ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

บริหารคนในธุรกิจครอบครัว: ปัญหาและทางออก

การบริหารคนในธุรกิจครอบครัวยากกว่าองค์กรทั่วไป เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวกับบทบาทในการทำงานมักปะปนกัน ทำให้การตัดสินใจเรื่องเงินเดือน ตำแหน่ง และการประเมินผลถูกมองว่าไม่เป็นกลาง ทางออกหลักไม่ใช่การตัดความเป็นครอบครัวออก แต่คือการวางระบบที่อธิบายได้ ทั้งโครงสร้างบทบาท เกณฑ์ค่าตอบแทน และเส้นทางเติบโตที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึง

บทความนี้จะพาไปดูปัญหาการบริหารคนที่พบบ่อยในธุรกิจครอบครัว ตั้งแต่ความรู้สึกไม่เป็นธรรม การปนกันของบทบาทเจ้าของกับผู้บริหาร ไปจนถึงเรื่องการส่งต่อธุรกิจ พร้อมแนวทางคลายปมแต่ละเรื่องที่นำไปปรับใช้ได้จริงในองค์กรไทย


ทำไมการบริหารคนในธุรกิจครอบครัวถึงท้าทายเป็นพิเศษ

ธุรกิจครอบครัวมีจุดแข็งที่องค์กรอื่นอิจฉา ทั้งความผูกพัน ความไว้วางใจระหว่างผู้ก่อตั้ง และความทุ่มเทระยะยาว แต่จุดแข็งเหล่านี้ก็มาพร้อมความซับซ้อนในการบริหารคน

หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้การบริหารคนซับซ้อนคือการที่คนคนเดียวสวมหลายบทบาทพร้อมกัน เจ้าของอาจเป็นทั้งพ่อ เป็นทั้งกรรมการผู้จัดการ และเป็นทั้งหัวหน้าโดยตรงของลูกที่ทำงานในบริษัท เมื่อบทบาทเหล่านี้ปนกัน การตัดสินใจเรื่องงานกับเรื่องครอบครัวจึงแยกออกจากกันได้ยาก

อีกปัจจัยที่พบบ่อยคือความคาดหวังที่ไม่ได้พูดออกมา สมาชิกครอบครัวบางคนอาจคาดหวังตำแหน่งหรือสิทธิพิเศษโดยไม่ได้ตกลงกันไว้ ขณะที่พนักงานทั่วไปอาจคาดหวังว่าโอกาสเติบโตจะเปิดกว้างเท่ากัน เมื่อความคาดหวังสองชุดนี้ไม่ตรงกันและไม่เคยถูกพูดคุยอย่างตรงไปตรงมา ก็มีโอกาสกลายเป็นความไม่พอใจที่สะสมไว้


ปัญหาเรื่องความเป็นธรรมที่พนักงานนอกครอบครัวมักเจอ

เมื่อพูดถึงการบริหารคนในธุรกิจครอบครัว ประเด็นที่ถูกหยิบยกบ่อยที่สุดคือความรู้สึกไม่เป็นธรรมของพนักงานที่ไม่ใช่สมาชิกครอบครัว ความรู้สึกนี้มักมาจากหลายเรื่องประกอบกัน

ประการแรกคือเรื่องค่าตอบแทน เมื่อการขึ้นเงินเดือนหรือการให้โบนัสไม่มีเกณฑ์ที่อธิบายได้ พนักงานจะตีความเองว่าความใกล้ชิดกับเจ้าของเป็นตัวกำหนด ไม่ใช่ผลงานหรือค่างาน

ประการที่สองคือเรื่องเส้นทางเติบโต ถ้าตำแหน่งบริหารถูกสงวนไว้สำหรับสมาชิกครอบครัวโดยปริยาย พนักงานที่มีความสามารถอาจมองว่าเพดานความก้าวหน้าของตนถูกจำกัด และเริ่มมองหาโอกาสที่อื่น

ประการที่สามคือเรื่องการประเมินผล ถ้าสมาชิกครอบครัวถูกประเมินด้วยมาตรฐานที่ผ่อนปรนกว่า หรือไม่ถูกประเมินเลย ขณะที่พนักงานทั่วไปถูกประเมินอย่างเข้มงวด ความรู้สึกว่ามีสองมาตรฐานก็เกิดขึ้น

ลองนึกภาพสถานการณ์สมมติว่า มีหัวหน้าแผนกที่เป็นพนักงานทั่วไปทำงานมาหลายปี แต่เห็นว่าญาติของเจ้าของที่เพิ่งเข้ามาได้รับตำแหน่งและเงินเดือนสูงกว่าโดยไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน สถานการณ์แบบนี้ไม่ได้แปลว่ามีใครตั้งใจทำผิด แต่สะท้อนว่าองค์กรยังขาดระบบที่ทำให้การตัดสินใจอธิบายได้

ทางคลายปมเรื่องความเป็นธรรมจึงไม่ใช่การปฏิบัติต่อทุกคนเหมือนกันทุกอย่าง แต่คือการมีเกณฑ์ที่ใช้กับทุกคนเท่ากัน ทั้งโครงสร้างเงินเดือนตามค่างาน เกณฑ์ประเมินผลชุดเดียว และเส้นทางเติบโตที่อ้างอิงความสามารถ


บทบาทเจ้าของกับผู้บริหารปนกันอย่างไร และคลายปมได้แค่ไหน

อีกหนึ่งปมที่อยู่เบื้องหลังปัญหาการบริหารคนคือการแยกไม่ออกระหว่าง “หมวกเจ้าของ” กับ “หมวกผู้บริหาร”

ในฐานะเจ้าของ (owner) บุคคลนั้นมีสิทธิตัดสินใจเรื่องทิศทางการลงทุน การแบ่งผลกำไร และความเสี่ยงทางธุรกิจ เพราะเป็นเจ้าของทุน แต่ในฐานะผู้บริหาร (management) บทบาทคือการนำองค์กรให้ทำงานได้ตามเป้าหมาย ซึ่งต้องอาศัยหลักการบริหารคนที่เป็นกลาง

ปัญหาเกิดเมื่อสองหมวกนี้ถูกใช้สลับกันโดยไม่รู้ตัว ตัวอย่างเช่น การตัดสินใจเลื่อนตำแหน่งสมาชิกครอบครัวด้วยเหตุผลของการสืบทอด (มุมเจ้าของ) แต่นำไปใช้ในโครงสร้างการบังคับบัญชาจริง (มุมผู้บริหาร) โดยไม่ได้พิจารณาว่าตำแหน่งนั้นต้องการความสามารถอะไร

แนวทางคลายปมที่ใช้ได้คือการแยกเวทีการตัดสินใจให้ชัด หลายองค์กรครอบครัวเริ่มจากการกำหนดว่าเรื่องใดคุยในเวทีของเจ้าของหรือสภาครอบครัว และเรื่องใดคุยในเวทีของฝ่ายบริหาร เมื่อมีโครงสร้างองค์กรและ JD ที่เขียนไว้ชัดเจน แต่ละคนจะรู้ว่ากำลังสวมหมวกใบไหนในแต่ละการตัดสินใจ และพนักงานก็เห็นว่าการตัดสินใจเรื่องงานมีหลักการรองรับ

การวางบทบาทและความรับผิดชอบให้ชัดเจนเป็นจุดเริ่มต้นเดียวกับการออกแบบโครงสร้างองค์กรที่ดี ซึ่งบทความ Salary Structure 101 อธิบายต่อในแง่ของการเชื่อมบทบาทเข้ากับระบบค่าตอบแทน


วางระบบ HR ในธุรกิจครอบครัวควรเริ่มจากตรงไหน

ธุรกิจครอบครัวจำนวนมากเป็น SME (วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม) ที่ยังบริหารแบบไม่เป็นทางการ คำถามที่พบบ่อยคือต้องวางระบบให้ซับซ้อนแค่ไหน คำตอบคือเริ่มจากพื้นฐานที่อธิบายได้ก่อน แล้วค่อยขยาย

เรื่องแรกที่ควรมีคือความชัดเจนของบทบาท การเขียน JD (คำบรรยายลักษณะงาน) ให้แต่ละตำแหน่งบอกได้ว่าใครรับผิดชอบอะไร ช่วยลดการก้าวก่ายงานและทำให้การประเมินผลมีฐานอ้างอิง โดยเฉพาะเมื่อสมาชิกครอบครัวกับพนักงานทั่วไปทำงานในแผนกเดียวกัน

เรื่องที่สองคือเกณฑ์ค่าตอบแทนที่มีหลักการ องค์กรไม่จำเป็นต้องมีโครงสร้างเงินเดือนที่ละเอียดตั้งแต่วันแรก แต่ควรมีหลักว่าเงินเดือนของแต่ละตำแหน่งอ้างอิงค่างาน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ การมีกรอบเงินเดือนช่วยให้การจ่ายของสมาชิกครอบครัวและพนักงานทั่วไปอยู่บนตรรกะเดียวกัน

เรื่องที่สามคือรอบการประเมินผลที่สม่ำเสมอ การมีรอบประเมินที่ใช้เกณฑ์เดียวกันกับทุกคน รวมถึงสมาชิกครอบครัวที่ทำงานในบริษัท ช่วยส่งสัญญาณว่าทุกคนอยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

สำหรับองค์กรที่อยากเชื่อมเรื่องบทบาท การประเมินผล และการพัฒนาคนให้เป็นระบบเดียวกัน บริการ 3R Framework ของ Triple I ช่วยวางระบบบริหารผลงานและพัฒนาคนที่ออกแบบให้เหมาะกับบริบทขององค์กร รวมถึงธุรกิจครอบครัวที่ต้องการความสมดุลระหว่างความเป็นธรรมและความยืดหยุ่น


การส่งต่อธุรกิจให้รุ่นต่อไปเกี่ยวข้องกับการบริหารคนอย่างไร

ประเด็นที่ธุรกิจครอบครัวต้องเผชิญไม่ช้าก็เร็วคือการส่งต่อธุรกิจ (succession) ให้รุ่นถัดไป และเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการบริหารคนมากกว่าที่หลายคนคิด

การส่งต่อที่มองแค่การเปลี่ยนชื่อเจ้าของหรือกรรมการ มักทำให้เกิดช่องว่าง เพราะความรู้ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และอำนาจตัดสินใจ ผูกอยู่กับผู้ก่อตั้งเพียงไม่กี่คน เมื่อคนเหล่านั้นถอยออกไป องค์กรอาจสะดุดได้

ปัจจัยที่ช่วยให้การส่งต่อราบรื่นขึ้นคือการเตรียมทั้งคนและระบบล่วงหน้า ในแง่ของคน หมายถึงการพัฒนาผู้นำรุ่นถัดไป ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกครอบครัวหรือผู้บริหารมืออาชีพ ให้พร้อมรับช่วงด้วยความสามารถจริง ไม่ใช่เพียงสถานะ ในแง่ของระบบ หมายถึงการมีโครงสร้างบทบาท เกณฑ์ประเมินผล และกระบวนการตัดสินใจที่ไม่ผูกกับตัวบุคคล

องค์กรที่วางระบบบริหารผลงานและพัฒนาคนไว้ตั้งแต่ก่อนถึงช่วงส่งต่อ จะมีฐานข้อมูลและกระบวนการที่ช่วยให้รุ่นต่อไปตัดสินใจได้บนหลักการเดียวกับรุ่นก่อน ทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นเรื่องของการต่อยอด ไม่ใช่การเริ่มต้นใหม่


สรุป: บริหารคนในธุรกิจครอบครัวด้วยระบบที่อธิบายได้

ความท้าทายของการบริหารคนในธุรกิจครอบครัวไม่ได้อยู่ที่ความเป็นครอบครัว แต่อยู่ที่การที่บทบาท ความคาดหวัง และเกณฑ์การตัดสินใจมักไม่ถูกเขียนไว้ให้ชัด ทางออกจึงไม่ใช่การลดความผูกพันในครอบครัว แต่คือการเพิ่มความชัดเจนของระบบ ทั้งการแยกบทบาทเจ้าของกับผู้บริหาร การมีเกณฑ์ค่าตอบแทนและประเมินผลที่ใช้กับทุกคนเท่ากัน และการเตรียมคนกับระบบสำหรับการส่งต่อในระยะยาว

องค์กรครอบครัวที่เริ่มจากพื้นฐานเรียบง่ายอย่าง JD ที่ชัดเจน กรอบเงินเดือนที่มีหลักการ และรอบประเมินผลที่สม่ำเสมอ จะค่อย ๆ สร้างความไว้วางใจในระบบได้โดยไม่สูญเสียความยืดหยุ่นที่เป็นจุดแข็ง

หากต้องการวางระบบบริหารผลงานและพัฒนาคนที่เหมาะกับบริบทของธุรกิจครอบครัว ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมให้คำแนะนำ นัดคุยฟรีได้ที่นี่

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมการบริหารคนในธุรกิจครอบครัวถึงยากกว่าองค์กรทั่วไป

หนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องคือการที่ความสัมพันธ์ในครอบครัวกับบทบาทในการทำงานปะปนกัน ทำให้การตัดสินใจเรื่องเงินเดือน ตำแหน่ง และการประเมินผลถูกมองว่าไม่เป็นกลาง พนักงานที่ไม่ใช่สมาชิกครอบครัวอาจรู้สึกว่าโอกาสเติบโตถูกจำกัด ปัจจัยเหล่านี้สะสมจนกลายเป็นความไม่ไว้วางใจในระบบโดยรวม

ควรแยกบทบาทเจ้าของกับผู้บริหารอย่างไรในธุรกิจครอบครัว

แนวทางที่ใช้ได้คือการกำหนดให้ชัดว่าเรื่องใดตัดสินในฐานะเจ้าของ(owner) เช่น ทิศทางการลงทุนและการแบ่งผลกำไร และเรื่องใดตัดสินในฐานะผู้บริหาร (management) เช่น การจ้างงานและการประเมินผล การมีโครงสร้างองค์กรและ JD ที่เขียนไว้ชัดเจนช่วยให้แต่ละคนรู้ว่ากำลังสวมหมวกใบไหนในแต่ละการตัดสินใจ

พนักงานที่ไม่ใช่คนในครอบครัวจะรู้สึกเป็นธรรมได้อย่างไร

ความเป็นธรรมเกิดจากการมีเกณฑ์ที่อธิบายได้ ไม่ใช่ความรู้สึก องค์กรควรมีโครงสร้างเงินเดือนตามค่างาน มีเกณฑ์ประเมินผลที่ใช้กับทุกคนเท่ากัน และมีเส้นทางเติบโตที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึง เมื่อพนักงานเห็นว่าการขึ้นเงินเดือนและการเลื่อนตำแหน่งอ้างอิงผลงานและค่างาน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ ความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็ลดลง

ธุรกิจครอบครัวขนาดเล็กจำเป็นต้องมีระบบ HR ที่เป็นทางการไหม

ไม่จำเป็นต้องมีระบบที่ซับซ้อนตั้งแต่แรก แต่ควรมีพื้นฐานที่อธิบายได้ เช่น JD ที่บอกหน้าที่ชัดเจน เกณฑ์การจ่ายเงินเดือนที่มีหลักการ และรอบการประเมินผลที่สม่ำเสมอ องค์กรขนาดเล็กสามารถเริ่มจากรูปแบบเรียบง่ายแล้วค่อยขยายเมื่อจำนวนพนักงานเพิ่มขึ้น

การส่งต่อธุรกิจให้รุ่นต่อไปเกี่ยวข้องกับการบริหารคนอย่างไร

การส่งต่อธุรกิจ (succession) ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อเจ้าของ แต่เกี่ยวกับการเตรียมคนและระบบให้รับช่วงได้ องค์กรที่มีโครงสร้างบทบาท ระบบประเมินผล และเส้นทางพัฒนาผู้นำที่ชัดเจนจะส่งต่อได้ราบรื่นกว่า เพราะความรู้และอำนาจตัดสินใจไม่ได้ผูกอยู่กับคนเพียงไม่กี่คน


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี