ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

วันหยุดตามประเพณี 13 วัน หน้าที่นายจ้างและสิทธิลูกจ้าง

วันหยุดตามประเพณีในประเทศไทยถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ว่านายจ้างต้องกำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี รวมถึงวันแรงงานแห่งชาติด้วย และต้องประกาศให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้า

กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับกับสถานประกอบกิจการเอกชนทั่วประเทศ ยกเว้นกิจการที่มีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลแยกต่างหาก การบริหารวันหยุดตามประเพณีจึงเป็นหนึ่งในหน้าที่หลักของฝ่ายทรัพยากรบุคคลที่ต้องทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นปี

วันหยุดตามประเพณี 13 วันหมายความว่าอย่างไร

หลักการคือนายจ้างมีหน้าที่กำหนดวันหยุดตามประเพณีให้ลูกจ้างอย่างน้อย 13 วันในแต่ละปีปฏิทิน โดยต้องรวมวันแรงงานแห่งชาติ (1 พฤษภาคม) ไว้ด้วยเสมอ ส่วนวันที่เหลือนายจ้างมีอิสระในการเลือกกำหนดให้สอดคล้องกับประเพณีสำคัญของไทย ประเพณีท้องถิ่น หรือหลักศาสนาของลูกจ้างส่วนใหญ่

วันหยุดเหล่านี้แตกต่างจากวันหยุดประจำสัปดาห์ (เช่น วันเสาร์-อาทิตย์) ที่กฎหมายกำหนดให้ลูกจ้างมีสิทธิหยุดสัปดาห์ละไม่น้อยกว่า 1 วัน วันหยุดตามประเพณีเป็นสิทธิแยกต่างหาก

วันหยุดสำคัญที่มักนำมากำหนดเป็นวันหยุดตามประเพณี

กิจการส่วนใหญ่นิยมกำหนดวันหยุดตามประเพณีจากรายชื่อต่อไปนี้ ซึ่งสอดคล้องกับปฏิทินของภาครัฐและวิถีชีวิตของลูกจ้างส่วนใหญ่

  • วันขึ้นปีใหม่ (1 มกราคม)
  • วันมาฆบูชา
  • วันจักรี (6 เมษายน)
  • วันสงกรานต์ (13-15 เมษายน)
  • วันแรงงานแห่งชาติ (1 พฤษภาคม) — กฎหมายบังคับต้องมี
  • วันฉัตรมงคล
  • วันวิสาขบูชา
  • วันเฉลิมพระชนมพรรษา
  • วันอาสาฬหบูชา
  • วันเข้าพรรษา
  • วันแม่แห่งชาติ (12 สิงหาคม)
  • วันปิยมหาราช (23 ตุลาคม)
  • วันพ่อแห่งชาติ (5 ธันวาคม)
  • วันรัฐธรรมนูญ (10 ธันวาคม)
  • วันสิ้นปี (31 ธันวาคม)

นายจ้างสามารถเลือกจากรายการนี้หรือกำหนดวันหยุดท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม ขอเพียงให้ครบ 13 วันและมีวันแรงงานฯ รวมอยู่ด้วย

นายจ้างต้องประกาศวันหยุดตามประเพณีอย่างไร

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างประกาศรายชื่อวันหยุดตามประเพณีล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันทำการก่อนถึงวันหยุดนั้น โดยทั่วไปองค์กรที่มีระบบที่ดีมักประกาศทั้งปีพร้อมกันในต้นเดือนมกราคม หรืออย่างช้าก็ภายในสิ้นเดือนมกราคมของปีนั้น

วิธีการประกาศที่ถูกต้องควรทำเป็นลายลักษณ์อักษร ติดประกาศในพื้นที่ที่ลูกจ้างเข้าถึงได้ หรือแจ้งผ่านระบบสื่อสารภายในองค์กร เช่น อีเมล แอปพลิเคชันภายใน หรือระบบบริหารทรัพยากรบุคคล (HRIS — ระบบสารสนเทศทรัพยากรบุคคล) ควรเก็บหลักฐานการประกาศไว้เสมอ

สิทธิของลูกจ้างเมื่อต้องทำงานในวันหยุดตามประเพณี

กรณีที่ธุรกิจจำเป็นต้องให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณี กฎหมายกำหนดสิทธิค่าตอบแทนดังนี้

ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างรายวันหรือรายชั่วโมง ได้รับค่าตอบแทนในวันหยุดเป็นสามเท่าของอัตราค่าจ้างปกติต่อชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วยค่าจ้างวันหยุดที่กฎหมายกำหนดให้ได้รับอยู่แล้ว รวมกับค่าทำงานล่วงเวลาในวันหยุดตามสูตรที่กฎหมายกำหนด

ลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างรายเดือน ซึ่งได้รับค่าจ้างปกติอยู่แล้วแม้วันหยุด จะได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมอีกสองเท่าของอัตราต่อชั่วโมงสำหรับชั่วโมงที่ทำงานในวันหยุดนั้น

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายกลไก ไม่ใช่ค่าแนะนำ: หากลูกจ้างรายวันได้ค่าจ้าง 500 บาทต่อวัน (8 ชั่วโมง) และทำงานเต็มวันในวันหยุดตามประเพณี ค่าตอบแทนที่ต้องได้รับจะเป็น 500 × 3 = 1,500 บาท

วันหยุดชดเชยเกิดขึ้นเมื่อใด

มีสองกรณีหลักที่กฎหมายกำหนดให้นายจ้างต้องจัดวันหยุดชดเชยให้ลูกจ้าง

กรณีที่หนึ่ง: วันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ของลูกจ้าง เช่น วันอาทิตย์ กฎหมายกำหนดให้นายจ้างให้หยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป เพื่อให้ลูกจ้างได้รับวันหยุดครบ 13 วันตามสิทธิจริง ๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลข

กรณีที่สอง: นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณี แต่ตกลงกับลูกจ้างว่าจะให้หยุดชดเชยแทนการจ่ายค่าตอบแทนสามเท่า กรณีนี้ต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง และต้องกำหนดวันหยุดชดเชยให้ชัดเจน

วันหยุดตามประเพณีกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน

กฎหมายกำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปต้องมีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ซึ่งต้องระบุรายละเอียดของวันหยุดตามประเพณีไว้ด้วย หากไม่ได้ระบุให้ครบถ้วน หรือระบุไว้น้อยกว่า 13 วัน นายจ้างมีความเสี่ยงด้านกฎหมายแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายในส่วนนี้ หากมีข้อสงสัยควรตรวจสอบกับกรมสวัสดิการฯ โดยตรง หรือขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน

สำหรับองค์กรที่ต้องการสร้างระบบบริหารคนให้ครบวงจรนอกเหนือจากการปฏิบัติตามกฎหมาย โครงสร้างการจ่ายค่าตอบแทนที่ยุติธรรมและโปร่งใสเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญ อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ โครงสร้างเงินเดือน 101 และ ค่าแรงขั้นต่ำกับแบนด์เงินเดือน

หากองค์กรของคุณต้องการทบทวนระบบบริหารทรัพยากรบุคคลทั้งระบบให้สอดคล้องกับกฎหมายและรองรับการเติบโต ทีม Triple I HR Consulting พร้อมให้คำปรึกษาผ่านกรอบการทำงาน 2R ที่ออกแบบมาเพื่อองค์กรไทยโดยเฉพาะ นัดคุยฟรีได้เลยเพื่อประเมินสถานะปัจจุบันและวางแผนขั้นต่อไปร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย

นายจ้างต้องให้วันหยุดตามประเพณีกี่วันต่อปี

กฎหมายกำหนดขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 13 วันต่อปี รวมวันแรงงานแห่งชาติ นายจ้างต้องประกาศล่วงหน้าและตั้งให้สอดคล้องกับประเพณีท้องถิ่นหรือศาสนา หากกำหนดน้อยกว่า 13 วันถือว่าผิดกฎหมาย

ถ้าลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามประเพณีจะได้รับค่าจ้างอย่างไร

ลูกจ้างที่ทำงานในวันหยุดตามประเพณีมีสิทธิได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้นสามเท่าของอัตราปกติ (สำหรับลูกจ้างรายวัน/รายชั่วโมง) หรือเพิ่มอีกสองเท่าสำหรับลูกจ้างรายเดือนที่ยังได้รับค่าจ้างปกติอยู่แล้ว

หากวันหยุดตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์จะทำอย่างไร

หากวันหยุดตามประเพณีตรงกับวันหยุดประจำสัปดาห์ กฎหมายกำหนดให้นายจ้างชดเชยโดยให้ลูกจ้างหยุดชดเชยในวันทำงานถัดไป เพื่อให้ลูกจ้างได้รับวันหยุดครบตามสิทธิ

นายจ้างสามารถเปลี่ยนวันหยุดตามประเพณีได้หรือไม่

ได้ หากมีความจำเป็นทางธุรกิจ นายจ้างอาจตกลงกับลูกจ้างเพื่อเลื่อนวันหยุดออกไปได้ แต่ต้องให้หยุดชดเชยภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด และต้องได้รับความยินยอมจากลูกจ้างก่อน

วันหยุดตามประเพณีกับวันหยุดราชการต่างกันอย่างไร

วันหยุดราชการกำหนดโดยคณะรัฐมนตรีสำหรับหน่วยงานรัฐ ส่วนวันหยุดตามประเพณีคือที่นายจ้างเอกชนประกาศให้ลูกจ้าง ซึ่งอาจตรงกันทั้งหมดหรือบางส่วนกับวันหยุดราชการก็ได้


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี