ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

โครงสร้างเงินเดือนบริษัทไอทีและซอฟต์แวร์ ออกแบบอย่างไร

โครงสร้างเงินเดือนบริษัทไอทีและซอฟต์แวร์ คือการจัดกระบอกเงินเดือนสำหรับสายงานเทคโนโลยีที่มีความกว้างของช่วงเงินเดือนมากกว่าปกติ ทบทวนถี่กว่าสายงานทั่วไป และมีเส้นทางสายเทคนิคคู่ขนานกับสายบริหาร เพื่อรองรับตลาดแรงงานที่ขยับค่าตอบแทนเร็วและคนเก่งหายาก

ถ้าคุณเป็นฝ่ายบุคคล (HR) หรือผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์ คุณคงเคยเจอคำถามนี้ ทำไมโครงสร้างเงินเดือนที่ทำมาดี ๆ พอเอามาใช้กับทีมนักพัฒนา (developer) แล้วรู้สึกอึดอัดทุกที จ้างคนใหม่แพงกว่าคนเก่าที่อยู่มานาน คนเก่งขอขึ้นเงินเดือนทีละก้อนใหญ่ แล้วพอถึงเพดานกระบอกก็ขยับต่อไม่ได้ ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าโครงสร้างเงินเดือนใช้ไม่ได้ แต่อาจแปลว่าโครงสร้างแบบมาตรฐานทั่วไปยังไม่ได้ออกแบบมาให้รับธรรมชาติของสายเทคโนโลยี

โครงสร้างเงินเดือนบริษัทไอทีต่างจากบริษัททั่วไปอย่างไร

ก่อนอื่นต้องเข้าใจคำว่า กระบอกเงินเดือน (salary band) เสียก่อน กระบอกเงินเดือนคือช่วงตั้งแต่ค่าต่ำสุดถึงค่าสูงสุดที่บริษัทยอมจ่ายให้กับตำแหน่งในระดับงานเดียวกัน ความกว้างของช่วงนี้เรียกว่า ช่วงความกว้างของกระบอก (range spread)

สำหรับสายงานทั่วไป ช่วงความกว้างของกระบอกมักอยู่ในระดับหนึ่ง เพราะคนในตำแหน่งเดียวกันทำงานออกมาใกล้เคียงกัน แต่ในสายเทคโนโลยี ความจริงต่างออกไป มีหลายปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างต้องออกแบบต่างกัน

  1. ฝีมือในตำแหน่งเดียวกันต่างกันมาก สมมติว่ามีนักพัฒนาสองคนในระดับเดียวกัน คนหนึ่งแก้ปัญหาที่ติดมานานได้ใน 1 วัน (ตัวเลขสมมติเพื่อการอธิบาย) อีกคนใช้เวลาหลายสัปดาห์ ความต่างของผลงานแบบนี้ทำให้กระบอกเงินเดือนสายเทคโนโลยีมักต้องกว้างกว่าปกติ เพื่อให้ค่าตอบแทนสะท้อนฝีมือจริงได้

  2. ตลาดขยับเร็ว เงินเดือนสำหรับทักษะที่กำลังเป็นที่ต้องการอาจเปลี่ยนภายในไม่กี่เดือน โครงสร้างที่ตั้งไว้ปีนี้อาจล้าสมัยในปีหน้า การทบทวนกระบอกเงินเดือนสายเทคโนโลยีจึงควรทำถี่กว่าสายงานทั่วไป

  3. ทักษะเฉพาะทางมีหลายแขนง คนที่เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย คนที่ทำระบบรองรับผู้ใช้จำนวนมาก และคนที่ดูแลข้อมูลขนาดใหญ่ อาจอยู่ในระดับงานเดียวกันแต่ตลาดให้ค่าต่างกัน นี่คือเหตุผลที่บางบริษัทเพิ่มกลไกปรับตามทักษะเข้าไปในโครงสร้าง

หากต้องการเห็นภาพหลักการตั้งกระบอกเงินเดือนแบบพื้นฐานก่อน ลองอ่าน โครงสร้างเงินเดือน เบื้องต้น ประกอบ แล้วค่อยนำหลักการในบทนี้มาปรับให้เข้ากับบริบทสายเทคโนโลยี

ทำไมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ถึงเงินเดือนตันเร็ว และแก้อย่างไร

คำว่า เงินเดือนตัน หมายถึงสถานการณ์ที่พนักงานขึ้นเงินเดือนจนชนเพดานสูงสุดของกระบอก แล้วขยับต่อไม่ได้ทั้งที่ยังทำงานดีอยู่ ในสายเทคโนโลยี อาการนี้มักมาเร็วกว่าสายอื่น

สาเหตุหนึ่งที่อาจเกี่ยวข้องคือ เส้นทางอาชีพสายเทคนิคล้วนมักมีระดับตำแหน่งให้ไต่น้อย เมื่อบริษัทออกแบบให้การเติบโตผูกกับการขึ้นเป็นหัวหน้าหรือผู้จัดการเท่านั้น คนที่อยากเก่งด้านเทคนิคอย่างเดียวจึงไม่มีที่ไปต่อ พอเงินเดือนชนเพดานกระบอก ก็เสี่ยงต่อการที่คนเก่งมองหาโอกาสที่ใหม่

แนวคิดที่หลายบริษัทซอฟต์แวร์นำมาใช้คือการสร้างเส้นทางสองสายคู่ขนานกัน

  • สายบริหาร (management track) เติบโตด้วยการดูแลคนและทีมมากขึ้น
  • สายเทคนิค (technical track) เติบโตด้วยความเชี่ยวชาญและขอบเขตผลกระทบที่กว้างขึ้น โดยไม่ต้องเป็นหัวหน้าคน

สิ่งสำคัญคือสองสายนี้ควรมีกระบอกเงินเดือนที่เทียบเคียงกันได้ในระดับงานที่เทียบกัน เพื่อสื่อว่าการเก่งด้านเทคนิคมีค่าไม่น้อยกว่าการขึ้นเป็นผู้บริหาร เครื่องมือที่ช่วยตอบว่าตำแหน่งสองสายนี้ควรอยู่ระดับเดียวกันหรือไม่ คือการประเมินค่างาน

ค่างาน กับ ค่าคน ต่างกันอย่างไร

จุดที่ทำให้โครงสร้างเงินเดือนสายเทคโนโลยีสับสนบ่อย คือการแยกไม่ออกระหว่าง ค่างาน กับ ค่าคน

ค่างาน (job value) คือคุณค่าของตำแหน่งงานนั้นต่อองค์กร โดยไม่สนใจว่าใครนั่งอยู่ ประเมินจากความรู้ที่ต้องใช้ ความซับซ้อนของปัญหา และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ ส่วนค่าคน (person value) คือฝีมือและประสบการณ์ของบุคคลที่นั่งในตำแหน่งนั้น

กระบอกเงินเดือนกำหนดจากค่างาน ส่วนตำแหน่งของพนักงานภายในกระบอกกำหนดจากค่าคน ตัวอย่างเช่น นักพัฒนาสองคนอยู่ในกระบอกเดียวกันเพราะค่างานเท่ากัน แต่คนที่ฝีมือสูงกว่าควรอยู่ใกล้ค่ากลางหรือเพดานกระบอกมากกว่า การวัดว่าเงินเดือนของคนคนหนึ่งอยู่ตรงไหนเทียบกับค่ากลางของกระบอก ทำได้ด้วยตัวเลขที่เรียกว่าอัตราเทียบค่ากลาง ซึ่งอธิบายไว้ใน Compa-Ratio คืออะไร

ประเมินค่างานตำแหน่งสายเทคโนโลยีอย่างไร

การประเมินค่างาน (job evaluation) สำหรับตำแหน่งเทคโนโลยี ใช้หลักเดียวกับสายงานอื่น คือหลักการให้คะแนนค่างานตามปัจจัย (Point Factor Method) ซึ่งให้คะแนนตามปัจจัยหลัก เช่น

  1. ความรู้และทักษะเฉพาะทางที่ตำแหน่งต้องใช้
  2. ความซับซ้อนของปัญหาที่ต้องแก้
  3. ขอบเขตความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ของระบบหรือธุรกิจ

เมื่อให้คะแนนครบทุกตำแหน่งแล้ว ตำแหน่งที่คะแนนใกล้กันจะถูกจัดเข้ากระบอกเงินเดือนเดียวกัน วิธีนี้ช่วยตอบคำถามยาก ๆ ได้อย่างมีหลักการ เช่น สถาปนิกระบบอาวุโสที่ไม่มีลูกน้อง ควรอยู่ระดับเดียวกับผู้จัดการทีมที่ดูแลคนสิบคนหรือไม่ ถ้าวัดด้วยคะแนนค่างานแล้วใกล้เคียงกัน ก็มีเหตุผลรองรับที่จะให้อยู่ระดับเดียวกัน

ข้อควรระวังในสายเทคโนโลยีคือ อย่าให้ชื่อตำแหน่งที่หรูหราหลอกตา บางบริษัทมีชื่อตำแหน่งหลากหลายมากจนดูเหมือนมีหลายระดับ แต่เมื่อประเมินค่างานจริงกลับพบว่าหลายตำแหน่งมีค่างานใกล้กัน การยุบให้เหลือกระบอกที่สะท้อนค่างานต่างกันจริง จะทำให้โครงสร้างอ่านง่ายและบริหารได้จริง รายละเอียดเรื่องการตั้งและจัดกระบอกอ่านเพิ่มได้ที่ กระบอกเงินเดือน คืออะไร

ออกแบบโครงสร้างให้แข่งขันได้โดยไม่บานปลาย

โจทย์ที่ผู้บริหารบริษัทซอฟต์แวร์มักกังวล คือจะจ่ายให้แข่งกับตลาดได้อย่างไรโดยที่งบไม่บานปลาย แนวทางที่ช่วยให้สมดุลมีหลายข้อ

  1. เลือกจุดยืนค่าตอบแทนให้ชัด ว่าจะวางกระบอกเงินเดือนไว้ที่ระดับใดเทียบตลาด เช่น กลางตลาดหรือสูงกว่ากลางเล็กน้อย แล้วตั้งค่ากลางของกระบอกตามจุดยืนนั้น

  2. ทบทวนเฉพาะตำแหน่งที่ตลาดร้อนแรง แทนที่จะขยับทั้งโครงสร้างทุกครั้ง การโฟกัสปรับเฉพาะทักษะที่ตลาดขยับจริง ช่วยให้ควบคุมงบได้

  3. ใช้องค์ประกอบค่าตอบแทนที่ไม่ใช่เงินเดือนพื้นฐาน เช่น โบนัสตามผลงานหรือสิทธิประโยชน์ เพื่อแข่งขันโดยไม่ผูกทุกอย่างไว้กับเงินเดือนประจำซึ่งเป็นต้นทุนถาวร

  4. ตรวจสุขภาพโครงสร้างเป็นระยะ ดูว่ามีคนชนเพดานกระบอกกี่คน มีคนใหม่เงินเดือนแซงคนเก่าหรือไม่ สัญญาณเหล่านี้บอกว่าถึงเวลาทบทวน

ทั้งหมดนี้คือวิธีคิด ถ้าทีมฝ่ายบุคคล (HR) ทำเองได้ก็เป็นเรื่องดี เพราะไม่มีใครเข้าใจตำแหน่งงานในบริษัทดีเท่าคนใน แต่งานออกแบบโครงสร้างเงินเดือนสายเทคโนโลยีมักมีจุดที่ต้องการมุมมองคนกลางที่เป็นกลาง เช่น เวลาต้องตัดสินว่าตำแหน่งไหนควรอยู่ระดับใด หรือเวลาต้องอธิบายให้ทีมเชื่อว่าการจัดกระบอกนั้นยุติธรรม จุดนี้เองที่การมีตัวกลางมาช่วยทำให้ HR ได้ทำงานเชิงกลยุทธ์มากขึ้น แทนที่จะติดอยู่กับการต่อรองรายกรณี หากอยากเห็นภาพรวมว่ากระบวนการออกแบบทั้งระบบเป็นอย่างไร ดูได้ที่บริการ ออกแบบโครงสร้างเงินเดือน

หากภาพรวมเรื่องโครงสร้างเงินเดือนยังไม่ชัด อ่านพื้นฐานเพิ่มได้ที่ โครงสร้างเงินเดือนคืออะไร ก่อนกลับมาปรับใช้กับบริบทสายเทคโนโลยี

สุดท้ายลองตั้งคำถามกับโครงสร้างเงินเดือนที่ใช้อยู่ตอนนี้ ว่ามันออกแบบมาเพื่อรองรับธรรมชาติของคนสายเทคโนโลยีที่ฝีมือต่างกันมาก ตลาดขยับเร็ว และต้องการเส้นทางเติบโตที่ไม่ได้มีแค่การเป็นหัวหน้าหรือยัง ถ้าคำตอบยังไม่ชัด นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการทบทวน

คำถามที่พบบ่อย

โครงสร้างเงินเดือนบริษัทไอทีต่างจากบริษัททั่วไปอย่างไร

ต่างที่ความกว้างของกระบอกเงินเดือน (range spread) มักกว้างกว่า เพราะคนในตำแหน่งเดียวกันมีฝีมือต่างกันมาก และตลาดสาย tech ขยับค่าตอบแทนเร็ว โครงสร้างจึงต้องยืดหยุ่นและทบทวนถี่กว่าสายงานทั่วไป

ทำไมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ถึงเงินเดือนตันเร็ว

สาเหตุหนึ่งคือเส้นทางสายเทคนิคล้วนมักมีระดับตำแหน่งน้อย พอถึงเพดานกระบอกเงินเดือนก็ขึ้นต่อไม่ได้ ถ้าไม่มีเส้นทางสายเทคนิค (technical track) คู่ขนานกับสายบริหาร คนเก่งจึงเสี่ยงต่อการมองหาที่ใหม่

ควรใช้กี่กระบอกเงินเดือนสำหรับสายเทคโนโลยี

ไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นกับจำนวนระดับงานจริงและความหลากหลายของตำแหน่ง หลักคือให้แต่ละกระบอกสะท้อนค่างานที่ต่างกันจริง ไม่ใช่แค่ชื่อตำแหน่งที่ต่างกัน

ประเมินค่างานตำแหน่งสายเทคโนโลยีอย่างไร

ใช้หลักการให้คะแนนค่างานตามปัจจัย (Point Factor Method) ที่ให้คะแนนตามปัจจัยเช่น ความรู้เฉพาะทาง ความซับซ้อนของปัญหา และความรับผิดชอบต่อผลลัพธ์ แล้วจัดตำแหน่งที่คะแนนใกล้กันเข้ากระบอกเดียวกัน


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี