ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

นโยบายการลาตามกฎหมายไทย: สิ่งที่ HR ต้องรู้

นโยบายการลาตามกฎหมายไทยคือชุดข้อกำหนดที่องค์กรต้องจัดให้พนักงานได้ใช้สิทธิลาประเภทต่าง ๆ ไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เช่น การลาป่วย ลากิจจำเป็น ลาคลอด และลาพักผ่อนประจำปี องค์กรกำหนดให้มากกว่ากฎหมายได้ แต่ห้ามน้อยกว่า การเขียนนโยบายให้ชัดเจนจึงช่วยลดข้อพิพาทและทำให้การบริหารงานบุคคลเป็นมาตรฐาน

บทความนี้จะพาไปดูประเภทการลาหลักที่กฎหมายไทยกำหนด หลักการสำคัญที่ HR ต้องเข้าใจก่อนเขียนนโยบาย แนวทางจัดทำนโยบายการลาที่นำไปใช้ได้จริง และวิธีเชื่อมโยงสิทธิการลาเข้ากับโครงสร้างตำแหน่งงานในองค์กร


นโยบายการลาตามกฎหมายไทยครอบคลุมการลาประเภทใดบ้าง

กฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทยกำหนดประเภทการลาหลักที่นายจ้างต้องจัดให้พนักงานได้ใช้สิทธิ องค์กรที่ดีจะนำกรอบเหล่านี้มาเขียนเป็นนโยบายภายในที่ชัดเจน โดยประเภทการลาที่พบบ่อยมีดังนี้

การลาป่วย เป็นสิทธิที่พนักงานใช้ได้เมื่อเจ็บป่วยจริง โดยทั่วไปนายจ้างอาจขอใบรับรองแพทย์เมื่อพนักงานลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่จำนวนวันที่กฎหมายกำหนด รายละเอียดจำนวนวันและเงื่อนไขควรอ้างอิงจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

การลาเพื่อกิจธุระจำเป็น (ลากิจ) เป็นสิทธิที่พนักงานใช้จัดการเรื่องส่วนตัวที่จำเป็นและไม่สามารถดำเนินการนอกเวลางานได้

การลาคลอด เป็นสิทธิของพนักงานหญิงสำหรับการตั้งครรภ์และคลอดบุตร โดยมีการคุ้มครองทั้งระยะเวลาและรายได้บางส่วนตามที่กฎหมายและสำนักงานประกันสังคมกำหนด

การลาพักผ่อนประจำปี (ลาพักร้อน) เป็นสิทธิที่พนักงานได้รับเมื่อทำงานครบระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด องค์กรจำนวนมากให้สิทธิมากกว่าขั้นต่ำตามอายุงานหรือระดับตำแหน่ง

การลาประเภทอื่น ที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ การลาเพื่อทำหมัน การลาเพื่อรับราชการทหาร และการลาเพื่อฝึกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ


ทำไมนโยบายการลาของบริษัทห้ามกำหนดน้อยกว่ากฎหมาย

หลักการสำคัญที่ HR ต้องเข้าใจก่อนเขียนนโยบายคือ สิทธิตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานเป็นเพดานขั้นต่ำที่องค์กรต้องจัดให้เสมอ นโยบายภายในเป็นได้เพียงข้อกำหนดที่ให้สิทธิเท่ากับหรือมากกว่ากฎหมายเท่านั้น

หากนโยบายบริษัทกำหนดสิทธิการลาต่ำกว่าที่กฎหมายระบุ ส่วนที่ขัดกับกฎหมายจะไม่มีผลบังคับใช้ และพนักงานยังคงได้รับสิทธิตามกฎหมายอยู่ดี การเขียนนโยบายที่ขัดกฎหมายจึงไม่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร และอาจกลายเป็นที่มาของข้อพิพาทในภายหลังได้

ในทางกลับกัน องค์กรสามารถออกแบบสิทธิการลาให้มากกว่ากฎหมายเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของชุดสวัสดิการที่ดึงดูดและรักษาพนักงาน ตัวอย่างเช่น การให้วันลาพักร้อนเพิ่มขึ้นตามอายุงาน หรือการเพิ่มวันลาสำหรับเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ทั้งนี้สิ่งที่ให้เพิ่มควรสอดคล้องกับความสามารถในการบริหารจัดการและงบประมาณขององค์กร

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้นโยบายการลาในหลายองค์กรเกิดความสับสนคือการที่เงื่อนไขไม่ได้ถูกเขียนไว้อย่างชัดเจน ทำให้หัวหน้างานแต่ละคนตีความแตกต่างกัน การวางหลักการให้ตรงกับกฎหมายและเขียนเงื่อนไขให้ครบจึงเป็นรากฐานสำคัญ


นโยบายการลาที่ดีควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

นโยบายการลาที่นำไปใช้ได้จริงไม่ได้มีเพียงจำนวนวันลาเท่านั้น แต่ควรครอบคลุมรายละเอียดเชิงปฏิบัติเพื่อให้พนักงานและหัวหน้างานเข้าใจตรงกัน องค์ประกอบที่ควรมี ได้แก่

ประเภทและจำนวนวันลา ระบุการลาแต่ละประเภทพร้อมจำนวนวันที่องค์กรให้ โดยต้องไม่ต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด และระบุชัดว่าวันลาใดได้รับค่าจ้างและวันลาใดไม่ได้รับ

คุณสมบัติและเงื่อนไขการใช้สิทธิ เช่น พนักงานต้องผ่านช่วงทดลองงานก่อนใช้สิทธิลาพักร้อนหรือไม่ และสิทธิแต่ละประเภทเริ่มนับเมื่อใด

ขั้นตอนการขอลาและการอนุมัติ ระบุว่าต้องขอลาล่วงหน้ากี่วัน ขอผ่านช่องทางใด ใครเป็นผู้อนุมัติ และกรณีฉุกเฉินมีขั้นตอนอย่างไร

เอกสารประกอบ เช่น การลาป่วยติดต่อกันตามจำนวนวันที่กำหนดต้องมีใบรับรองแพทย์ และการลาบางประเภทอาจต้องมีหลักฐานประกอบ

การสะสมและการเลื่อนวันลา ระบุว่าวันลาพักร้อนที่ใช้ไม่หมดสามารถสะสมข้ามปีได้หรือไม่ มีเพดานเท่าใด และมีนโยบายชดเชยเป็นเงินหรือไม่ ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันล่วงหน้าได้

การเขียนองค์ประกอบเหล่านี้ให้ครบช่วยให้นโยบายการลากลายเป็นเครื่องมือบริหารจริง ไม่ใช่เพียงเอกสารที่ระบุตัวเลข บทความ Salary Structure 101 อธิบายแนวคิดการวางระบบบริหารงานบุคคลที่เป็นมาตรฐานเพิ่มเติม


จะเชื่อมสิทธิการลากับโครงสร้างตำแหน่งงานอย่างไร

สิทธิการลาเป็นส่วนหนึ่งของชุดสวัสดิการที่หลายองค์กรออกแบบให้สอดคล้องกับระดับตำแหน่งและอายุงาน เมื่อองค์กรมีโครงสร้างตำแหน่งงานที่ชัดเจน การกำหนดสิทธิให้เป็นธรรมและอธิบายได้จะทำได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าองค์กรต้องการให้วันลาพักผ่อนเพิ่มขึ้นตามระดับงานและอายุงาน หากไม่มีโครงสร้างตำแหน่งที่ชัดเจน การกำหนดว่าใครอยู่ระดับใดและควรได้สิทธิเท่าใดจะกลายเป็นการตัดสินใจรายบุคคลที่ยากต่อการอธิบาย ในทางกลับกัน เมื่อมีการจัดกลุ่มงาน (job family) และระดับตำแหน่งที่ชัดเจน การออกแบบสิทธิแต่ละระดับจะมีหลักเกณฑ์ที่ตรวจสอบได้

จุดเริ่มต้นที่ดีคือการมีเอกสารกำหนดหน้าที่งาน (JD) และโครงสร้างตำแหน่งที่เป็นระบบ เพราะ JD ที่ชัดเจนช่วยให้องค์กรเห็นภาพว่าตำแหน่งใดอยู่ในระดับใด ซึ่งเป็นรากฐานในการออกแบบทั้งสิทธิสวัสดิการและสิทธิการลาให้สอดคล้องกัน

สำหรับองค์กรที่ต้องการวางโครงสร้างตำแหน่งและเขียน JD ให้เป็นระบบเพื่อรองรับการออกแบบสิทธิสวัสดิการอย่างเป็นธรรม บริการ Smart JD ของ Triple I ช่วยจัดทำ JD และโครงสร้างตำแหน่งงานที่เชื่อมโยงกับระดับงานและระบบบริหารงานบุคคลขององค์กรได้อย่างเป็นระบบ


จะหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในนโยบายการลาได้อย่างไร

แม้องค์กรจะมีนโยบายการลาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่ก็ยังพบปัญหาในทางปฏิบัติได้ ปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้องกับปัญหาเหล่านี้มีหลายประการ

ประการแรก นโยบายที่เขียนกว้างเกินไปจนตีความได้หลายแบบ เช่น ระบุเพียงว่า “ลากิจต้องขออนุมัติล่วงหน้า” โดยไม่ระบุจำนวนวันที่ต้องแจ้งล่วงหน้า ทำให้หัวหน้างานแต่ละคนปฏิบัติไม่เหมือนกัน

ประการที่สอง การไม่ทบทวนนโยบายให้สอดคล้องกับกฎหมายที่อาจมีการปรับปรุง การตรวจทานนโยบายกับแหล่งอ้างอิงอย่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นระยะจึงเป็นแนวทางที่ปลอดภัย

ประการที่สาม การบันทึกและติดตามการลาที่ไม่เป็นระบบ ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนของยอดวันลาคงเหลือ การใช้ระบบบริหารงานบุคคล (HRIS) บันทึกและคำนวณยอดวันลาช่วยลดข้อผิดพลาดและข้อพิพาทได้มาก

ประการที่สี่ การสื่อสารนโยบายไม่ทั่วถึง ทำให้พนักงานบางส่วนไม่ทราบสิทธิหรือขั้นตอนที่แท้จริง การจัดให้นโยบายอยู่ในคู่มือพนักงานที่เข้าถึงได้ง่ายและทบทวนเมื่อมีพนักงานใหม่จึงเป็นแนวปฏิบัติที่ดี


สรุป

นโยบายการลาตามกฎหมายไทยเป็นรากฐานสำคัญของการบริหารงานบุคคลที่เป็นธรรมและเป็นมาตรฐาน หลักการที่ต้องจำคือสิทธิตามกฎหมายเป็นเพดานขั้นต่ำที่องค์กรต้องจัดให้เสมอ องค์กรกำหนดให้มากกว่ากฎหมายได้แต่ห้ามน้อยกว่า การเขียนนโยบายให้ครบทั้งประเภทการลา เงื่อนไข ขั้นตอนการขอและอนุมัติ รวมถึงการสะสมวันลา จะช่วยลดความสับสนและข้อพิพาทในทางปฏิบัติ และเมื่อเชื่อมโยงสิทธิการลาเข้ากับโครงสร้างตำแหน่งงานที่ชัดเจน องค์กรจะออกแบบสิทธิสวัสดิการได้อย่างเป็นธรรมและอธิบายได้

หากองค์กรของคุณต้องการวางโครงสร้างตำแหน่งและจัดทำ JD ที่เป็นระบบเพื่อรองรับการออกแบบสิทธิสวัสดิการและการลาอย่างเป็นธรรม ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำ นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

นโยบายการลาตามกฎหมายไทยมีกี่ประเภทหลัก

การลาที่กำหนดไว้ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานของไทยมีหลายประเภทหลัก ได้แก่ การลาป่วย การลาเพื่อกิจธุระจำเป็น การลาเพื่อทำหมัน การลาคลอด การลาเพื่อรับราชการทหาร การลาเพื่อฝึกอบรม และการลาพักผ่อนประจำปี องค์กรสามารถกำหนดสิทธิให้มากกว่าที่กฎหมายกำหนดได้ แต่ห้ามกำหนดต่ำกว่า รายละเอียดสิทธิแต่ละประเภทควรอ้างอิงจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเป็นหลัก

นโยบายการลาของบริษัทกำหนดให้น้อยกว่ากฎหมายได้ไหม

ไม่ได้ นโยบายภายในขององค์กรเป็นได้เพียงข้อกำหนดที่ให้สิทธิเท่ากับหรือมากกว่าที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น หากนโยบายบริษัทให้สิทธิต่ำกว่าที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานระบุไว้ ส่วนที่ขัดกับกฎหมายจะไม่มีผลบังคับใช้ และพนักงานยังคงได้รับสิทธิตามกฎหมาย องค์กรจึงควรตรวจทานนโยบายกับแหล่งอ้างอิงอย่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเสมอ

วันลาพักร้อนสะสมข้ามปีได้หรือไม่

กฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันล่วงหน้าเพื่อสะสมและเลื่อนวันลาพักผ่อนประจำปีที่ยังไม่ได้ใช้ไปรวมกับปีถัดไปได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงและนโยบายที่ระบุไว้ชัดเจนในระเบียบบริษัท องค์กรหลายแห่งกำหนดเพดานการสะสมไว้เพื่อให้บริหารจัดการได้ การเขียนเงื่อนไขนี้ให้ชัดในนโยบายช่วยลดข้อพิพาทในทางปฏิบัติ

ทำไมองค์กรควรเขียนนโยบายการลาเป็นลายลักษณ์อักษร

การเขียนนโยบายการลาเป็นลายลักษณ์อักษรช่วยให้พนักงานทุกคนเข้าใจสิทธิและขั้นตอนการขอลาแบบเดียวกัน ลดการตีความที่แตกต่างระหว่างหัวหน้างาน และทำให้การอนุมัติเป็นมาตรฐาน นอกจากนี้ยังเป็นหลักฐานที่ชัดเจนเมื่อเกิดข้อสงสัยหรือข้อพิพาท และช่วยให้ HR ใช้ระบบบริหารงานบุคคล (HRIS) บันทึกและติดตามได้อย่างเป็นระบบ

ควรระบุสิทธิการลาไว้ใน JD หรือไม่

โดยทั่วไป JD จะเน้นที่หน้าที่ความรับผิดชอบและคุณสมบัติของตำแหน่งมากกว่ารายละเอียดสิทธิการลา ซึ่งมักอยู่ในระเบียบบริษัทหรือคู่มือพนักงานแยกต่างหาก อย่างไรก็ตาม การมีโครงสร้างตำแหน่งและระดับงานที่ชัดเจนช่วยให้องค์กรกำหนดสิทธิสวัสดิการรวมถึงวันลาในแต่ละระดับได้สอดคล้องและเป็นธรรมมากขึ้น


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี