ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ระบบ ATS ติดตามผู้สมัครคืออะไร และองค์กรได้ประโยชน์อย่างไร

ระบบ ATS หรือ Applicant Tracking System คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยองค์กรบริหารกระบวนการสรรหาบุคลากรตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การประกาศตำแหน่งงาน รับใบสมัคร คัดกรองคุณสมบัติ จัดการการนัดสัมภาษณ์ ไปจนถึงการตัดสินใจจ้างและแจ้งผลผู้สมัคร หัวใจของระบบนี้คือการรวมข้อมูลผู้สมัครทุกช่องทางไว้ในที่เดียว ทำให้ทีม HR ทำงานร่วมกันได้โปร่งใส ลดขั้นตอนที่ทำด้วยมือ และมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ตรวจสอบได้

กระบวนการสรรหาที่ขาดระบบมักนำไปสู่ปัญหาที่พบบ่อย เช่น ใบสมัครหาย ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติดีถูกมองข้าม ทีมสัมภาษณ์ไม่ได้รับข้อมูลครบถ้วน หรือผู้สมัครรอนานเกินไปจนตัดสินใจไปทำงานที่อื่น การนำระบบ ATS มาใช้จึงเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับงาน HR จากการจัดการรายวันไปสู่การวางกลยุทธ์

ระบบ ATS ทำงานอย่างไรในกระบวนการสรรหา

เมื่อองค์กรสร้างตำแหน่งงานใน ATS ระบบจะช่วยเผยแพร่ประกาศไปยังช่องทางต่าง ๆ พร้อมกัน เช่น เว็บไซต์บริษัท บอร์ดหางาน หรือโซเชียลมีเดีย เมื่อมีผู้สมัครยื่นใบสมัคร ข้อมูลจะถูกดึงเข้าระบบอัตโนมัติและจัดเรียงตามโครงสร้างที่กำหนดไว้

ในขั้นคัดกรอง ทีม HR สามารถตั้งเกณฑ์คุณสมบัติขั้นต่ำให้ระบบช่วยกรองเบื้องต้นได้ เช่น วุฒิการศึกษา ประสบการณ์ขั้นต่ำ หรือทักษะที่จำเป็น ผู้สมัครที่ผ่านเกณฑ์จะถูกส่งต่อให้ผู้สัมภาษณ์แต่ละคนพร้อมข้อมูลครบถ้วน และสามารถบันทึกความเห็นหรือคะแนนลงในระบบได้จากทุกที่

เมื่อตัดสินใจจ้าง ระบบจะช่วยส่งข้อเสนองานและติดตามการตอบรับ รวมถึงเก็บประวัติผู้สมัครที่ไม่ผ่านรอบนี้ไว้สำหรับการสรรหาในอนาคต

ประโยชน์หลักของ ATS ที่วัดผลได้จริง

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดที่สุดคือการลดเวลาในกระบวนการสรรหา เมื่อขั้นตอนที่ทำซ้ำ ๆ เช่น การรับใบสมัคร การส่งอีเมลยืนยัน และการนัดสัมภาษณ์ถูกทำโดยระบบ ทีม HR มีเวลาไปใช้กับงานที่ต้องใช้วิจารณญาณมากขึ้น เช่น การสัมภาษณ์เชิงลึกหรือการสร้างประสบการณ์ผู้สมัครที่ดี

ในด้านข้อมูล ATS ช่วยให้ผู้บริหารเห็นภาพรวมได้ในทันที เช่น จำนวนผู้สมัครต่อตำแหน่ง อัตราการผ่านแต่ละด่าน หรือระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่ประกาศจนถึงการจ้าง ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ปรับปรุงกระบวนการได้อย่างมีทิศทาง ไม่ใช่เพียงความรู้สึก

นอกจากนี้ ATS ยังช่วยให้กระบวนการสรรหาเป็นมาตรฐาน ลดความลักลั่นระหว่างทีม และลดความเสี่ยงด้านข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับการเก็บข้อมูลผู้สมัครตามหลักการ PDPA (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562)

ATS ต่างจากการจัดการสรรหาด้วยตารางคำนวณอย่างไร

การใช้ตารางคำนวณบริหารการสรรหาเป็นเรื่องปกติในองค์กรขนาดเล็ก แต่มีข้อจำกัดที่ชัดเจนเมื่อปริมาณงานเพิ่มขึ้น

ตารางคำนวณไม่มีการแจ้งเตือนอัตโนมัติ ทำให้นัดหมายตกหล่นได้ง่าย ข้อมูลในไฟล์กระจัดกระจายและมักไม่อัปเดตตรงกัน การทำงานร่วมกันระหว่างสมาชิกทีมทำได้ยาก และไม่มีประวัติการเปลี่ยนแปลงที่ตรวจสอบได้ ในทางตรงข้าม ATS ถูกออกแบบมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ มีการตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึง และเก็บประวัติทุกการกระทำในระบบ

สำหรับองค์กรที่สรรหาพนักงานมากกว่า 10-15 คนต่อปี ต้นทุนที่เสียไปจากการจัดการด้วยตารางคำนวณมักสูงกว่าค่าสมัครสมาชิก ATS เมื่อคำนวณรวมกับเวลาของ HR ที่ใช้ไปกับงานซ้ำซ้อน

ปัจจัยอะไรที่ควรพิจารณาก่อนเลือก ATS

การเลือก ATS ให้เหมาะกับองค์กรควรพิจารณาปัจจัยหลักดังนี้

ขนาดและปริมาณการสรรหา ระบบบางตัวออกแบบสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการสรรหาเป็นร้อยตำแหน่งต่อปี ในขณะที่บางตัวเหมาะกับองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการความง่ายและงบประมาณที่จัดการได้

การเชื่อมต่อกับระบบอื่น ATS ที่ดีควรเชื่อมต่อกับ HRIS หรือระบบเงินเดือนได้ เพื่อลดการกรอกข้อมูลซ้ำเมื่อผู้สมัครกลายเป็นพนักงาน

ประสบการณ์ผู้สมัคร ผู้สมัครที่ได้รับประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่การยื่นใบสมัครมีแนวโน้มรับข้อเสนองานและแนะนำองค์กรต่อมากกว่า ระบบที่ใช้ยากหรือมีขั้นตอนซับซ้อนเกินไปอาจทำให้ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติดีถอดใจก่อน

ความสอดคล้องกับ JD ระบบที่รองรับการนำใบพรรณนางาน (JD) ที่มีโครงสร้างชัดเจนมาใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองอัตโนมัติจะช่วยให้กระบวนการมีความสอดคล้องกันตั้งแต่ต้น ซึ่งเชื่อมโยงกับการมี Smart JD ที่ได้มาตรฐาน ก่อนนำเข้าสู่ระบบ

ข้อจำกัดของ ATS ที่ HR ควรรับรู้

แม้ว่า ATS จะเพิ่มประสิทธิภาพได้มาก แต่มีข้อจำกัดสำคัญที่ต้องตระหนัก

การกรองอัตโนมัติโดยใช้คีย์เวิร์ดอาจตัดผู้สมัครที่มีศักยภาพสูงแต่ไม่คุ้นเคยกับการเขียนใบสมัครให้ตรงกับระบบออกไปได้ HR จึงต้องออกแบบเกณฑ์คัดกรองอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่ตั้งเกณฑ์แล้วปล่อยให้ระบบทำงานแทนทั้งหมด

นอกจากนี้ ระบบ ATS วัดได้เฉพาะสิ่งที่วัดได้ เช่น คุณสมบัติตามเอกสาร แต่ไม่สามารถประเมินศักยภาพในการเติบโต วัฒนธรรมการทำงาน หรือทักษะระหว่างบุคคลได้ การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจึงยังต้องอยู่กับ HR และผู้จัดการที่มีวิจารณญาณ

ATS เหมาะกับองค์กรประเภทใด

โดยทั่วไป ATS จะให้คุณค่าสูงสุดในองค์กรที่มีลักษณะดังนี้ สรรหาพนักงานใหม่เป็นประจำมากกว่า 1-2 ตำแหน่งต่อเดือน มีทีม HR มากกว่า 1 คนที่ต้องทำงานร่วมกัน มีการสัมภาษณ์หลายรอบและหลายผู้สัมภาษณ์ หรือได้รับใบสมัครจากหลายช่องทางพร้อมกัน

สำหรับองค์กรที่ยังอยู่ระหว่างการเติบโต การเตรียมกระบวนการสรรหาที่เป็นระบบตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ขยายทีมได้อย่างรวดเร็วและมีคุณภาพเมื่อถึงเวลา แทนที่จะต้องสร้างระบบใหม่ในช่วงที่งานหนักอยู่แล้ว สำหรับองค์กรที่ต้องการวางระบบตัวชี้วัดควบคู่ไปด้วย สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร

หากองค์กรของคุณกำลังมองหาแนวทางยกระดับกระบวนการสรรหาให้เป็นระบบตั้งแต่การออกแบบ JD ที่ดีไปจนถึงการนำเข้าสู่เครื่องมือดิจิทัล ทีมที่ปรึกษาของ Triple I พร้อมช่วยออกแบบกระบวนการสรรหาที่เหมาะกับบริบทองค์กรของคุณ นัดคุยฟรีกับทีม Smart JD ของเรา เพื่อประเมินจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด

คำถามที่พบบ่อย

ระบบ ATS คืออะไร

ATS (Applicant Tracking System) คือซอฟต์แวร์ที่ช่วยองค์กรบริหารกระบวนการสรรหาบุคลากรตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่การประกาศรับสมัคร รับใบสมัคร คัดกรองคุณสมบัติ นัดสัมภาษณ์ ไปจนถึงการตัดสินใจจ้างและแจ้งผล ทำให้ทีม HR ทำงานได้เป็นระบบและมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ชัดเจนขึ้น

องค์กรขนาดเล็กหรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมควรใช้ระบบ ATS ไหม

ขึ้นอยู่กับปริมาณการสรรหา หากองค์กรเปิดรับพนักงานใหม่บ่อยกว่า 10-15 ตำแหน่งต่อปี การใช้ ATS จะช่วยลดภาระงานซ้ำซ้อนและลดความเสี่ยงที่จะพลาดผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ปัจจุบันมีเครื่องมือที่เหมาะกับองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อมในงบประมาณที่เข้าถึงได้

ATS ต่างจาก HRIS อย่างไร

HRIS (ระบบสารสนเทศทรัพยากรมนุษย์) เป็นระบบกลางที่ครอบคลุมข้อมูลพนักงานทั้งหมด เช่น เงินเดือน สวัสดิการ การฝึกอบรม ส่วน ATS มุ่งเน้นเฉพาะกระบวนการสรรหาและการติดตามผู้สมัครก่อนที่จะกลายเป็นพนักงาน บางองค์กรใช้ทั้งสองระบบควบคู่กันและเชื่อมต่อข้อมูลถึงกัน

ระบบ ATS ช่วยเรื่อง JD (ใบพรรณนางาน) อย่างไร

ATS ที่ดีจะช่วยนำ JD ที่มีโครงสร้างชัดเจนไปใช้เป็นเกณฑ์คัดกรองอัตโนมัติได้ เช่น กำหนดคุณสมบัติขั้นต่ำและให้ระบบกรองผู้สมัครที่ไม่ตรงออกก่อน ทำให้ JD ที่ดีมีมูลค่าในทางปฏิบัติมากกว่าเป็นแค่เอกสารประกาศรับสมัคร

ข้อจำกัดของระบบ ATS ที่ HR ควรรู้มีอะไรบ้าง

ข้อจำกัดหลัก ได้แก่ การกรองอัตโนมัติอาจตัดผู้สมัครที่มีศักยภาพแต่เขียนใบสมัครไม่ตรงคีย์เวิร์ด ระบบต้องการข้อมูลนำเข้าที่ถูกต้อง และไม่สามารถทดแทนการตัดสินใจเชิงคุณภาพของ HR ในการประเมินคนได้ทั้งหมด


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี