KPI งานสรรหาบุคลากร วัดอะไรได้บ้างนอกจากจำนวนคนที่รับเข้า
งานสรรหาบุคลากรเป็นงาน HR ที่ผลกระทบมองเห็นได้ชัดเมื่อมีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการรับคนที่ไม่เหมาะสมเข้ามา หรือตำแหน่งว่างที่ทิ้งไว้นานจนกระทบการดำเนินงาน แต่เมื่อทำได้ดี งานสรรหามักเงียบและถูกมองข้าม การตั้ง KPI ที่ชัดเจนจึงช่วยทำให้คุณค่าของงานนี้วัดได้และสื่อสารกับผู้บริหารได้
บทความนี้รวบรวมตัวอย่าง KPI งานสรรหาบุคลากรที่ครอบคลุมหลายมิติ พร้อมอธิบายว่าแต่ละตัวเชื่อมกับเป้าหมายใดและควรปรับให้เหมาะกับบริบทองค์กรอย่างไร
ทำไม KPI งานสรรหาต้องมองมากกว่าแค่จำนวนตำแหน่งที่รับได้
หากวัดแค่จำนวนตำแหน่งที่รับเข้า ทีมสรรหาจะมีแรงจูงใจในการ “ปิด” ตำแหน่งให้เร็ว ซึ่งอาจนำไปสู่การรับคนที่เหมาะสมน้อยกว่าที่ควร งานสรรหาที่ดีต้องสมดุลระหว่างความเร็ว คุณภาพ ต้นทุน และประสบการณ์ของผู้สมัคร KPI จึงควรสะท้อนทั้งสี่ด้านนี้
ตัวอย่าง KPI งานสรรหาบุคลากร
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นหลักการโดยรวม ค่าเป้าหมายต้องกำหนดให้เหมาะกับขนาดองค์กร อุตสาหกรรม และตลาดแรงงานที่แต่ละองค์กรอยู่
-
ระยะเวลาในการสรรหา (Time to Fill): วัดจำนวนวันนับตั้งแต่ตำแหน่งเปิดรับจนถึงวันที่ผู้สมัครยืนยันรับข้อเสนอ เชื่อมกับความสามารถขององค์กรในการดึงดูดและตัดสินใจรับคนที่ต้องการ ค่าเป้าหมายควรแตกต่างกันตามระดับตำแหน่งและความเฉพาะทางของงาน
-
ระยะเวลาจากรับสมัครถึงพร้อมปฏิบัติงาน (Time to Productivity): วัดระยะเวลาที่พนักงานใหม่ใช้จนสามารถปฏิบัติงานได้ตามมาตรฐานที่กำหนด เชื่อมกับคุณภาพของกระบวนการคัดเลือกและการปฐมนิเทศพนักงานใหม่ ตัวชี้วัดนี้ต้องทำงานร่วมกับหัวหน้างานในการกำหนดนิยาม “พร้อมปฏิบัติงาน”
-
คุณภาพของการสรรหา (Quality of Hire): วัดผลการประเมินงานของพนักงานใหม่ในรอบแรก เชื่อมกับความแม่นยำในการคัดเลือกคนที่เหมาะสมกับตำแหน่ง ตัวชี้วัดนี้ต้องอาศัยข้อมูลจากผู้บริหารและต้องรอช่วงเวลาหนึ่งหลังจากรับเข้ามาแล้ว
-
อัตราการลาออกของพนักงานใหม่ภายใน 90 วัน (Early Attrition Rate): วัดสัดส่วนพนักงานที่รับเข้ามาแล้วลาออกภายในช่วงทดลองงาน เชื่อมกับความสอดคล้องระหว่างความคาดหวังของผู้สมัครกับความเป็นจริงของงาน หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยของตัวเลขนี้สูงคือข้อมูลงานที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นสรรหา
-
ต้นทุนต่อการรับเข้า (Cost per Hire): วัดต้นทุนเฉลี่ยที่ใช้ในการรับพนักงานหนึ่งคนเข้ามา รวมทั้งค่าประกาศ ค่าบริการบริษัทจัดหางานระดับบริหาร ค่าเวลาของทีม HR และผู้บริหารที่ใช้ในการสัมภาษณ์ เชื่อมกับประสิทธิภาพด้านต้นทุนของกระบวนการสรรหา
-
อัตราการยอมรับข้อเสนอ (Offer Acceptance Rate): วัดสัดส่วนของผู้สมัครที่ได้รับข้อเสนอและยอมรับ เชื่อมกับความสามารถแข่งขันด้านค่าตอบแทนและภาพลักษณ์องค์กรในสายตาผู้สมัคร หากตัวเลขนี้ต่ำเป็นประจำ ควรตรวจสอบว่าสาเหตุอยู่ที่ค่าตอบแทน กระบวนการ หรือข้อมูลที่ผู้สมัครได้รับ
-
อัตราส่วนผู้สมัครต่อตำแหน่ง (Applicant to Hire Ratio): วัดจำนวนผู้สมัครโดยเฉลี่ยที่ผ่านกระบวนการทั้งหมดเพื่อรับพนักงานหนึ่งคน เชื่อมกับคุณภาพของแหล่งสรรหาและกระบวนการกรองเบื้องต้น ตัวเลขที่สูงมากอาจบอกว่าช่องทางสรรหาไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย
-
ความพึงพอใจของผู้สมัคร (Candidate Experience Score): วัดความพึงพอใจของผู้สมัครต่อกระบวนการสรรหา ไม่ว่าจะผ่านหรือไม่ผ่านการคัดเลือก เชื่อมกับภาพลักษณ์นายจ้าง (employer brand) ซึ่งส่งผลต่อการดึงดูดผู้สมัครในอนาคต
หลักการเลือก KPI ให้เหมาะกับองค์กร
การเลือก KPI สรรหาที่เหมาะสมควรพิจารณาว่าฝ่ายสรรหาสร้างคุณค่าให้องค์กรอย่างไร ตัวอย่างเช่น องค์กรที่เติบโตเร็วและต้องการคนจำนวนมากอาจให้น้ำหนักกับความเร็วและปริมาณ ขณะที่องค์กรที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอาจโฟกัสที่คุณภาพและอัตราการยอมรับข้อเสนอ
นอกจากนี้ ควรพิจารณาว่าข้อมูลที่ใช้วัดเก็บได้จริงหรือไม่ บาง KPI เช่น Quality of Hire ต้องใช้ระบบและความร่วมมือจากหลายฝ่าย ซึ่งต้องวางระบบก่อนนำไปใช้จริง อ่านเพิ่มเติมเรื่องกรอบการตั้งเป้าหมายที่แตกต่างได้ที่ KPI กับ OKR ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดีสำหรับองค์กรคุณ
สรุป
KPI งานสรรหาที่ครบถ้วนจะวัดทั้งความเร็ว คุณภาพ ต้นทุน และประสบการณ์ของผู้สมัคร การมีเพียงตัวชี้วัดเดียวหรือสองตัวอาจทำให้ทีมโฟกัสผิดจุด การออกแบบชุด KPI ที่สมดุลช่วยให้งานสรรหาสนับสนุนเป้าหมายองค์กรได้
หากองค์กรของคุณกำลังวางระบบ KPI สำหรับงาน HR และต้องการกรอบที่เชื่อมกับกลยุทธ์ขององค์กรอย่างเป็นระบบ ดูแนวทางได้ที่ระบบประเมินผลงานเชิงกลยุทธ์ (SPMS) ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
KPI งานสรรหาบุคลากรควรวัดอะไรนอกจากจำนวนคนที่รับเข้า
ควรวัดอย่างน้อย 4 มิติ ได้แก่ ความเร็ว (Time to Fill) คุณภาพ (Quality of Hire) ต้นทุน (Cost per Hire) และประสบการณ์ผู้สมัคร (Candidate Experience Score) เพื่อให้ทีมสรรหาโฟกัสถูกจุดและสื่อสารคุณค่าของงานกับผู้บริหารได้
อัตราการลาออกของพนักงานใหม่ภายใน 90 วันบอกอะไรเกี่ยวกับงานสรรหา
ตัวเลขนี้สะท้อนความสอดคล้องระหว่างความคาดหวังของผู้สมัครกับความเป็นจริงของงาน หากสูงเป็นประจำ หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยคือข้อมูลงานที่ไม่ชัดเจนตั้งแต่ขั้นสรรหา
องค์กรควรเลือก KPI สรรหาจากอะไรเป็นหลัก
ควรพิจารณาว่าฝ่ายสรรหาสร้างคุณค่าให้องค์กรอย่างไร เช่น องค์กรที่เติบโตเร็วอาจให้น้ำหนักกับความเร็วและปริมาณ ขณะที่องค์กรที่ต้องการผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางอาจโฟกัสที่คุณภาพและอัตราการยอมรับข้อเสนอ นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่าสามารถเก็บข้อมูลได้จริงหรือไม่ก่อนนำ KPI นั้นไปใช้
บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่โดย
Triple I HR Consultingทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description