ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

Leadership Competency Model: ออกแบบอย่างไรให้ใช้งานได้จริง

Leadership Competency Model คือกรอบที่ระบุว่าผู้นำในองค์กรนั้น ๆ ต้องมีพฤติกรรมอะไร เพื่อนำพาองค์กรไปในทิศทางที่ต้องการ ต่างจากการบอกว่าผู้นำ “ต้องเก่ง” หรือ “ต้องมีวิสัยทัศน์” ซึ่งเป็นนามธรรม Leadership Competency Model กำหนดพฤติกรรมที่สังเกตและวัดผลได้จริงในบริบทขององค์กรนั้น

ทำไมองค์กรจึงต้องการ Leadership Competency Model

หลายองค์กรสูญเสียเวลาและทรัพยากรไปกับการพัฒนาผู้นำที่ไม่ตรงเป้า เพราะไม่เคยกำหนดชัดว่า “ผู้นำที่ดีในองค์กรนี้หน้าตาเป็นอย่างไร” การมี Leadership Competency Model ช่วยแก้ปัญหานี้ใน 4 ด้าน

ด้านสรรหา JD และเกณฑ์สัมภาษณ์ระบุพฤติกรรมที่ต้องการได้ชัดเจน ลดการตัดสินใจจาก gut feeling

ด้านประเมินผล เกณฑ์การประเมินผู้บริหารมีฐานเดียวกัน ตรวจสอบได้และเป็นธรรมมากขึ้น

ด้านพัฒนา แผนพัฒนารายบุคคล (IDP) ระบุได้ว่าพนักงานต้องพัฒนาสมรรถนะใด และด้วยวิธีใด

ด้านสืบทอดตำแหน่ง การประเมิน Succession Candidate ใช้เกณฑ์เดียวกัน เปรียบเทียบผู้สมัครได้อย่างเป็นระบบ

ส่วนประกอบของ Leadership Competency Model

Leadership Competency Model ที่ดีประกอบด้วยองค์ประกอบ 3 ระดับ

ระดับที่ 1 — Competency Name ชื่อสมรรถนะที่สื่อความหมายชัดเจน เช่น “Strategic Thinking” หรือ “Developing Others” ไม่ใช่คำทั่วไปอย่าง “Leadership” ซึ่งกว้างเกินไป

ระดับที่ 2 — Behavioral Indicators พฤติกรรมที่วัดได้ 3–5 ข้อต่อสมรรถนะ ระบุว่าคนที่มีสมรรถนะนี้ “ทำอะไร” ในสถานการณ์ต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น สมรรถนะ “Developing Others” อาจมี indicator ว่า “ให้ feedback ที่เฉพาะเจาะจงและนำไปใช้ได้” หรือ “สร้างโอกาสให้ทีมได้ลองทำงานใหม่”

ระดับที่ 3 — Proficiency Levels ระดับความเชี่ยวชาญที่คาดหวังในแต่ละระดับงาน หัวหน้าทีมอาจต้องแสดงสมรรถนะ “Developing Others” ในระดับหนึ่ง ในขณะที่ผู้อำนวยการต้องแสดงในระดับที่สูงกว่า

ตัวอย่างสมรรถนะที่มักปรากฏใน Leadership Competency Model

ไม่มีรายการมาตรฐานสากลที่ใช้ได้กับทุกองค์กร แต่สมรรถนะที่พบบ่อยในกรอบที่องค์กรใช้งาน ได้แก่

  • Strategic Thinking — ความสามารถคิดเชิงระบบ มองภาพรวม และเชื่อมโยงงานประจำวันกับทิศทางองค์กร
  • Driving Results — การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและผลักดันให้ทีมบรรลุผล
  • Developing Others — การโค้ช ให้ feedback และสร้างโอกาสพัฒนาให้ทีม
  • Leading Change — ความสามารถนำการเปลี่ยนแปลง จัดการความไม่แน่นอน และรักษา engagement ของทีม
  • Communicating with Impact — การสื่อสารวิสัยทัศน์และข้อมูลสำคัญอย่างชัดเจนและมีพลัง
  • Collaboration — การทำงานข้ามสายงานและสร้าง trust ในองค์กร

ขั้นตอนการออกแบบ Leadership Competency Model

ขั้นที่ 1 — เชื่อมกับกลยุทธ์องค์กร ถามว่าองค์กรกำลังไปในทิศทางไหน และผู้นำต้องทำอะไรให้สำเร็จในช่วง 3–5 ปีข้างหน้า สมรรถนะที่เลือกต้องตอบโจทย์นี้ ไม่ใช่คัดลอกจาก Model ของบริษัทอื่น

ขั้นที่ 2 — สัมภาษณ์ผู้นำและ Stakeholder คุยกับผู้บริหารระดับสูง ผู้จัดการ และ HR เพื่อรวบรวมว่าพฤติกรรมใดที่ทำให้ผู้นำที่ “เก่งจริง” ในองค์กรนั้นแตกต่างจากคนอื่น

ขั้นที่ 3 — กำหนดสมรรถนะและ Behavioral Indicators เลือก 5–7 สมรรถนะหลัก เขียน behavioral indicators ที่เฉพาะเจาะจงและวัดได้ หลีกเลี่ยงภาษาที่กำกวมหรือตีความได้หลายแบบ

ขั้นที่ 4 — Calibrate กับผู้บริหาร นำ draft ไปทดสอบกับผู้บริหาร ถามว่า indicator แต่ละข้อสะท้อนสิ่งที่ต้องการจริงไหม และมีสมรรถนะสำคัญตกหล่นไหม

ขั้นที่ 5 — นำไปใช้ในกระบวนการ HR ฝัง Model ลงใน JD ผู้บริหาร เกณฑ์สัมภาษณ์ แบบประเมิน และแผนพัฒนา ถ้าไม่ได้ใช้ใน process จริง Model จะเป็นแค่เอกสาร

ความผิดพลาดที่พบบ่อย

มีสมรรถนะมากเกินไป บางองค์กรกำหนด 12–15 สมรรถนะ ทำให้ประเมินและพัฒนาได้ไม่โฟกัส ควรเลือกเฉพาะสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อองค์กรนั้น

Indicator กว้างเกินไป คำอย่าง “มีภาวะผู้นำ” หรือ “คิดเชิงกลยุทธ์” โดยไม่ระบุพฤติกรรมที่สังเกตได้ ทำให้ประเมินไม่ได้มาตรฐานเดียวกัน

ไม่ปรับ Model ตามระดับงาน หัวหน้าทีมและ CEO มีบทบาทต่างกันมาก สมรรถนะบางข้ออาจเหมือนกัน แต่ระดับที่คาดหวังและ behavioral indicator ควรต่างกัน

สร้างแล้วไม่ใช้ Model ที่ไม่ได้ฝังอยู่ใน process จริงจะถูกลืมในเวลาไม่นาน ทำให้เสียทรัพยากรที่ลงทุนไป

อ่านเพิ่มเติม: สมรรถนะผู้นำ คืออะไร | ศูนย์ประเมิน Assessment Center คืออะไร

คำถามที่พบบ่อย

Leadership Competency Model คืออะไร

Leadership Competency Model คือกรอบที่ระบุสมรรถนะ (Competency) หรือพฤติกรรมที่วัดได้ ซึ่งผู้นำในองค์กรจำเป็นต้องมีเพื่อบรรลุเป้าหมายองค์กร เป็นเครื่องมือที่เชื่อม HR process หลัก ได้แก่ การสรรหา การประเมิน การพัฒนา และการวางแผนสืบทอดตำแหน่ง ให้ไปในทิศทางเดียวกัน

Leadership Competency Model แตกต่างจาก Core Competency อย่างไร

Core Competency ใช้กับพนักงานทุกระดับและเน้นคุณลักษณะพื้นฐานขององค์กร เช่น Integrity หรือ Teamwork ส่วน Leadership Competency Model เจาะจงสำหรับบทบาทที่ต้องนำคน บริหารทิศทาง และรับผิดชอบผลลัพธ์ระดับสูง จึงต้องออกแบบและประเมินแยกกัน

Leadership Competency Model ควรมีกี่สมรรถนะ

โดยทั่วไป Leadership Competency Model ที่ใช้งานได้จริงมี 4–8 สมรรถนะหลัก มากเกินไปทำให้จดจำและประเมินไม่โฟกัส น้อยเกินไปอาจครอบคลุมพฤติกรรมสำคัญไม่ครบ เลือกเฉพาะสิ่งที่เชื่อมโยงโดยตรงกับกลยุทธ์และวัฒนธรรมองค์กร

จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้นำมีสมรรถนะตามที่กำหนด

วิธีที่ใช้บ่อย ได้แก่ การประเมิน 360 องศา การสังเกตพฤติกรรมในสถานการณ์จริง Assessment Center และการทบทวนผลลัพธ์งานเทียบกับตัวชี้วัด ไม่มีวิธีเดียวที่ดีที่สุด หลายองค์กรผสมวิธีเพื่อให้ได้ภาพที่รอบด้านมากขึ้น

SME ที่ทีม HR เล็กควรเริ่ม Leadership Competency Model อย่างไร

เริ่มจากกำหนดสมรรถนะหลัก 4–5 ข้อที่สะท้อนสิ่งที่ผู้นำขององค์กรนั้นต้องทำได้จริง แล้วนำไปใส่ใน JD ของตำแหน่งหัวหน้างานและผู้บริหาร จากนั้นค่อยขยายไปสู่แบบประเมินและแผนพัฒนา เริ่มจากสิ่งที่ใช้ได้เลยดีกว่ารอให้สมบูรณ์แบบก่อน


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี