2R กับ 3R Framework ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนให้เหมาะกับองค์กร
2R Framework และ 3R Framework เป็นแนวทาง HR ของ Triple I ที่ต่างกันที่จำนวนระบบที่พัฒนาพร้อมกัน ไม่ใช่ความซับซ้อนของวิธีคิด
2R ดูแลสองระบบหลัก: โครงสร้างเงินเดือน (Right Pay) และระบบประเมินผล (Right Performance) ส่วน 3R เพิ่มการออกแบบบทบาทและ Job Description (Right Role) เข้ามาเป็นองค์ประกอบที่สาม
Right Role คืออะไร และทำไมต้องมี
Right Role หรือ Smart JD คือกระบวนการออกแบบโครงสร้างตำแหน่งและ Job Description ให้ตรงกับงานจริงที่คาดหวัง ไม่ใช่แค่รายการหน้าที่ที่คัดลอกต่อกันมา
ปัญหาของ Job Description ในองค์กร SME ส่วนใหญ่คือเขียนครั้งเดียวแล้วไม่ได้อัปเดต หรือเขียนกว้างเกินจนไม่มีความหมายในทางปฏิบัติ พนักงานและหัวหน้าอาจมีความเข้าใจต่างกันว่างานนั้นคืออะไร และระดับงานใดควรได้ผลลัพธ์แบบใด
เมื่อ Job Description ไม่ชัด โครงสร้างเงินเดือนที่ออกแบบไว้จะอ้างอิงงานจริงไม่ได้ และระบบประเมินผลก็จะวัด output ที่คลุมเครือ
เมื่อใดควรเลือก 2R
2R เหมาะกับองค์กรที่:
- มี Job Description อยู่แล้ว แม้จะไม่สมบูรณ์ก็ตาม
- ต้องการแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างเงินเดือนและการประเมินผลก่อน
- ต้องการเห็นผลภายใน 4 เดือน
- ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ในช่วงนี้
องค์กรที่เริ่มจาก 2R จะได้ระบบค่าตอบแทนและการวัดผลที่ใช้งานได้จริงก่อน แล้วค่อยพิจารณาว่า Job Description ที่มีอยู่ยังสอดคล้องกับระบบใหม่หรือต้องปรับ
เมื่อใดควรเลือก 3R
3R เหมาะกับองค์กรที่:
- กำลังขยายทีมหรือปรับโครงสร้างองค์กร
- มีความคลุมเครือสูงว่าแต่ละตำแหน่งต้องรับผิดชอบอะไร
- ต้องการวางฐาน HR ให้ครบในคราวเดียว
- มีเวลาและทรัพยากรสำหรับโครงการ 7 เดือน
ข้อดีของ 3R คือโครงสร้างเงินเดือนจะอ้างอิง Job Grade ที่ออกแบบจาก Job Description ที่ชัดเจน ทำให้ Salary Band แต่ละระดับมีความหมายและอธิบายได้ง่ายกว่า
เปรียบเทียบโดยตรง
| เกณฑ์ | 2R | 3R |
|---|---|---|
| ระยะเวลา | ประมาณ 4 เดือน | ประมาณ 7 เดือน |
| ระบบที่ได้ | โครงสร้างเงินเดือน + ระบบประเมินผล | โครงสร้างเงินเดือน + ระบบประเมินผล + Smart JD |
| เหมาะกับ | มี JD อยู่แล้ว หรือต้องการผลเร็ว | กำลังปรับโครงสร้าง หรือ JD ไม่ชัด |
| ต่อยอดได้ไหม | ต่อยอดเป็น 3R ได้ภายหลัง | ครบในตัว |
การต่อยอดจาก 2R เป็น 3R
องค์กรที่เริ่มจาก 2R และต้องการเพิ่ม Right Role ในภายหลังสามารถทำได้โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด เพราะโครงสร้างเงินเดือนและระบบประเมินผลที่มีอยู่จะเป็นฐานข้อมูลสำหรับการออกแบบ Job Description ให้สอดคล้องกับสิ่งที่วัดได้จริง
กระบวนการ Right Role จะนำ Job Level ที่ใช้อยู่แล้วมาอธิบายในรูป Job Description ที่ชัดเจน ทำให้พนักงานเห็นภาพชัดขึ้นว่าระดับงานแต่ละระดับคาดหวัง output และพฤติกรรมแบบใด
คำถามที่พบบ่อย
2R กับ 3R Framework ต่างกันยังไง
2R ครอบคลุม Right Pay (โครงสร้างเงินเดือน) และ Right Performance (ระบบประเมินผล SPMS) ส่วน 3R เพิ่ม Right Role (Smart JD — ออกแบบ Job Description และโครงสร้างตำแหน่ง) เข้ามาเป็นองค์ประกอบที่สาม ทำให้ครบทั้งกรอบค่าตอบแทน กรอบการวัดผล และกรอบบทบาทหน้าที่
ควรเริ่มจาก 2R หรือ 3R
ถ้าองค์กรมี Job Description อยู่แล้วหรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการออกแบบบทบาทในตอนนี้ ให้เริ่มจาก 2R แล้วต่อยอดเป็น 3R ทีหลัง ถ้าองค์กรกำลังขยายทีมหรือมีความคลุมเครือเรื่องบทบาทสูง 3R จะช่วยวางฐานได้ครบกว่า
2R ใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปประมาณ 4 เดือน แบ่งเป็นเฟส 1 Right Pay และเฟส 2 Right Performance เฟสละประมาณ 2 เดือน
3R ใช้เวลานานแค่ไหน
โดยทั่วไปประมาณ 7 เดือน เพราะเพิ่มเฟส Right Role (Smart JD) เข้ามา ซึ่งต้องทำก่อนหรือควบคู่กับโครงสร้างเงินเดือน เพื่อให้ Job Grade อ้างอิงบทบาทที่ชัดเจน
ถ้าเริ่มจาก 2R แล้วอยากต่อยอดเป็น 3R ทำได้ไหม
ทำได้ เพราะ 2R ออกแบบให้ฐานโครงสร้างรองรับการเพิ่ม Right Role ได้ในภายหลัง ข้อดีของการทำแบบนี้คือองค์กรได้เห็นระบบค่าตอบแทนและประเมินผลทำงานจริงก่อน แล้วจึงปรับ Job Description ให้สอดคล้องกับสิ่งที่วัดได้จริง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่โดย
Triple I HR Consultingทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description