ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติ: วิธีออกแบบระบบอย่างเป็นขั้นตอน

การออกแบบค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติที่ดีต้องเริ่มจากการเลือกแนวทางหลักให้ชัด ระหว่างฐานจากประเทศบ้านเกิดกับฐานจากตลาดแรงงานในประเทศที่ปฏิบัติงาน จากนั้นกำหนดองค์ประกอบเสริมที่ชดเชยต้นทุนครองชีพ ค่าที่พัก สวัสดิการครอบครัว และภาระภาษี ให้ครอบคลุมและอธิบายได้ทุกรายการ

หลายองค์กรในไทยเผชิญปัญหาเดิม คือแพ็กเกจพนักงานต่างชาติเกิดขึ้นแบบต่อเนื่องตามความต้องการเฉพาะหน้า ผลคือค่าตอบแทนรวมบริหารยาก เปรียบเทียบระหว่างพนักงานต่างชาติด้วยกันไม่ได้ และอธิบายให้พนักงานเข้าใจได้ลำบาก บทความนี้รวบรวมแนวทางออกแบบระบบค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่หลักการเลือกแนวทาง ไปจนถึงขั้นตอนปฏิบัติที่นำไปใช้ได้จริง

แนวทางหลักในการกำหนดเงินเดือนฐานมีกี่แบบ

ก่อนกำหนดตัวเลขใด ๆ องค์กรต้องตัดสินใจก่อนว่าจะใช้ “กรอบอ้างอิง” ใดเป็นฐาน แนวทางที่ใช้กันกว้างขวางมีสองกลุ่มหลัก

แนวทางตามบ้านเกิด (Home-Based Approach) คือการนำเงินเดือนในประเทศต้นทางเป็นฐาน แล้วปรับด้วยดัชนีต้นทุนครองชีพเพื่อให้พนักงานมีกำลังซื้อเทียบเท่า แนวทางนี้เหมาะกับการส่งพนักงานระยะสั้นถึงปานกลาง (1-3 ปี) และเมื่อองค์กรต้องการให้พนักงานสามารถกลับสู่โครงสร้างเดิมได้ง่าย

แนวทางตามประเทศที่ปฏิบัติงาน (Host-Based Approach) คือการใช้ตลาดแรงงานในประเทศที่ไปประจำการเป็นฐานอ้างอิง เหมาะกับการส่งพนักงานระยะยาวหรือกรณีที่ต้องการให้พนักงานกลมกลืนกับทีมท้องถิ่น แต่อาจซับซ้อนขึ้นหากพนักงานต้องการย้ายกลับในภายหลัง

การเลือกแนวทางไม่ใช่เรื่องผิดถูก แต่ต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์การส่งพนักงาน ระยะเวลา และความต้องการขององค์กรในแต่ละกรณี รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการกำหนดโครงสร้างค่าตอบแทนอยู่ที่ โครงสร้างเงินเดือน 101

องค์ประกอบค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติมีอะไรบ้าง

แพ็กเกจค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติที่สมบูรณ์มักประกอบด้วยองค์ประกอบหลายส่วน ซึ่งแต่ละองค์กรอาจเลือกรวมหรือไม่รวมตามนโยบาย

เงินเดือนฐาน คือส่วนที่กำหนดตามแนวทางที่เลือก ควรแยกออกจากส่วนเสริมอย่างชัดเจน

เบี้ยเลี้ยงต่างประเทศ หรือบางองค์กรเรียกว่า Foreign Service Premium คือส่วนที่ชดเชยความไม่สะดวกจากการย้ายมาอยู่ต่างแดน ห่างครอบครัว หรือปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ อัตราขึ้นกับนโยบายและลักษณะของสถานที่ปฏิบัติงาน

ค่าที่พักหรือวงเงินค่าที่พัก เป็นหนึ่งในรายการที่ใหญ่ที่สุดของแพ็กเกจ บางองค์กรจัดที่พักให้โดยตรง บางองค์กรให้วงเงินแล้วให้พนักงานเลือกเอง แต่ละแบบมีผลต่อภาษีและความยืดหยุ่นต่างกัน

ค่าเล่าเรียนบุตร มักกำหนดเป็นวงเงินสูงสุดต่อปีต่อคน ควรระบุให้ชัดว่าครอบคลุมถึงระดับชั้นใด และสถาบันประเภทใดที่เบิกได้

ค่าเดินทางกลับบ้าน กำหนดจำนวนครั้งต่อปีและชั้นโดยสาร ควรรวมสมาชิกในครอบครัวที่ร่วมเดินทางมาด้วยหรือไม่ขึ้นกับนโยบาย

สวัสดิการด้านสุขภาพ พนักงานต่างชาติมักต้องการประกันสุขภาพระหว่างประเทศที่ครอบคลุมทั้งในไทยและประเทศบ้านเกิด ควรระบุว่าครอบคลุมครอบครัวด้วยหรือไม่

ต้นทุนครองชีพและค่าเงินส่งผลต่อแพ็กเกจอย่างไร

ต้นทุนครองชีพและอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสองปัจจัยที่ทำให้การบริหารแพ็กเกจพนักงานต่างชาติซับซ้อนกว่าพนักงานท้องถิ่น หากกำหนดตัวเลขครั้งเดียวแล้วไม่ทบทวน พนักงานอาจได้รับกำลังซื้อที่ลดลงโดยไม่ตั้งใจเมื่อค่าเงินหรือราคาสินค้าเปลี่ยน

แนวทางที่นิยมใช้คือการอ้างอิงดัชนีต้นทุนครองชีพจากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และกำหนดรอบทบทวนแพ็กเกจไว้ในสัญญาอย่างชัดเจน เช่น ทบทวนทุก 12 เดือนหรือทุกครั้งที่ต่ออายุสัญญา การไม่กำหนดรอบทบทวนไว้ล่วงหน้ามักทำให้เกิดการต่อรองกรณีต่อกรณีซึ่งบริหารยากกว่า

สำหรับองค์กรที่จ่ายค่าตอบแทนบางส่วนเป็นสกุลเงินต้นทาง ควรกำหนดนโยบายว่าจะใช้อัตราแลกเปลี่ยนวันใดและทบทวนความเหมาะสมอย่างไร เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อนในภายหลัง

ภาษีเงินได้พนักงานต่างชาติในไทยต้องคำนึงถึงอะไร

ด้านภาษีเป็นส่วนที่มีความซับซ้อนสูงและควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญโดยตรง หลักการที่ควรทราบเบื้องต้นคือพนักงานต่างชาติที่พำนักในไทยเกิน 180 วันต่อปีโดยทั่วไปถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย และต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราเดียวกับพนักงานไทย

องค์กรมักมีนโยบายภาษีสองแบบหลักให้เลือก คือ

  • Tax Equalization — องค์กรรับผิดชอบภาษีส่วนเกิน เพื่อให้พนักงานจ่ายภาษีเสมือนว่าอยู่ในประเทศบ้านเกิด
  • Tax Protection — องค์กรรับผิดชอบเฉพาะภาษีส่วนที่เกินจากบ้านเกิด แต่หากภาษีไทยต่ำกว่า พนักงานได้ส่วนต่างนั้น

ทั้งสองแนวทางมีผลต่อต้นทุนองค์กรและความพอใจพนักงานต่างกัน ควรตัดสินใจและระบุในสัญญาให้ชัดตั้งแต่ต้น และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีระหว่างประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อาจเกิดขึ้น

ค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติควรเชื่อมกับโครงสร้างเงินเดือนหลักอย่างไร

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการออกแบบแพ็กเกจพนักงานต่างชาติแยกออกจากโครงสร้างค่าตอบแทนหลักขององค์กร ผลที่ตามมาคือเกิดความเหลื่อมล้ำที่อธิบายยากเมื่อพนักงานต่างชาติและพนักงานท้องถิ่นระดับเดียวกันได้รับค่าตอบแทนต่างกันมาก

แนวทางที่ช่วยให้บริหารได้ในระยะยาวคือ กำหนดว่าเงินเดือนฐานของพนักงานต่างชาติอยู่ในระดับช่วงเงินเดือน (Band) ใดของโครงสร้างหลัก แล้วแสดงให้เห็นว่าส่วนเสริมต่าง ๆ เป็นการชดเชยต้นทุนที่เกิดจากการย้ายประเทศ ไม่ใช่การยกระดับเงินเดือนฐานให้สูงกว่าระดับงานจริง

การออกแบบในลักษณะนี้ยังทำให้ง่ายขึ้นในการวางแผนว่าเมื่อพนักงานต่างชาติตัดสินใจอยู่ถาวรในไทยหรือย้ายกลับบ้าน ค่าตอบแทนจะปรับเปลี่ยนอย่างไร สอดคล้องกับหลักการออกแบบโครงสร้างเงินเดือนที่ครอบคลุมทั้งพนักงานท้องถิ่นและต่างชาติในระบบเดียวกัน

สัญญาณว่าแพ็กเกจพนักงานต่างชาติต้องการปรับ

แพ็กเกจที่เริ่มมีปัญหามักไม่ปรากฏชัดทันที สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่

  • พนักงานต่างชาติหลายคนได้รับแพ็กเกจที่ต่างกันโดยไม่มีเหตุผลที่กำหนดไว้เป็นนโยบาย
  • ต้นทุนค่าตอบแทนรวมพนักงานต่างชาติเพิ่มขึ้นโดยไม่สัมพันธ์กับมูลค่าที่ได้รับ
  • เกิดการต่อรองรายกรณีทุกครั้งที่ต่ออายุสัญญา เพราะไม่มีกรอบนโยบายชัดเจน
  • พนักงานต่างชาติไม่เข้าใจแพ็กเกจของตัวเองว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง

หนึ่งในสาเหตุที่อาจเกี่ยวข้องคือการไม่มีนโยบายลายลักษณ์อักษรที่ครอบคลุมตั้งแต่แรก ซึ่งต่างจากการออกแบบที่เริ่มจากกรอบนโยบายที่ชัดเจนก่อนจ้างพนักงานต่างชาติ

สรุปขั้นตอนการออกแบบค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติ

การออกแบบค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติที่ดีเริ่มจากการเลือกแนวทางหลักให้ชัด กำหนดองค์ประกอบแต่ละรายการให้มีที่มาที่อธิบายได้ วางแผนภาษีร่วมกับผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ต้น และกำหนดรอบทบทวนไว้ในสัญญา เพื่อให้แพ็กเกจยังคงเป็นธรรมและบริหารได้ในระยะยาว

สำหรับองค์กรที่กำลังออกแบบหรือปรับโครงสร้างค่าตอบแทนรวม ทั้งพนักงานท้องถิ่นและต่างชาติ สามารถดูแนวทางเพิ่มเติมได้ที่ โครงสร้างเงินเดือนคืออะไร ทำไมทุกองค์กรถึงควรมี หากต้องการออกแบบระบบค่าตอบแทนที่ครอบคลุมและตรวจสอบได้ ทีม Triple I ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย — นัดคุยฟรีกับทีมที่ปรึกษา

คำถามที่พบบ่อย

ค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติต่างจากพนักงานท้องถิ่นอย่างไร

ค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติมักประกอบด้วยเงินเดือนฐานและองค์ประกอบเสริมที่ชดเชยความแตกต่างระหว่างประเทศบ้านเกิดกับประเทศที่ปฏิบัติงาน เช่น ค่าครองชีพ ค่าที่พัก ค่าเล่าเรียนบุตร และค่าเดินทางกลับบ้าน ในขณะที่พนักงานท้องถิ่นมักได้รับเฉพาะเงินเดือนฐานและสวัสดิการมาตรฐานขององค์กร

แนวทางหลักในการกำหนดเงินเดือนฐานพนักงานต่างชาติมีอะไรบ้าง

แนวทางหลักมีสองกลุ่ม คือ แนวทางตามบ้านเกิด (Home-Based) ซึ่งใช้ฐานจากประเทศต้นทางแล้วปรับตามค่าครองชีพ กับแนวทางตามประเทศที่ปฏิบัติงาน (Host-Based) ซึ่งใช้ตลาดแรงงานในประเทศที่ไปประจำการเป็นฐาน แต่ละแนวทางเหมาะกับสถานการณ์และระยะเวลาการส่งพนักงานที่ต่างกัน

เบี้ยเลี้ยงต่างประเทศ (Hardship Allowance) คืออะไร

เบี้ยเลี้ยงต่างประเทศ หรือที่บางองค์กรเรียกว่า Foreign Service Premium คือส่วนที่ชดเชยความไม่สะดวกหรือความยากลำบากที่พนักงานต้องเผชิญจากการย้ายไปประจำในต่างประเทศ เช่น ห่างจากครอบครัว ปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ หรือใช้ชีวิตในพื้นที่ที่มีข้อจำกัด อัตราขึ้นกับนโยบายและความเสี่ยงของสถานที่ปฏิบัติงาน

ภาษีเงินได้ของพนักงานต่างชาติในไทยต้องจัดการอย่างไร

พนักงานต่างชาติที่พำนักในไทยเกิน 180 วันต่อปีโดยทั่วไปถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีในไทย และต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราเดียวกับคนไทย บางองค์กรใช้นโยบาย Tax Equalization เพื่อให้พนักงานรับภาระภาษีเสมือนว่าอยู่ในประเทศบ้านเกิด ซึ่งต้องวางแผนร่วมกับที่ปรึกษาด้านภาษีโดยตรง

ควรทบทวนแพ็กเกจค่าตอบแทนพนักงานต่างชาติบ่อยแค่ไหน

ควรทบทวนอย่างน้อยปีละครั้ง โดยพิจารณาดัชนีค่าครองชีพที่เปลี่ยนแปลง อัตราแลกเปลี่ยน นโยบายภาษีทั้งสองประเทศ และความเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ครอบครัวของพนักงาน นอกจากนี้ควรทบทวนทุกครั้งที่มีการต่ออายุสัญญาหรือเปลี่ยนสถานที่ปฏิบัติงาน


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี