ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ค่าตอบแทนที่แข่งกับตลาดแรงงาน หมายความว่าอะไรและทำได้อย่างไร

เผยแพร่ ปรับปรุงล่าสุด ค่าตอบแทนและโครงสร้างเงินเดือน การบริหารงานทรัพยากรบุคคล

บางองค์กรบอกว่าต้องการจ่ายค่าตอบแทน “ตามตลาด” แต่เมื่อถามต่อว่าหมายความว่าอะไรและวัดอย่างไร คำตอบอาจไม่ชัดเจน ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงาน หรือ external competitiveness เป็นมิติหนึ่งของการออกแบบค่าตอบแทนที่ต้องการทั้งข้อมูลและการตัดสินใจเชิงนโยบาย ไม่ใช่แค่การดูว่าคนอื่นจ่ายเท่าไร

บทความนี้อธิบายว่าความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานคืออะไร องค์กรวัดและตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร และมีสิ่งใดที่ควรระวังในการเปรียบเทียบกับตลาด

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานคืออะไร

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานในเรื่องค่าตอบแทน หมายถึงการที่ระดับค่าตอบแทนขององค์กรสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานได้ในระดับที่องค์กรต้องการ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่ต้องการ

คำสำคัญคือ “ในระดับที่องค์กรต้องการ” เพราะองค์กรแต่ละแห่งไม่จำเป็นต้องจ่ายสูงสุดในตลาด การตัดสินใจว่าจะวางตัวเองที่ใดของตลาดเรียกว่าการวางตำแหน่งค่าตอบแทนเทียบตลาด (market positioning) ซึ่งเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์

ทำความเข้าใจการวางตำแหน่งค่าตอบแทนเทียบตลาด

การวางตำแหน่งค่าตอบแทนเทียบตลาดบอกว่าองค์กรเลือกจะจ่ายที่ระดับใดเมื่อเทียบกับตลาด โดยทั่วไปอ้างอิงจากค่าเปอร์เซ็นไทล์ (percentile) ของการสำรวจค่าตอบแทน:

  1. P50 หรือค่ามัธยฐานตลาด: จ่ายเทียบเท่ากลางตลาด ครึ่งหนึ่งขององค์กรในกลุ่มเดียวกันจ่ายน้อยกว่า อีกครึ่งจ่ายมากกว่า
  2. P75: จ่ายสูงกว่า 75% ขององค์กรในกลุ่มเดียวกัน ใช้สำหรับองค์กรที่ต้องการดึงดูดคนในตลาดที่แข่งขันสูง
  3. P25: จ่ายต่ำกว่าค่ากลางตลาด อาจใช้ได้ในองค์กรที่มีข้อได้เปรียบด้านอื่น เช่น ชื่อเสียง โอกาสเรียนรู้ หรือสวัสดิการที่แข็งแกร่ง

การเลือกระดับการจ่ายเทียบตลาดไม่มีคำตอบถูกผิดตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับงบประมาณขององค์กร ความสามารถแข่งขันในด้านอื่น และว่าตลาดแรงงานสำหรับบทบาทนั้นตึงตัวแค่ไหน

วิธีเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับตลาด

เครื่องมือหลักที่ใช้วัดความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานคือการสำรวจค่าตอบแทน (salary survey) ซึ่งรวบรวมข้อมูลค่าตอบแทนจากองค์กรหลายแห่งในกลุ่มที่เปรียบเทียบได้

ในการใช้ข้อมูลสำรวจ สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ตัวเลข คือการเลือกกลุ่มเปรียบเทียบที่เหมาะสม ปัจจัยที่ควรพิจารณา ได้แก่ ขนาดองค์กร กลุ่มธุรกิจ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ และประเภทตำแหน่งที่เปรียบเทียบ

ข้อมูลที่ใช้เปรียบเทียบมักเป็นค่ากลางของช่วงเงินเดือนในโครงสร้างขององค์กร เทียบกับค่าเปอร์เซ็นไทล์ของตลาดสำหรับตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน ตัวอย่างสมมติ ถ้าค่ากลางช่วงเงินเดือนของระดับงานหนึ่งในองค์กรอยู่ที่ P60 ของตลาด แสดงว่าองค์กรจ่ายค่ากลางสูงกว่า 60% ของกลุ่มเปรียบเทียบ ซึ่งอยู่ในระดับกลางค่อนสูง

สิ่งที่ควรระวังในการเปรียบเทียบกับตลาด

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานมักถูกมองเพียงมิติเดียว ทั้งที่มีมิติสำคัญที่ควรพิจารณาร่วมด้วย

ความแม่นยำของกลุ่มเปรียบเทียบ: ตัวเลขตลาดที่ใช้กลุ่มเปรียบเทียบกว้างเกินไปหรือไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่คาดเคลื่อน องค์กรขนาดเล็กที่เปรียบเทียบตัวเองกับบริษัทขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมเดียวกันอาจได้ตัวเลขที่สูงเกินความเป็นจริงของกลุ่มเป้าหมายในการสรรหา

ความครบถ้วนของค่าตอบแทน: ตัวเลขเงินเดือนฐานเพียงอย่างเดียวไม่ได้เล่าเรื่องทั้งหมด ค่าตอบแทนรวมซึ่งรวมถึงโบนัส สวัสดิการ และรูปแบบการทำงาน เป็นสิ่งที่พนักงานใช้ประเมินทั้งหมด ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ โครงสร้างเงินเดือนคืออะไร ทำไมทุกองค์กรถึงควรมี

ความทันสมัยของข้อมูล: ข้อมูลสำรวจที่ล้าสมัยอาจไม่สะท้อนตลาดปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลงเร็ว

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงาน กับความเป็นธรรมภายในองค์กร

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงาน และความเป็นธรรมภายในองค์กร (internal equity) เป็นสองเสาหลักของการออกแบบค่าตอบแทนที่ต้องพิจารณาร่วมกัน การวางตำแหน่งตลาดที่ดีแต่ขาดความเป็นธรรมภายในองค์กร ทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมภายใน ในทางกลับกัน ความเป็นธรรมภายในองค์กรที่ดีแต่ไม่แข่งกับตลาดทำให้ดึงดูดและรักษาคนได้ยาก

โครงสร้างเงินเดือนที่ออกแบบมาดีจะรวมทั้งสองมิตินี้ไว้ด้วยกัน โดยใช้การสำรวจตลาดเป็นฐานกำหนดค่ากลางและความกว้างของช่วงเงินเดือนในแต่ละระดับ และใช้กระบวนการประเมินค่างานวางลำดับระดับงานภายในที่สะท้อนความเป็นธรรมภายในองค์กร

สรุป

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานคือการรู้ว่าองค์กรอยู่ตรงไหนของตลาด และตัดสินใจจุดนั้นโดยมีเหตุผลรองรับ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายสูงที่สุดในตลาด ข้อมูลตลาดที่ถูกกลุ่มและทันสมัย บวกกับการวางตำแหน่งค่าตอบแทนที่ชัดเจน เป็นจุดเริ่มต้นของการบริหารค่าตอบแทนที่แข่งขันได้ต่อเนื่อง

หากองค์กรของคุณต้องการวางตำแหน่งค่าตอบแทนเทียบกับตลาดอย่างเป็นระบบและสร้างโครงสร้างเงินเดือนที่สะท้อนทั้งความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานและความเป็นธรรมภายในองค์กร การออกแบบโครงสร้างเงินเดือนจะช่วยวางกรอบทั้งหมดให้ ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานหมายความว่าอะไร

หมายถึงการที่ระดับค่าตอบแทนขององค์กรสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานได้ในระดับที่องค์กรต้องการ เพื่อดึงดูดและรักษาบุคลากรที่ต้องการ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายสูงสุดในตลาดเสมอไป

การวางตำแหน่งค่าตอบแทนเทียบกับตลาดมีระดับใดบ้าง

โดยทั่วไปอ้างอิงจากค่าเปอร์เซ็นไทล์ (percentile) ของการสำรวจค่าตอบแทน ได้แก่ P25 คือจ่ายต่ำกว่าค่ากลางตลาด P50 คือจ่ายเทียบเท่ากลางตลาด และ P75 คือจ่ายสูงกว่า 75% ขององค์กรในกลุ่มเดียวกัน การเลือกระดับขึ้นอยู่กับงบประมาณ ความสามารถแข่งขันในด้านอื่น และความตึงตัวของตลาดแรงงาน

องค์กรวัดความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานได้อย่างไร

เครื่องมือหลักคือการสำรวจค่าตอบแทน ซึ่งรวบรวมข้อมูลจากองค์กรหลายแห่งในกลุ่มที่เปรียบเทียบได้ โดยนำค่ากลางของช่วงเงินเดือน (midpoint) ในโครงสร้างขององค์กรมาเทียบกับค่าเปอร์เซ็นไทล์ของตลาดสำหรับตำแหน่งที่ใกล้เคียงกัน

สิ่งที่ควรระวังเมื่อเปรียบเทียบค่าตอบแทนกับตลาดมีอะไรบ้าง

มี 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ ความแม่นยำของกลุ่มเปรียบเทียบ เพราะกลุ่มที่กว้างเกินไปอาจทำให้ตัวเลขคาดเคลื่อน ความครบถ้วนของค่าตอบแทนที่ต้องดูทั้งโบนัสและสวัสดิการ ไม่ใช่เพียงเงินเดือนฐาน และความทันสมัยของข้อมูลที่ต้องสะท้อนสภาพตลาดปัจจุบัน

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานต่างจากความเป็นธรรมภายในองค์กรอย่างไร

ความสามารถแข่งขันกับตลาดแรงงานดูว่าค่าตอบแทนขององค์กรแข่งขันกับภายนอกได้หรือไม่ ส่วนความเป็นธรรมภายในองค์กรดูว่าค่าตอบแทนระหว่างตำแหน่งต่าง ๆ ภายในองค์กรมีความยุติธรรมหรือไม่ โครงสร้างเงินเดือนที่ออกแบบมาดีต้องรวมทั้งสองมิตินี้ไว้ด้วยกัน


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี