การวางงบขึ้นเงินเดือนประจำปีให้เป็นระบบและคาดการณ์ได้
หลายองค์กรเข้าสู่รอบขึ้นเงินเดือนประจำปีโดยตัดสินใจงบประมาณในช่วงสุดท้าย ทำให้ผู้บริหารขาดเวลาวางแผน หัวหน้างานไม่รู้กรอบก่อนคุยกับทีม และฝ่ายการเงินไม่สามารถคาดการณ์ต้นทุนคนล่วงหน้าได้ ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่แก้ได้ด้วยการวางงบขึ้นเงินเดือนให้เป็นกระบวนการ ไม่ใช่การตัดสินใจนาทีสุดท้าย
บทความนี้นำเสนอแนวทางวางงบขึ้นเงินเดือนประจำปีให้มีหลักเกณฑ์ คาดการณ์ได้ และเชื่อมกับโครงสร้างเงินเดือนภายใน
เริ่มจากความสามารถในการจ่าย ไม่ใช่ตัวเลขที่ได้ยินมา
ขั้นแรกคือการตั้งกรอบงบประมาณรวมจากความเป็นจริงทางการเงินขององค์กร ไม่ใช่จากตัวเลขที่ได้ยินว่าบริษัทอื่นในอุตสาหกรรมให้เท่าไร
ปัจจัยที่ควรนำมาประกอบการพิจารณา ได้แก่ ผลประกอบการและการคาดการณ์รายได้ในปีถัดไป ทิศทางเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่ส่งผลต่ออำนาจซื้อของพนักงาน และข้อมูลตลาดแรงงานในสายงานหลักที่องค์กรแข่งขันอยู่
เมื่อรวมสามปัจจัยนี้แล้วจึงกำหนดเปอร์เซ็นต์งบประมาณรวม ซึ่งโดยทั่วไปแสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ของฐานเงินเดือนรวมทั้งองค์กร ตัวเลขนี้คือเพดานที่ใช้ทำงานต่อทุกขั้นตอน
วิธีแตกงบจากระดับองค์กรลงถึงระดับหัวหน้างาน
งบรวมที่กำหนดในระดับองค์กรต้องกระจายลงมาเป็นกรอบให้แต่ละสายงาน แผนก และหัวหน้างานสามารถทำงานได้ภายในกรอบนั้น
แนวทางที่ใช้ได้คือกระจายงบเบื้องต้นตามสัดส่วนฐานเงินเดือนของแต่ละหน่วย แล้วให้หัวหน้างานกรอกเปอร์เซ็นต์รายคนภายในกรอบที่ได้รับ ผลรวมของหัวหน้างานทุกคนควรรวมกันแล้วไม่เกินงบรวมที่ตั้งไว้
การตรวจสอบผลรวมก่อนสรุปเป็นขั้นตอนที่ควรทำเสมอ เพราะในทางปฏิบัติมักพบว่าเมื่อรวมตัวเลขรายคนแล้วผลลัพธ์เกินกรอบที่ตั้งไว้
ควรจัดสรรงบอย่างไรเมื่อพนักงานมีผลงานต่างกัน
งบขึ้นเงินเดือนประจำปีที่เป็นระบบมักแยกชัดว่าส่วนไหนของงบเป็นการปรับเหมือนกันทุกคน และส่วนไหนเป็นงบที่กระจายตามผลงาน
ส่วนปรับตามค่าครองชีพ: อาจกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่หรือจำนวนเงินคงที่ที่ทุกคนได้รับเท่ากัน เพื่อรักษาอำนาจซื้อในสภาวะเงินเฟ้อ
ส่วน merit: งบที่เหลือหลังหักส่วนปรับค่าครองชีพ กระจายตามผลการประเมินและตำแหน่งในช่วงเงินเดือน โดยใช้ merit matrix เป็นกติกา
การแยกสองส่วนนี้ชัดเจนทำให้ทั้งผู้บริหารและพนักงานเข้าใจว่าตัวเลขที่ได้รับมาจากส่วนใด อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับ merit matrix ได้ที่ โครงสร้างเงินเดือนคืออะไร
ตรวจสอบผลกับโครงสร้างเงินเดือนก่อนสรุป
ก่อนนำตัวเลขที่ได้ไปสื่อสารกับพนักงาน ควรนำผลการขึ้นเงินเดือนรายคนมาวางเทียบกับช่วงเงินเดือนของแต่ละระดับงาน
การตรวจขั้นนี้จะพบสองกรณีที่ต้องจัดการ คือพนักงานที่เมื่อขึ้นแล้วจะทะลุเพดานของช่วง และพนักงานที่แม้ขึ้นแล้วยังต่ำกว่า Min ของช่วง ทั้งสองกรณีต้องการแนวทางเฉพาะเพิ่มจากเปอร์เซ็นต์ใน matrix
การตรวจนี้ทำได้เฉพาะเมื่อองค์กรมีช่วงเงินเดือนของแต่ละระดับงานที่ชัดเจน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโครงสร้างเงินเดือน
กำหนดเวลาของกระบวนการวางงบ
หนึ่งในสิ่งที่ทำให้กระบวนการวางงบขึ้นเงินเดือนทำงานได้ดีคือการกำหนดเวลาล่วงหน้าว่าแต่ละขั้นตอนควรเสร็จเมื่อใด
ตัวอย่างเชิงหลักการ (ตัวเลขสมมติ): สมมติว่าองค์กรแจ้งผลการขึ้นเงินเดือนในเดือนมกราคม กระบวนการวางงบควรเริ่มตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม เพื่อให้ฝ่ายการเงินมีเวลาอนุมัติ หัวหน้างานมีเวลากรอกตัวเลขและตรวจสอบ และฝ่าย HR มีเวลาตรวจผลกับโครงสร้างก่อนสรุป ช่วงเวลาจริงของแต่ละองค์กรขึ้นอยู่กับขนาดและกระบวนการภายใน
สรุป
งบขึ้นเงินเดือนประจำปีที่เป็นระบบเริ่มจากการตั้งกรอบรวมจากความเป็นจริงทางการเงิน แตกลงมาเป็นกรอบสำหรับแต่ละหน่วย ใช้หลักเกณฑ์กระจายตามผลงาน และตรวจผลกับโครงสร้างเงินเดือนก่อนสรุป กระบวนการนี้ทำให้ทั้งผู้บริหาร หัวหน้างาน และฝ่ายการเงินทำงานบนข้อมูลชุดเดียวกัน
ก่อนอนุมัติงบ ผู้บริหารควรเห็นว่าแต่ละการตัดสินใจทำให้งบรวมเปลี่ยนอย่างไร Pay Compass รวมตัวเลขนี้ไว้ในหน้าเดียวให้ผู้บริหารเห็นก่อนอนุมัติ และอ่านต่อเรื่องการแบ่งงบตามผลงานได้ที่ ตารางขึ้นเงินเดือนตามผลงาน และ compa-ratio กับการขึ้นเงินเดือน
หากองค์กรของคุณกำลังต้องการวางกระบวนการขึ้นเงินเดือนประจำปีให้มีหลักเกณฑ์และคาดการณ์ได้ ทักมาคุยกันได้ครับ ยินดีให้คำปรึกษาเบื้องต้นโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
คำถามที่พบบ่อย
องค์กรควรตั้งงบขึ้นเงินเดือนประจำปีเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
ไม่มีตัวเลขตายตัว เปอร์เซ็นต์งบประมาณรวมควรมาจากสามปัจจัย ได้แก่ ผลประกอบการและการคาดการณ์รายได้ ทิศทางเงินเฟ้อ และข้อมูลตลาดแรงงานในสายงานหลักขององค์กร
การแยกงบปรับค่าครองชีพกับงบ merit ต่างกันอย่างไร
ส่วนปรับค่าครองชีพเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่หรือจำนวนเงินคงที่ที่ทุกคนได้รับเท่ากันเพื่อรักษาอำนาจซื้อ ส่วน merit เป็นงบที่เหลือซึ่งกระจายตามผลการประเมินและตำแหน่งในช่วงเงินเดือนโดยใช้ merit matrix เป็นกติกา
ควรเริ่มวางงบขึ้นเงินเดือนล่วงหน้านานแค่ไหน
หากองค์กรแจ้งผลการขึ้นเงินเดือนในเดือนมกราคม ควรเริ่มกระบวนการวางงบตั้งแต่เดือนกันยายน-ตุลาคม เพื่อให้ฝ่ายการเงิน หัวหน้างาน และฝ่าย HR มีเวลาเพียงพอในแต่ละขั้นตอน
บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่โดย
Triple I HR Consultingทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description