ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ทำไมระบบ KPI ถึงไม่ได้ผล สาเหตุที่พบบ่อยและแนวทางแก้

หลายองค์กรลงทุนเวลาและทรัพยากรไปกับการตั้ง KPI แต่ปลายทางกลับพบว่าระบบใช้ไม่ได้จริง พนักงานมองว่าเป็นภาระ หัวหน้างานประเมินตามความรู้สึก และผลลัพธ์ขององค์กรไม่ได้เชื่อมกับตัวเลขที่วัดได้เลย คำถามคือเกิดอะไรขึ้นและแก้ได้ตรงไหน

ปัญหาที่พบบ่อย: KPI ไม่เชื่อมกับเป้าหมายองค์กร

หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ KPI ถูกตั้งในระดับตำแหน่งโดยไม่ได้ไหลลงมาจากเป้าหมายระดับองค์กรหรือระดับฝ่าย เมื่อแต่ละแผนกตั้ง KPI ของตัวเองอิสระจากกัน ผลรวมของทุกฝ่ายจึงไม่ได้นำองค์กรไปในทิศทางเดียวกัน

ผลที่ตามมาคือพนักงานทำตาม KPI ของตัวเองได้ครบ แต่ภาพรวมขององค์กรยังไม่ขยับ หรือแต่ละฝ่ายโฟกัสต่างกันจนเกิดแรงเสียดทานในการทำงานร่วมกัน

ปัญหาที่พบบ่อย: ตั้ง KPI มากเกินไป

องค์กรจำนวนมากตั้ง KPI ต่อคนไว้หลายตัว โดยเชื่อว่ายิ่งวัดมากยิ่งครอบคลุม แต่ในทางปฏิบัติเมื่อมีตัวชี้วัดมากเกินไป พนักงานจะไม่รู้ว่าควรโฟกัสที่อะไรจริง ๆ

ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับการตั้ง KPI มากเกินไปคือความกลัวว่าจะลืมวัดบางสิ่ง จึงใส่ทุกอย่างที่วัดได้เข้าไป แทนที่จะคัดเลือกเฉพาะตัวชี้วัดที่ส่งผลต่อเป้าหมายจริง โดยทั่วไปสามถึงห้าตัวชี้วัดต่อคนต่อรอบเป็นจำนวนที่ใช้งานได้จริงในส่วนใหญ่ของตำแหน่ง

ปัญหาที่พบบ่อย: ตัวชี้วัดวัดได้ง่ายแต่ไม่สำคัญ

KPI ที่นิยมใช้มักเป็นตัวเลขที่วัดง่าย เช่น จำนวนงานที่ทำ จำนวนชั่วโมง หรือจำนวนครั้ง แต่หลายครั้งสิ่งที่สำคัญจริงสำหรับตำแหน่งนั้นกลับวัดยากกว่า เช่น คุณภาพของการตัดสินใจ ความสามารถในการแก้ปัญหา หรือผลกระทบต่อทีม

เมื่อวัดแต่สิ่งที่วัดง่าย พนักงานจะเรียนรู้ว่าต้องเพิ่มตัวเลขนั้นให้ผ่านเกณฑ์ ไม่ใช่ต้องพัฒนาสิ่งที่ตำแหน่งต้องการจริง สิ่งนี้เชื่อมโยงกับปรากฏการณ์ที่เรียกว่า KPI gaming

ปัญหาที่พบบ่อย: ไม่มีการติดตามระหว่างรอบ

ระบบ KPI ที่ตั้งปีละครั้งและดูผลปีละครั้งขาดกลไกสำคัญคือ feedback ระหว่างทาง เมื่อพนักงานไม่รู้ว่าตนอยู่ตรงไหนของเส้นทาง การปรับตัวจึงทำได้ยาก และเมื่อถึงรอบประเมินจึงไม่มีการพัฒนาที่สะสมมา

การติดตามรายไตรมาสหรือรายเดือนสำหรับ KPI ที่สำคัญช่วยให้ทั้งพนักงานและหัวหน้างานเห็นสัญญาณเร็วพอที่จะปรับได้ทัน

ปัญหาที่พบบ่อย: ผู้ประเมินไม่มีเกณฑ์ชัดเจน

แม้ตัวชี้วัดจะชัดเจน แต่ถ้าคำนิยามว่า “ผลงาน 4 คะแนน” ต่างจาก “ผลงาน 3 คะแนน” อย่างไร ไม่ได้ระบุไว้ชัด ผู้ประเมินแต่ละคนก็จะใช้การตีความของตัวเอง ผลที่ตามมาคือพนักงานในฝ่ายเดียวกันได้คะแนนต่างกันโดยไม่ได้มาจากผลงานที่ต่างกัน

การมีเกณฑ์บอกระดับ (rubric) ว่าแต่ละคะแนนหมายความว่าอะไรในบริบทของตำแหน่งนั้น ช่วยให้การประเมินมีความสม่ำเสมอมากขึ้น อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการออกแบบกรอบประเมินผลได้ที่บทความ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร

แนวทางปรับระบบ KPI ที่ไม่ได้ผล

การแก้ระบบ KPI ที่ไม่ได้ผลไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดเสมอไป ขั้นตอนที่มักช่วยได้คือ:

  1. ตรวจว่า KPI ปัจจุบันเชื่อมกับเป้าหมายองค์กรระดับใดได้บ้าง ตัวที่เชื่อมไม่ได้ให้ตัดออกหรือทบทวนใหม่
  2. ลดจำนวนตัวชี้วัดต่อคนให้เหลือเฉพาะที่สำคัญจริง
  3. เพิ่มการนิยามเกณฑ์ระดับผลงานให้ชัดสำหรับตัวชี้วัดที่ใช้การตีความ
  4. เพิ่มจุดติดตามระหว่างรอบ โดยไม่จำเป็นต้องเป็น formal review ทุกครั้ง

สรุป

ระบบ KPI ที่ไม่ได้ผลส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากพนักงานไม่ร่วมมือ แต่มาจากการออกแบบที่มีช่องว่างตั้งแต่ต้น การแก้จึงต้องเริ่มจากระดับออกแบบ ไม่ใช่ระดับการบังคับใช้

หากองค์กรของคุณต้องการวางระบบ KPI ใหม่ให้เชื่อมจากเป้าหมายองค์กรลงถึงตำแหน่งงานอย่างมีโครงสร้าง ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี