KPI ฝ่าย IT ตั้งอย่างไรให้วัดผลงานได้ ไม่ใช่แค่นับงาน
ฝ่าย IT เป็นฝ่ายที่งานส่วนใหญ่มองไม่เห็นเมื่อทุกอย่างเรียบร้อย แต่ทุกคนในองค์กรสังเกตเห็นทันทีเมื่อมีปัญหา การตั้ง KPI สำหรับฝ่ายนี้จึงต้องรู้ว่าควรวัดอะไร ระหว่างความพร้อมใช้งานของระบบ ความเร็วในการแก้ปัญหา คุณภาพของโครงการที่ส่งมอบ หรือทั้งหมด
บทความนี้รวบรวมตัวอย่าง KPI ฝ่าย IT ที่ครอบคลุมมิติสำคัญของงาน พร้อมอธิบายว่าแต่ละตัวเชื่อมกับเป้าหมายใดและควรปรับอย่างไรให้เหมาะกับองค์กร
ลักษณะงาน IT ที่ส่งผลต่อการออกแบบ KPI
งานของฝ่าย IT มักแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรกคืองานประจำหรืองานสนับสนุน (run the business) เช่น การดูแลระบบ การแก้ปัญหา และการให้บริการผู้ใช้งาน กลุ่มที่สองคืองานโครงการ (change the business) เช่น การพัฒนาระบบใหม่หรือการปรับปรุงกระบวนการด้วยเทคโนโลยี
KPI ที่ดีสำหรับฝ่าย IT ควรสะท้อนทั้งสองกลุ่มงานนี้ ไม่ใช่วัดแค่มิติใดมิติหนึ่ง เพราะฝ่ายที่ทำงานประจำดีแต่ส่งมอบโครงการไม่ได้ หรือมีโครงการมากแต่ระบบล่มบ่อย ต่างก็ไม่ได้สร้างคุณค่าที่แท้จริงให้องค์กร
ตัวอย่าง KPI ฝ่าย IT
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นหลักการเชิงภาพสำหรับการออกแบบ ค่าเป้าหมายต้องกำหนดตามบริบทและลักษณะระบบขององค์กรแต่ละแห่ง
-
อัตราความพร้อมใช้งานของระบบ (System Availability / Uptime) — วัดสัดส่วนเวลาที่ระบบสำคัญพร้อมใช้งานได้จริงเทียบกับเวลารวม เชื่อมโดยตรงกับความสามารถในการดำเนินธุรกิจขององค์กร ควรระบุให้ชัดว่าวัดระบบใด เพราะระบบบางส่วนมีความสำคัญวิกฤตกว่าส่วนอื่น
-
ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา (Mean Time to Resolution — MTTR) — วัดเวลาเฉลี่ยตั้งแต่รับแจ้งปัญหาจนแก้ไขเสร็จสิ้น เชื่อมกับประสิทธิภาพของทีม helpdesk และคุณภาพกระบวนการแก้ไขปัญหา ควรแบ่งตามระดับความรุนแรงของปัญหา เพราะปัญหาวิกฤตต้องใช้มาตรฐานต่างจากปัญหาทั่วไป
-
ความพึงพอใจของผู้ใช้งานภายใน (Internal User Satisfaction Score) — วัดความพึงพอใจของพนักงานที่ใช้บริการ IT ด้วยการสำรวจหลังการแก้ไขปัญหาหรือตามรอบ เชื่อมกับคุณภาพการบริการและทักษะการสื่อสารของทีม IT ตัวชี้วัดนี้ช่วยจับมิติที่ข้อมูลระบบวัดไม่ได้
-
อัตราการปฏิบัติตามแผนโครงการ IT (IT Project On-Time / On-Budget Rate) — วัดสัดส่วนโครงการที่ส่งมอบได้ตามกำหนดเวลาและงบประมาณที่วางไว้ เชื่อมกับการบริหารโครงการและการสื่อสารกับผู้มีส่วนได้เสีย ควรพิจารณาร่วมกับคุณภาพของสิ่งที่ส่งมอบ ไม่ใช่เพียงตรงเวลาและตามงบ
-
อัตราการเกิดเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยสารสนเทศ (Security Incident Rate) — วัดจำนวนหรือสัดส่วนของเหตุการณ์ความปลอดภัยที่เกิดขึ้นเทียบกับช่วงเวลาอ้างอิง เชื่อมกับการบริหารความเสี่ยงด้าน Cybersecurity ขององค์กร ตัวชี้วัดนี้ต้องดูร่วมกับมาตรการป้องกัน ไม่ใช่แค่นับเหตุการณ์
-
อัตราการอัพเดตระบบและแพตช์ความปลอดภัยตามกำหนด (Patch Compliance Rate) — วัดสัดส่วนของระบบที่ได้รับการอัพเดตตามรอบที่กำหนด เชื่อมกับการลดช่องโหว่ความปลอดภัยเชิงรุก ตัวชี้วัดนี้สะท้อนวินัยในการดูแลระบบมากกว่าการตอบสนองต่อเหตุการณ์
-
อัตราการปฏิบัติตามขั้นตอนการทดสอบก่อนใช้งาน (Change Success Rate) — วัดสัดส่วนของการเปลี่ยนแปลงระบบที่ดำเนินการแล้วไม่ก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดการณ์ เชื่อมกับคุณภาพของกระบวนการทดสอบและการจัดการการเปลี่ยนแปลง
-
ต้นทุน IT ต่อผู้ใช้งาน (IT Cost per User) — วัดต้นทุนรวมของฝ่าย IT เฉลี่ยต่อจำนวนผู้ใช้งานภายใน เชื่อมกับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ตัวชี้วัดนี้ควรดูเป็นแนวโน้มและเปรียบเทียบกับมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ใช่ดูเป็นตัวเลขสัมบูรณ์
วิธีปรับ KPI ให้เหมาะกับฝ่าย IT ในองค์กรของคุณ
การเลือก KPI สำหรับฝ่าย IT ควรเริ่มจากการระบุว่าฝ่ายนี้สร้างคุณค่าให้องค์กรอย่างไรก่อน จากนั้นจึงเลือกตัวชี้วัดที่สะท้อนคุณค่านั้นได้ชัดเจนที่สุด
ควรระวังการตั้ง KPI ที่วัดกิจกรรม (activity) มากกว่าผลลัพธ์ (outcome) ตัวอย่างเช่น “จำนวน ticket ที่ปิด” เป็นกิจกรรม ขณะที่ “เวลาแก้ไขปัญหาเฉลี่ย” และ “ความพึงพอใจผู้ใช้” เป็นผลลัพธ์ที่วัดคุณค่าได้มากกว่า อ่านเพิ่มเติมเรื่องหลักการออกแบบตัวชี้วัดและกรอบทางเลือกได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีสำหรับองค์กรคุณ
สรุป
KPI ฝ่าย IT ที่ดีครอบคลุมทั้งงานประจำและงานโครงการ สะท้อนทั้งมิติเทคนิคและมิติการบริการ และวัดผลลัพธ์ไม่ใช่แค่กิจกรรม การออกแบบ KPI ที่เชื่อมกับเป้าหมายองค์กรจะช่วยให้ฝ่าย IT เป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ ไม่ใช่แค่ฝ่ายสนับสนุน
หากองค์กรของคุณกำลังทบทวนระบบ KPI สำหรับฝ่าย IT และต้องการกรอบที่เชื่อมจากกลยุทธ์องค์กรลงถึงระดับทีม ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย