ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

KPI ฝ่ายความปลอดภัย HSE ตั้งอย่างไรให้วัดผลได้จริง

KPI ฝ่ายความปลอดภัย HSE คือชุดตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม โดยควรประกอบด้วยสองประเภทคู่กัน คือ ตัวชี้วัดตาม (lagging) ที่วัดผลลัพธ์หลังเกิดเหตุ เช่น อัตราการบาดเจ็บ และตัวชี้วัดนำ (leading) ที่วัดกิจกรรมเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุ เช่น การอบรมและการตรวจสอบ

บทความนี้อธิบายว่าทำไมการนับแค่จำนวนอุบัติเหตุจึงไม่พอ ตัวชี้วัดนำกับตัวชี้วัดตามต่างกันอย่างไร มีตัวอย่าง KPI HSE อะไรที่ใช้ได้จริง และควรระวังอะไรเมื่อจะผูก KPI ความปลอดภัยเข้ากับค่าตอบแทน

ทำไม KPI ฝ่ายความปลอดภัย HSE ที่นับแค่จำนวนอุบัติเหตุถึงไม่พอ

หลายองค์กรตั้ง KPI ของฝ่ายความปลอดภัยเป็นตัวเดียวง่าย ๆ คือ “จำนวนอุบัติเหตุเป็นศูนย์” ฟังดูตรงไปตรงมา แต่มีจุดอ่อนที่ควรรู้

จำนวนอุบัติเหตุเป็นตัวชี้วัดตาม (lagging indicator) หมายความว่ามันบอกผลหลังเกิดเหตุไปแล้ว เหมือนการดูกระจกมองหลัง เรารู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่รู้ตอนที่แก้ไขไม่ทันแล้ว

สาเหตุหนึ่งที่การตั้ง KPI แบบนี้เสี่ยง คือมันสร้างแรงจูงใจผิดทางได้ ถ้าทีมรู้ว่าตัวเลขอุบัติเหตุกระทบกับการประเมินหรือโบนัสโดยตรง หนึ่งในปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นคือแนวโน้มที่จะไม่รายงานเหตุการณ์เล็ก ๆ ผลคือตัวเลขดูสวย แต่ความเสี่ยงจริงในหน้างานยังอยู่ครบ

นอกจากนี้ จำนวนอุบัติเหตุยังเป็นเหตุการณ์ที่เกิดไม่บ่อย (low frequency) โดยเฉพาะในองค์กรขนาดเล็ก การที่ตัวเลขเป็นศูนย์ในไตรมาสหนึ่งอาจหมายถึงระบบความปลอดภัยดีจริง หรืออาจหมายถึงโชคดีก็ได้ ตัวเลขเดียวจึงแยกสองอย่างนี้ออกจากกันไม่ได้

ทางออกไม่ใช่การทิ้งตัวชี้วัดตาม แต่คือการเสริมด้วยตัวชี้วัดนำที่บอกว่าทีมกำลังทำอะไรเพื่อป้องกันเหตุก่อนที่มันจะเกิด

ตัวชี้วัดนำ กับ ตัวชี้วัดตาม ต่างกันอย่างไร

นี่คือคู่ตรงข้ามที่เป็นหัวใจของการตั้ง KPI HSE ให้ดี

ตัวชี้วัดตาม (lagging indicator) วัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว เป็นตัวเลขที่บอกว่าความปลอดภัยในอดีตเป็นอย่างไร ตัวอย่างเช่น จำนวนการบาดเจ็บที่ทำให้หยุดงาน จำนวนวันทำงานที่สูญเสีย หรืออัตราการเจ็บป่วยจากการทำงาน ข้อดีคือสะท้อนผลจริง ข้อจำกัดคือบอกตอนสายไปแล้ว

ตัวชี้วัดนำ (leading indicator) วัดกิจกรรมเชิงป้องกันที่ทำก่อนเกิดเหตุ เป็นสิ่งที่อยู่ในการควบคุมของทีมได้โดยตรง ตัวอย่างเช่น จำนวนการตรวจความปลอดภัยที่ทำตามแผน เปอร์เซ็นต์พนักงานที่ผ่านการอบรม หรือจำนวนรายงานสภาพไม่ปลอดภัย (near miss) ที่ถูกแจ้งเข้ามา

ลองนึกภาพการขับรถ ตัวชี้วัดตามคือจำนวนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ส่วนตัวชี้วัดนำคือการที่คนขับคาดเข็มขัด ตรวจสภาพรถ และไม่ขับเร็วเกินกำหนด เราอยากวัดพฤติกรรมป้องกันเหล่านี้ ไม่ใช่รอให้ชนก่อนแล้วค่อยนับ

KPI HSE ที่สมดุลจึงควรมีทั้งสองด้าน ตัวชี้วัดตามไว้ดูว่าผลลัพธ์โดยรวมดีขึ้นหรือไม่ และตัวชี้วัดนำไว้บอกว่าทีมกำลังทำสิ่งที่ถูกต้องเพื่อให้ผลลัพธ์นั้นดีขึ้น แนวคิดเรื่องการวัดทั้งกิจกรรมและผลลัพธ์นี้คล้ายกับการแยกแยะระหว่าง KPI กับ OKR ที่หลายองค์กรกำลังถกกัน

ตัวอย่าง KPI ฝ่ายความปลอดภัย HSE ที่ใช้ได้จริง

ต่อไปนี้คือกลุ่มตัวชี้วัดที่องค์กรไทยมักนำไปปรับใช้ แบ่งตามประเภท

ตัวชี้วัดตามที่นิยมใช้

  1. LTIFR (Lost Time Injury Frequency Rate) — อัตราความถี่ของการบาดเจ็บที่ทำให้หยุดงาน เป็นมาตรฐานสากลที่เทียบข้ามองค์กรได้
  2. TRIR (Total Recordable Incident Rate) — อัตราการเกิดเหตุที่ต้องบันทึกทั้งหมด ครอบคลุมกว้างกว่า LTIFR
  3. จำนวนวันทำงานที่สูญเสียจากการบาดเจ็บ (lost days) ในรอบเวลาที่กำหนด

ตัวชี้วัดนำที่นิยมใช้

  1. เปอร์เซ็นต์พนักงานที่ผ่านการอบรมความปลอดภัยตามแผน
  2. จำนวนการตรวจความปลอดภัยหน้างาน (safety inspection) ที่ทำได้จริงเทียบกับแผน
  3. จำนวนรายงานสภาพหรือการกระทำที่ไม่ปลอดภัย และเหตุเกือบเกิด (near miss) ที่ถูกแจ้งเข้ามา
  4. เปอร์เซ็นต์ของข้อบกพร่องที่ถูกแก้ไขภายในกำหนด (corrective action closure rate)

ข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ จำนวนรายงาน near miss ที่ “เพิ่มขึ้น” มักเป็นสัญญาณที่ดี ไม่ใช่สัญญาณร้าย เพราะมันแปลว่าวัฒนธรรมการแจ้งเหตุเปิดกว้างขึ้น คนกล้ารายงานก่อนที่เหตุเล็กจะกลายเป็นเหตุใหญ่ KPI ที่ออกแบบดีจึงไม่ควรลงโทษการรายงาน

สูตร LTIFR ที่เป็นมาตรฐาน

LTIFR เป็นตัวเลขที่ HR และฝ่ายความปลอดภัยควรรู้จัก สูตรมาตรฐานคือ

LTIFR = (จำนวนการบาดเจ็บที่ทำให้หยุดงาน × 1,000,000) ÷ ชั่วโมงทำงานรวมของพนักงานทั้งหมดในช่วงเวลานั้น

ตัวคูณหนึ่งล้านเป็นค่ามาตรฐานที่ทำให้เทียบกันได้ระหว่างองค์กรขนาดต่างกัน บางอุตสาหกรรมอาจใช้ตัวคูณ 200,000 (เทียบเท่าชั่วโมงทำงานของพนักงาน 100 คนต่อปี) ซึ่งให้ผลในสเกลที่ต่างกัน ดังนั้นเวลาเทียบตัวเลขระหว่างองค์กร ต้องเช็กก่อนว่าใช้ฐานเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติเพื่อให้เห็นภาพ สมมติว่าองค์กรหนึ่งมีการบาดเจ็บหยุดงาน 2 ครั้งในปี และมีชั่วโมงทำงานรวม 1,000,000 ชั่วโมง LTIFR จะเท่ากับ (2 × 1,000,000) ÷ 1,000,000 = 2.0 ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่ค่าอ้างอิงจริงของอุตสาหกรรมใด

ตั้ง KPI HSE อย่างไรไม่ให้สร้างแรงจูงใจผิดทาง

เมื่อ KPI ความปลอดภัยไปผูกกับการประเมินผลงานหรือค่าตอบแทน ต้องออกแบบอย่างระมัดระวัง มีหลักคิดที่ควรพิจารณา

ประการแรก ระวังการผูกโบนัสกับตัวชี้วัดตามเพียงตัวเดียว ถ้าเงินในกระเป๋าพนักงานขึ้นอยู่กับว่า “อุบัติเหตุเป็นศูนย์หรือไม่” สาเหตุหนึ่งที่อาจตามมาคือแรงจูงใจให้ปกปิดเหตุเล็ก ๆ ซึ่งเสี่ยงต่อการบดบังความเสี่ยงจริง ทางที่สมดุลกว่าคือให้น้ำหนักกับตัวชี้วัดนำที่อยู่ในการควบคุมของทีมได้จริง

ประการที่สอง แยกให้ชัดระหว่างผลงานของบุคคล กับผลลัพธ์ที่ขึ้นกับปัจจัยรวมขององค์กร ตัวชี้วัดตามอย่าง LTIFR สะท้อนผลรวมของทั้งระบบ การนำไปวัดผลงานรายบุคคลของเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยคนเดียวอาจไม่ยุติธรรม เพราะหลายปัจจัยอยู่นอกเหนือการควบคุมของเขา

ประการที่สาม ตั้งเป้าหมายที่ท้าทายแต่ทำได้ ตัวอย่างเช่น แทนที่จะเขียนว่า “อุบัติเหตุเป็นศูนย์” ซึ่งวัดแล้วได้แค่ผ่านหรือไม่ผ่าน ลองเสริมด้วยเป้าหมายเชิงกิจกรรม เช่น ตรวจความปลอดภัยครบตามแผน 100 เปอร์เซ็นต์ และปิดข้อบกพร่องภายในกำหนดไม่น้อยกว่าระดับที่ตกลงกัน เป้าหมายแบบนี้บอกทีมว่าต้องทำอะไรในแต่ละวัน ไม่ใช่แค่รอลุ้นผล

การออกแบบ KPI และระบบประเมินผลที่เชื่อมโยงกับเป้าหมายองค์กรโดยไม่สร้างแรงจูงใจผิดทาง เป็นงานที่ต้องวางโครงสร้างอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นหัวใจของ ระบบบริหารผลงาน (SPMS) ที่ออกแบบให้ตัวชี้วัดของแต่ละหน่วยงานสอดคล้องกับทิศทางองค์กร

สรุป

KPI ฝ่ายความปลอดภัย HSE ที่ดีไม่ได้วัดแค่ว่า “เกิดอุบัติเหตุกี่ครั้ง” แต่วัดทั้งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว (ตัวชี้วัดตาม) และกิจกรรมเชิงป้องกันที่ทำก่อนเกิดเหตุ (ตัวชี้วัดนำ) ควบคู่กัน การมีแต่ตัวชี้วัดตามอย่างเดียวเสี่ยงต่อการสร้างแรงจูงใจให้ปกปิดเหตุ ขณะที่ตัวชี้วัดนำช่วยให้ทีมโฟกัสกับสิ่งที่ควบคุมได้จริง

คำถามที่น่าเอากลับไปคิดต่อในองค์กรของคุณคือ ถ้าวันนี้ลองเปิดดู KPI ของฝ่ายความปลอดภัย มีกี่ตัวที่บอกว่าทีมกำลัง “ป้องกัน” อะไรอยู่ และมีกี่ตัวที่บอกแค่ว่า “เกิดอะไรไปแล้ว” สัดส่วนระหว่างสองด้านนี้บอกอะไรเกี่ยวกับวิธีที่องค์กรมองความปลอดภัยได้ไม่น้อย

คำถามที่พบบ่อย

KPI ฝ่ายความปลอดภัย HSE คืออะไร

คือตัวชี้วัดผลงานของหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม (Health Safety and Environment) ที่สะท้อนทั้งผลลัพธ์ด้านความปลอดภัย เช่น อัตราการบาดเจ็บ และพฤติกรรมเชิงป้องกัน เช่น การอบรมและการตรวจสอบ

ทำไม KPI HSE ไม่ควรนับแค่จำนวนอุบัติเหตุ

เพราะจำนวนอุบัติเหตุเป็นตัวชี้วัดตาม (lagging indicator) ที่บอกผลหลังเกิดเหตุแล้ว ถ้าตั้งแค่ตัวนี้ตัวเดียว อาจทำให้เกิดแรงจูงใจให้ปกปิดเหตุ องค์กรจึงควรเสริมตัวชี้วัดนำ (leading indicator) ที่วัดกิจกรรมเชิงป้องกันด้วย

LTIFR คำนวณอย่างไร

LTIFR (Lost Time Injury Frequency Rate) คือจำนวนการบาดเจ็บที่ทำให้หยุดงาน คูณด้วยหนึ่งล้าน หารด้วยชั่วโมงทำงานรวมของพนักงานทั้งหมดในช่วงเวลานั้น เป็นสูตรมาตรฐานสากลที่ทำให้เทียบกันได้แม้องค์กรมีขนาดต่างกัน

KPI HSE ควรผูกกับเงินเดือนหรือโบนัสหรือไม่

ผูกได้แต่ต้องระวัง ถ้าผูกกับตัวชี้วัดตามอย่างจำนวนอุบัติเหตุเพียงอย่างเดียว อาจเกิดแรงจูงใจให้ปกปิดเหตุ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือให้น้ำหนักกับตัวชี้วัดนำที่อยู่ในการควบคุมของทีมได้จริง


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี