคุมได้จริง

ขั้นตอนออกแบบแผนกำไรร่วมอย่างไร

การออกแบบแผนกำไรร่วมให้ใช้งานได้ต้องเดินตามลำดับที่ชัดเจน เพราะความผิดพลาดในขั้นต้นจะสั่นคลอนความน่าเชื่อถือของระบบทั้งหมด

ขั้นที่ 1 กำหนดขอบเขตและตัวชี้วัดฐาน เลือกว่าจะวัดอะไรเป็นหลัก รวบรวมข้อมูลย้อนหลังอย่างน้อย 12 ถึง 24 เดือนเพื่อให้เส้นฐานสะท้อนความเป็นจริง ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีหรือแย่เป็นพิเศษ

ขั้นที่ 2 คำนวณเส้นฐานและกำหนดเกณฑ์เริ่มจ่าย ใช้ค่าเฉลี่ยของข้อมูลย้อนหลังเป็นจุดอ้างอิง กำหนดว่าจะเริ่มจ่ายเมื่อตัวชี้วัดดีขึ้นเกินเส้นฐานเท่าไร บางองค์กรกันส่วนแรกของผลประหยัดไว้เป็นทุนสำรองก่อนจึงค่อยนำที่เหลือมาแบ่ง

ขั้นที่ 3 ออกแบบสูตรคำนวณและสัดส่วนการแบ่ง กำหนดสัดส่วนระหว่างบริษัทและพนักงาน ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ค่าแนะนำ เช่น แบ่ง 50:50 หรือ 60:40 ให้บริษัท:พนักงาน แล้วกำหนดวิธีกระจายส่วนพนักงานว่าจะอิงฐานเงินเดือน ชั่วโมงทำงาน หรือแบ่งเท่าเทียมกัน

ขั้นที่ 4 ตั้งคณะกรรมการและช่องทางรับข้อเสนอ คณะทำงานร่วมระหว่างฝ่ายบริหารและตัวแทนพนักงานเป็นหัวใจของ gainsharing ทำหน้าที่ทบทวนสูตร รับข้อเสนอปรับปรุงกระบวนการ และรักษาความโปร่งใส

ขั้นที่ 5 สื่อสาร ทดลองใช้ และวัดผล อธิบายสูตรอย่างละเอียดก่อนเริ่มรอบแรก ทดลองใช้อย่างน้อย 6 เดือน เก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของตัวชี้วัด แล้วทบทวนสูตรก่อนประกาศใช้อย่างเป็นทางการ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการออกแบบกำไรร่วม

ข้อผิดพลาดแรกคือเส้นฐานที่ไม่ยุติธรรม ถ้าตั้งเส้นฐานในช่วงที่ประสิทธิภาพสูงผิดปกติ พนักงานจะเข้าถึงรางวัลได้ยากและมองว่าระบบออกแบบมาเพื่อไม่จ่าย ทางแก้คือใช้ค่าเฉลี่ยระยะยาวและปรับเส้นฐานทุกปีตามความเหมาะสม

ข้อผิดพลาดที่สองคือสูตรซับซ้อนเกินไป ถ้าพนักงานไม่สามารถประมาณรางวัลของตนได้ก่อนจ่ายจริง แรงจูงใจเชิงพฤติกรรมจะลดลงอย่างมาก หลักการง่าย ๆ คือถ้าต้องใช้สเปรดชีตซับซ้อนในการอธิบาย สูตรนั้นต้องทำให้เรียบง่ายกว่านี้

ข้อผิดพลาดที่สามคือละเลยปัจจัยที่อยู่นอกการควบคุมของพนักงาน เช่น ราคาวัตถุดิบที่ขึ้นกะทันหัน หรืออุปกรณ์เก่าที่ขัดข้อง ถ้าปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ตัวชี้วัดแย่ลงโดยพนักงานไม่ได้ทำอะไรผิด คณะกรรมการต้องมีกลไกปรับผลให้เป็นธรรม

เพื่อให้แผนกำไรร่วมทำงานร่วมกับระบบค่าตอบแทนโดยรวมได้อย่างสมดุล ควรดูประกอบกับการออกแบบโครงสร้างเงินเดือนที่มีฐานค่าตอบแทนชัดเจน และทำความเข้าใจ อัตราส่วน compa-ratio เพื่อให้รู้ว่าพนักงานแต่ละคนอยู่ตำแหน่งใดในกรอบค่าตอบแทนก่อนออกแบบส่วนแปรผัน

gainsharing เหมาะกับองค์กรแบบใด

gainsharing ให้ผลดีที่สุดเมื่อองค์กรมีคุณสมบัติดังนี้

มีตัวชี้วัดประสิทธิภาพที่วัดได้จริงและพนักงานควบคุมได้ มีระบบข้อมูลต้นทุนที่เชื่อถือได้เพียงพอสำหรับการคำนวณรายไตรมาส มีวัฒนธรรมที่ยอมรับความโปร่งใสด้านตัวเลข และผู้บริหารพร้อมให้ตัวแทนพนักงานมีส่วนร่วมในการทบทวนสูตร

องค์กรที่มีกระบวนการผลิตหรือบริการที่วัดได้ชัดเจน เช่น โรงงาน ศูนย์บริการ หรือหน่วยงานที่มีงานซ้ำได้มาตรฐาน มักได้ประโยชน์มากกว่าองค์กรที่งานหลักเป็นความคิดสร้างสรรค์หรือโครงการที่ไม่ซ้ำกัน


ถ้าองค์กรของคุณสนใจออกแบบระบบค่าตอบแทนที่ผูกกับผลงานอย่างเป็นระบบ ทั้ง gainsharing และโครงสร้างเงินเดือนพื้นฐาน ทีมที่ปรึกษาของ Triple I ยินดีนัดคุยฟรีเพื่อประเมินความพร้อมขององค์กรและวางแนวทางร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย

กำไรร่วม gainsharing ต่างจากการแบ่งปันกำไร profit sharing อย่างไร

gainsharing ผูกกับผลประหยัดหรือผลผลิตที่พนักงานสร้างได้โดยตรง เช่น ลดต้นทุนหรือเพิ่มประสิทธิภาพ และมักจ่ายถี่กว่า ส่วน profit sharing ผูกกับกำไรสุทธิของบริษัทซึ่งพนักงานระดับล่างมีอิทธิพลน้อยกว่า ทำให้ gainsharing เชื่อมโยงกับพฤติกรรมรายวันได้ใกล้ชิดกว่า

แผนกำไรร่วมมีกี่รูปแบบ

รูปแบบหลักที่พบในสากลมีสามแบบ ได้แก่ Scanlon Plan ที่ผูกกับอัตราส่วนแรงงานต่อมูลค่าการผลิต, Rucker Plan ที่ผูกกับมูลค่าเพิ่ม, และ Improshare ที่ผูกกับชั่วโมงแรงงานมาตรฐาน แต่ละแบบมีฐานคำนวณต่างกัน องค์กรอาจปรับให้เหมาะกับบริบทของตน

บริษัทขนาดเล็กและ SME ใช้กำไรร่วมได้หรือไม่

ใช้ได้ หากมีข้อมูลต้นทุนที่เชื่อถือได้และสามารถกำหนดเส้นฐานที่ยุติธรรมได้ บริษัทขนาดเล็กมักได้เปรียบตรงที่พนักงานเห็นภาพรวมและเชื่อมโยงการกระทำของตนกับผลลัพธ์ได้ง่ายกว่าองค์กรขนาดใหญ่

จะรู้ได้อย่างไรว่าแผนกำไรร่วมใช้งานได้จริง

สัญญาณที่ดีคือพนักงานเข้าใจสูตรและสามารถประมาณผลรางวัลของตนได้ก่อนจ่ายจริง มีการเสนอแนวคิดปรับปรุงกระบวนการเพิ่มขึ้น และตัวชี้วัดฐานมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ถ้าพนักงานยังไม่เข้าใจสูตร แสดงว่าระบบซับซ้อนเกินไป

กำไรร่วมควรจ่ายรายไตรมาสหรือรายปี

รายไตรมาสหรือรายเดือนให้แรงจูงใจใกล้ชิดพฤติกรรมกว่า เพราะพนักงานเห็นผลเร็วกว่า แต่ต้องมีระบบบัญชีที่แม่นยำพอสำหรับการคำนวณถี่ ถ้าข้อมูลต้นทุนยังไม่นิ่ง อาจเริ่มที่รายครึ่งปีก่อนแล้วค่อยปรับความถี่


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี