KPI ฝ่ายการตลาด ตัวชี้วัดสำคัญและวิธีเลือกให้เหมาะกับเป้าหมาย
ฝ่ายการตลาดเป็นฝ่ายที่ตั้ง KPI ได้ยากฝ่ายหนึ่ง เพราะผลงานการตลาดไม่ได้แสดงผลทันทีเหมือนยอดขาย และหลายผลลัพธ์มีปัจจัยอื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้บางองค์กรเลือกวัดเฉพาะสิ่งที่วัดง่าย เช่น จำนวนโพสต์หรือยอดผู้ติดตาม แทนที่จะวัดสิ่งที่สำคัญต่อเป้าหมายธุรกิจจริง
บทความนี้รวบรวมตัวอย่าง KPI ฝ่ายการตลาดที่สะท้อนหลักการที่ดี พร้อมอธิบายว่าแต่ละตัวเชื่อมกับเป้าหมายอะไร และควรปรับใช้อย่างไรตามบริบทขององค์กร
หลักการพื้นฐานก่อนตั้ง KPI ฝ่ายการตลาด
ก่อนเลือก KPI ควรถามก่อนว่าฝ่ายการตลาดขององค์กรนี้มีบทบาทหลักอะไร ซึ่งอาจต่างกันระหว่างองค์กร บางองค์กรต้องการให้การตลาดสร้างลูกค้าเป้าหมาย (lead) ให้ทีมขาย บางองค์กรต้องการสร้างการรับรู้แบรนด์ บางองค์กรต้องการรักษาลูกค้าเดิม
คำตอบของคำถามนี้จะกำหนดว่า KPI ชุดใดเหมาะกับองค์กรนั้น การนำ KPI ของบริษัทอื่นมาใช้โดยไม่พิจารณาบทบาทของฝ่ายการตลาดตัวเอง อาจทำให้วัดสิ่งที่ไม่ตรงกับเป้าหมาย
ตัวอย่าง KPI ฝ่ายการตลาด
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นเชิงหลักการเพื่ออธิบายว่า KPI แต่ละตัวเชื่อมกับเป้าหมายอะไร ตัวเลขเป้าหมายจริงต้องกำหนดตามบริบทขององค์กร
1. จำนวนลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพ (qualified lead) ที่ส่งให้ทีมขาย เชื่อมกับเป้าหมาย: การสนับสนุนการเติบโตรายได้ผ่านการหาลูกค้าใหม่ KPI นี้วัดว่าการตลาดส่งลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพให้ทีมขายจริงหรือไม่ โดยดูคุณภาพมากกว่าจำนวนรวม เพราะลูกค้าเป้าหมายที่ไม่มีคุณภาพสร้างภาระให้ทีมขายโดยไม่เพิ่มรายได้
2. อัตราการเปลี่ยนลูกค้าเป้าหมายเป็นลูกค้า (conversion rate) เชื่อมกับเป้าหมาย: ประสิทธิภาพของช่องทางนำลูกค้า (funnel) การตลาดโดยรวม ตัวชี้วัดนี้บอกว่ากระบวนการตลาดตั้งแต่ต้นจนจบมีประสิทธิภาพเพียงใด การที่อัตราการเปลี่ยนต่ำอาจบ่งชี้ว่าลูกค้าเป้าหมายไม่ตรงกลุ่ม หรือเนื้อหา (content) ไม่ตอบโจทย์ที่ถูกจุด
3. ต้นทุนต่อลูกค้าเป้าหมาย (cost per lead) เชื่อมกับเป้าหมาย: ประสิทธิภาพของงบประมาณการตลาด ตัวชี้วัดนี้ช่วยให้เปรียบเทียบประสิทธิภาพของช่องทางต่าง ๆ ได้ องค์กรที่ลงทุนหลายช่องทางควรรู้ว่าช่องทางใดให้ลูกค้าเป้าหมายในต้นทุนที่คุ้มค่ากว่า
4. อัตราการเปิดอีเมลและอัตราการคลิก (click-through rate) สำหรับการตลาดผ่านอีเมล เชื่อมกับเป้าหมาย: ประสิทธิภาพของการสื่อสารกับฐานลูกค้าและลูกค้าที่มีแนวโน้ม (prospect) ตัวชี้วัดนี้สะท้อนว่าเนื้อหาที่ส่งออกตรงกับความสนใจของผู้รับหรือไม่ อัตราที่ต่ำบ่งชี้ถึงความจำเป็นต้องปรับข้อความสื่อสารหรือการแบ่งกลุ่มผู้รับ
5. การเติบโตของผู้เข้าชมจากการค้นหาแบบธรรมชาติ (organic traffic) เชื่อมกับเป้าหมาย: การทำให้แบรนด์เป็นที่เห็นในระยะยาวผ่านการปรับเว็บไซต์ให้ค้นเจอ (SEO) และเนื้อหา ตัวชี้วัดนี้บอกว่าการลงทุนด้านเนื้อหาและ SEO ให้ผลหรือไม่ ผู้เข้าชมแบบธรรมชาติอาจเติบโตช้ากว่าผลของโฆษณา แต่อาจยั่งยืนกว่าเมื่อหยุดใช้งบ
6. ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมายต่อแบรนด์ เชื่อมกับเป้าหมาย: การสร้างและรักษาคุณค่าของแบรนด์ในระยะยาว ตัวชี้วัดนี้วัดได้จากการสำรวจหรือการติดตามความรู้สึกของผู้คนต่อแบรนด์ (sentiment) บนช่องทางต่าง ๆ สำหรับองค์กรที่มีแบรนด์เป็นสินทรัพย์หลัก มิตินี้สำคัญไม่แพ้ตัวเลขรายได้
7. อัตราการรักษาลูกค้าเดิม (customer retention rate) เชื่อมกับเป้าหมาย: การตลาดเพื่อรักษาฐานรายได้ที่มีอยู่ สำหรับองค์กรที่ให้ฝ่ายการตลาดดูแลวงจรชีวิตลูกค้า (lifecycle) ด้วย ตัวชี้วัดนี้บอกว่าการสื่อสารและการมีส่วนร่วมของลูกค้า (engagement) ช่วยให้ลูกค้าอยู่กับองค์กรหรือไม่
8. ระยะเวลาเฉลี่ยของวงจรการซื้อ (sales cycle length) เชื่อมกับเป้าหมาย: ประสิทธิภาพของการบ่มเพาะลูกค้าที่มีแนวโน้ม (nurturing) และการให้ข้อมูล ในตลาดที่ขายให้องค์กรอื่น (B2B) หรือสินค้ามูลค่าสูง การตลาดมีบทบาทในการให้ข้อมูลและสร้างความเชื่อมั่นก่อนการตัดสินใจซื้อ KPI นี้บอกว่ากระบวนการนั้นช่วยร่นระยะเวลาได้หรือไม่
วิธีปรับ KPI เหล่านี้ให้เหมาะกับองค์กร
ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวอย่างข้างต้นทั้งหมด แนวทางในการเลือกและปรับ ได้แก่:
- เลือกเฉพาะ KPI ที่สะท้อนบทบาทหลักของฝ่ายการตลาดในองค์กรนั้น
- ตรวจสอบว่ามีข้อมูลพร้อมสนับสนุนการวัดแต่ละตัวหรือไม่ KPI ที่วัดไม่ได้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่ไม่ควรนำมาใช้
- กำหนดเป้าหมายจากข้อมูลฐาน (baseline) ขององค์กรเอง ไม่ใช่จากตัวเลขอุตสาหกรรมที่ไม่ทราบบริบท
- ทบทวน KPI รายไตรมาสว่ายังสะท้อนทิศทางองค์กรในช่วงนั้นหรือไม่
สำหรับหลักการออกแบบ KPI ในภาพรวมและการเปรียบเทียบกับกรอบอื่น อ่านเพิ่มได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันอย่างไร
สรุป
KPI ฝ่ายการตลาดที่ดีคือการเลือกตัวชี้วัดที่บอกได้ว่าการตลาดสร้างคุณค่าต่อเป้าหมายธุรกิจได้จริงหรือไม่ การเริ่มจากคำถามว่าฝ่ายการตลาดต้องส่งมอบอะไรให้องค์กรจะช่วยให้เลือก KPI ได้ตรงกว่าการเลือกจากรายการสำเร็จรูป
หากองค์กรของคุณกำลังออกแบบ KPI สำหรับฝ่ายการตลาดหรือทบทวนระบบประเมินผลรายฝ่าย ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
KPI ฝ่ายการตลาดที่ดีควรวัดอะไรเป็นหลัก
KPI ฝ่ายการตลาดควรสะท้อนบทบาทหลักของฝ่ายในองค์กรนั้น เช่น การสร้างลูกค้าเป้าหมายที่มีคุณภาพ (qualified lead) สำหรับทีมขาย การสร้างการรับรู้แบรนด์ (brand awareness) หรือการรักษาลูกค้าเดิม ไม่ใช่วัดเฉพาะสิ่งที่วัดง่าย เช่น จำนวนโพสต์หรือยอดผู้ติดตาม
จะเลือก KPI การตลาดให้เหมาะกับองค์กรได้อย่างไร
เริ่มจากถามว่าฝ่ายการตลาดต้องส่งมอบอะไรให้องค์กร จากนั้นตรวจสอบว่ามีข้อมูลพร้อมวัดแต่ละตัวหรือไม่ และกำหนดเป้าหมายจากข้อมูลฐานขององค์กรเอง ไม่ใช่จากตัวเลขอุตสาหกรรมที่ไม่ทราบบริบท
ต้นทุนต่อลูกค้าเป้าหมาย (cost per lead) ช่วยองค์กรได้อย่างไร
ตัวชี้วัดต้นทุนต่อลูกค้าเป้าหมาย (lead) ช่วยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของช่องทางการตลาดต่าง ๆ ได้ องค์กรที่ลงทุนหลายช่องทางจะรู้ว่าช่องทางใดให้ลูกค้าเป้าหมายในต้นทุนที่คุ้มค่ากว่า
บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่โดย
Triple I HR Consultingทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description