ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ ออกแบบการเปลี่ยนแปลงให้เป็นธรรมกับพนักงานเดิมอย่างไร

การปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ให้เป็นระบบ มักเริ่มจากเหตุผลที่ดี เช่น เงินเดือนของคนในตำแหน่งเดียวกันกระจัดกระจาย หรือบริษัทโตขึ้นจนต้องมีกระบอกเงินเดือนที่อธิบายได้ แต่ผลที่ตามมาต่อพนักงานแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนได้ขึ้น บางคนอยู่เท่าเดิม และบางคนเงินเดือนปัจจุบันสูงกว่ากระบอกใหม่ บทความนี้เสนอวิธีวางแผนและลงมือทำให้การเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมกับคนเดิมมากที่สุด พร้อมบอกจุดที่ควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานตรวจ

บทความนี้เป็นแนวทางการออกแบบ ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย และไม่ได้ระบุว่าการเปลี่ยนแบบใดทำได้หรือทำไม่ได้ ประเด็นทางกฎหมายสรุปไว้ในหัวข้อ “ขั้นตรวจกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน” รายชื่อแหล่งอ้างอิงอยู่ท้ายบทความ

ขั้นที่ 1 ทำแผนที่ว่าใครได้รับผลกระทบ และอย่างไร

ก่อนตั้งตัวเลขใด ๆ ให้ทำตารางรายคน โดยเทียบเงินเดือนปัจจุบันกับกระบอกใหม่ของตำแหน่งนั้น แล้วจัดคนเป็นกลุ่ม

  1. อยู่ในกระบอกใหม่และไม่มีอะไรเปลี่ยน
  2. ต่ำกว่าขั้นต่ำของกระบอกใหม่ ต้องพิจารณาปรับขึ้น
  3. สูงกว่าขั้นสูงของกระบอกใหม่ (เรียกกันว่า red circle) ต้องวางแผนดูแลเป็นพิเศษ
  4. เงินที่ได้รับเป็นประจำนอกเหนือจากเงินเดือน เช่น ค่าตำแหน่งหรือเบี้ยต่าง ๆ ซึ่งการจัดระเบียบอาจกระทบ

ตารางนี้ทำให้เห็นก่อนว่าการเปลี่ยนแปลงกระทบกี่คน กระทบมากน้อยแค่ไหน และงบที่ต้องใช้เป็นเท่าไร ถ้ายังไม่คุ้นกับการวางกระบอก ดูโครงสร้างเงินเดือนคืออะไร และกระบอกเงินเดือนคืออะไรประกอบ

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายหลักการ บริษัทหนึ่งมีผู้ดูแลบัญชี 6 คน หลังวางกระบอกใหม่ พบว่า 3 คนอยู่ในกระบอก 1 คนต่ำกว่าขั้นต่ำ และ 2 คนสูงกว่าขั้นสูง การรู้ตัวเลขแบบนี้ก่อน ทำให้ฝ่ายบริหารเห็นว่าปัญหาจริงอยู่ที่ 3 คน ไม่ใช่ทั้งทีม ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ไม่ใช่ข้อมูลของบริษัทใดจริง

ขั้นที่ 2 ดูแลคนที่เงินเดือนสูงกว่ากระบอกใหม่

แนวคิดหนึ่งในการออกแบบโครงสร้างคือเริ่มจาก “ค่างาน” ของตำแหน่ง แล้วจึงวางกระบอกตามค่างานนั้น คนที่เงินเดือนปัจจุบันสูงกว่ากระบอกไม่ได้แปลว่าเขาทำผิดอะไร เพียงแต่เงินเดือนเดิมถูกตั้งไว้ก่อนมีกระบอกที่ชัดเจน

วิธีดูแลวิธีหนึ่งคือการกัน red circle ไว้เป็นกลุ่มต่างหาก แทนที่จะดึงตัวเลขของเขาลงมาให้เท่ากระบอก ทางเลือกที่พิจารณาได้ เช่น

  1. คงเงินเดือนปัจจุบันไว้ และยังไม่ปรับขึ้นจนกว่ากระบอกจะขยับมาครอบคลุม
  2. ให้ปรับขึ้นได้เฉพาะในรูปแบบอื่นที่ตกลงกัน เช่น โบนัสตามผลงาน ซึ่งไม่ดันเงินเดือนฐานให้สูงขึ้นไปอีก
  3. วางเส้นทางให้ย้ายไปตำแหน่งหรือระดับที่กระบอกครอบคลุมเงินเดือนเดิม ถ้าเนื้องานและความสามารถเอื้อ
  4. กำหนดจุดทบทวนเป็นรอบ เช่น ทุกปี ว่ากระบอกขยับไปแล้วหรือยัง และกรณีใดควรออกจากกลุ่ม red circle

รายละเอียดเรื่องการจัดการ red circle และ green circle อ่านต่อได้ที่จัดการ Red Circle Green Circle ในโครงสร้างเงินเดือนอย่างไร ทางเลือกแต่ละข้อมีต้นทุนและผลต่างกัน บริษัทควรเลือกจากงบ ความสำคัญของตำแหน่ง และความรู้สึกของคนในทีม แล้วบันทึกเหตุผลที่เลือกไว้

ขั้นที่ 3 เลือกว่าจะปรับทีเดียวหรือปรับเป็นขั้น

เมื่อมีคนที่ต่ำกว่ากระบอกใหม่ซึ่งต้องปรับขึ้น งบอาจไม่พอปรับทุกคนในรอบเดียว ทางเลือกที่พิจารณาได้

ทางเลือกลักษณะข้อดีข้อควรระวัง
ปรับครั้งเดียวปรับทุกคนถึงขั้นต่ำของกระบอกในรอบเดียวเรียบง่าย เห็นผลชัดใช้งบก้อนใหญ่
ปรับเป็นขั้นแบ่งปรับหลายรอบตามกำหนดเวลากระจายภาระงบต้องสื่อสารกำหนดการให้ชัด ไม่งั้นคนที่รอจะรู้สึกว่าถูกลืม
ปรับตามลำดับความสำคัญเริ่มจากตำแหน่งที่ช่องว่างมากหรือสำคัญต่อธุรกิจใช้งบตรงจุดต้องมีเกณฑ์ที่อธิบายได้ ไม่ใช่เลือกตามความสนิท
ผูกกับรอบทบทวนประจำปีใช้การปรับประจำปีเป็นช่องทางปรับให้เข้ากระบอกไม่เพิ่มรอบใหม่ผลลัพธ์ช้า และต้องแยกจากการประเมินผลงานให้ชัด

ไม่มีทางเลือกใดดีที่สุดสำหรับทุกบริษัท สิ่งสำคัญคือเลือกด้วยเกณฑ์ที่เปิดเผยได้ และใช้เกณฑ์เดียวกันกับทุกคนในกลุ่มเดียวกัน

ขั้นที่ 4 สื่อสารก่อนประกาศ

โครงสร้างใหม่ที่ออกแบบดี อาจสะดุดเพราะวิธีสื่อสาร ลำดับที่ควรพิจารณา

  1. ชี้แจงผู้บริหารและหัวหน้างานก่อน ให้อธิบายหลักการเดียวกันได้และตอบคำถามพื้นฐานได้
  2. คุยรายบุคคลกับคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม red circle ก่อนที่ข้อมูลจะไปถึงเขาทางอื่น
  3. อธิบายหลักการให้ทุกคนฟังว่าโครงสร้างตั้งอยู่บนค่างาน ไม่ได้วัดคนรายบุคคล
  4. เปิดช่องให้ถามและให้ข้อมูลเพิ่ม พร้อมบอกกำหนดเวลาที่จะตอบ

การคุยรายบุคคลควรมีข้อมูลครบก่อนคุย คือเงินเดือนปัจจุบัน กระบอกใหม่ ผลที่จะเกิดกับเขา และสิ่งที่บริษัทเสนอ ถ้าบอกไม่ได้ว่าจะเกิดอะไรกับเขา ควรรอจนบอกได้ แล้วค่อยนัดคุย

ขั้นที่ 5 บันทึกการตัดสินใจ

เมื่อมีคนถามภายหลังว่าทำไมเขาได้แบบนี้ คำตอบที่ดีที่สุดคือเอกสาร ควรบันทึกอย่างน้อย

  1. ตารางผลกระทบรายคนก่อนและหลังการเปลี่ยน
  2. ทางเลือกที่พิจารณา และเหตุผลที่เลือก
  3. เกณฑ์ที่ใช้จัดคนเข้ากลุ่ม และใครอนุมัติ
  4. บันทึกการสื่อสารกับพนักงานแต่ละคน
  5. ความเห็นหรือข้อสรุปจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน ถ้ามีการปรึกษา

ขั้นที่ 6 เปิดช่องทบทวนข้อโต้แย้ง

พนักงานบางคนจะเห็นว่าตัวเองถูกจัดผิดกลุ่ม หรือผลที่ได้ไม่ตรงกับที่เข้าใจ ควรมีช่องทางที่ชัดเจนก่อนประกาศ เช่น

  1. กำหนดช่วงเวลาที่รับคำขอทบทวน
  2. ระบุว่าใครเป็นผู้พิจารณา และไม่ควรเป็นหัวหน้าโดยตรงเพียงคนเดียว
  3. ตอบกลับเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเหตุผล
  4. ถ้าพบว่าจัดผิดจริง ให้แก้ไขและบันทึกไว้ เพื่อใช้กับกรณีอื่นที่เหมือนกัน

ขั้นตรวจกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน

การเปลี่ยนแปลงที่กระทบค่าตอบแทนของพนักงาน อาจมีประเด็นทางกฎหมายร่วมอยู่ด้วย บทความนี้ไม่ได้ตัดสินว่าการเปลี่ยนแบบใดต้องได้รับความยินยอมจากพนักงานหรือไม่ เพราะคำตอบขึ้นอยู่กับสัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัทและแต่ละกรณี บริษัทจึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานตรวจข้อเท็จจริงของตนก่อนประกาศหรือลงมือ

สิ่งที่ HR เตรียมให้ผู้เชี่ยวชาญได้ คือรายการเงินทุกก้อนที่พนักงานได้รับ และเอกสารที่เป็นข้อตกลง เช่น สัญญาจ้างและข้อบังคับ ส่วนตัวบทที่ช่วยให้เริ่มตั้งคำถามกับเงินแต่ละก้อนได้ คือนิยามคำว่า “ค่าจ้าง” ในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ซึ่งให้ความหมายไว้ว่า “เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็นค่าตอบแทนในการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาการทำงานปกติเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หรือระยะเวลาอื่น หรือจ่ายให้โดยคำนวณตามผลงานที่ลูกจ้างทำได้ในเวลาทำงานปกติของวันทำงาน” และ “ให้หมายความรวมถึงเงินที่นายจ้างจ่ายให้แก่ลูกจ้างในวันหยุดและวันลาที่ลูกจ้างมิได้ทำงาน แต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัตินี้” (มาตรา 5) บทความนี้ไม่ได้จัดประเภทว่าเงินก้อนใดเป็นค่าจ้างหรือไม่ เพราะต้องนำนิยามไปเทียบกับข้อตกลงและวิธีจ่ายจริงของแต่ละบริษัท เรื่องนี้อ่านต่อได้ในค่าจ้างกับเงินเดือนต่างกันทางกฎหมายอย่างไร

บทความนี้สรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไป ตามข้อความทางการที่ตรวจเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569 ก่อนนำไปปฏิบัติ ควรตรวจข้อความฉบับปัจจุบันจากแหล่งทางการหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน

ให้ใครช่วยมองจากภายนอก

ในหลายบริษัท HR ต้องเป็นทั้งคนออกแบบและคนชี้แจงในเรื่องเดียวกัน ซึ่งทำให้มองได้ยากว่าการตัดสินใจวางอยู่บนค่างานหรือบนความสัมพันธ์ส่วนตัว ถ้าทีม HR ทำเองได้ก็ดี แต่ถ้าอยากให้มีคนช่วยมองอีกมุมหนึ่ง การออกแบบโครงสร้างเงินเดือนอย่างเป็นระบบคือจุดที่เราเข้ามาเสริม ไม่ได้มาแทนทีม HR และไม่ได้มาแทนผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงาน

คำถามที่ชวนคิดทิ้งท้าย การเปลี่ยนแปลงที่บริษัทกำลังวางแผนอยู่ ตั้งต้นจากค่างานและความเป็นธรรม หรือตั้งต้นจากการอยากประหยัดต้นทุนเฉพาะหน้า และถ้าพนักงานที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดถามว่าทำไม บริษัทมีเอกสารที่อธิบายได้หรือยัง

แหล่งอ้างอิง

ตรวจข้อความเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ฉบับรวมการแก้ไขถึงฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ตัวบทของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่โดยกระทรวงแรงงาน (มาตรา 5): https://www.mol.go.th/wp-content/uploads/sites/2/1998/01/labour_protection_2541_new62.pdf
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2566 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 140 ตอนที่ 20 ก วันที่ 19 มีนาคม 2566: https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140A020N0000000005600.pdf ตรวจข้อความเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2569 พบว่าฉบับนี้เพิ่มเฉพาะมาตรา 23/1 เรื่องการทำงานนอกสถานประกอบกิจการ ไม่แก้ไขมาตราที่อ้างถึงในบทความนี้ ส่วนฉบับที่ออกหลังจากนี้ (ถ้ามี) ไม่ได้ตรวจ

คำถามที่พบบ่อย

ปรับโครงสร้างเงินเดือนใหม่ ต้องขอความยินยอมพนักงานหรือไม่

ขึ้นอยู่กับสัญญาจ้าง ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง และแนวคำพิพากษาที่เกี่ยวข้อง บทความนี้ไม่ได้ฟันธงว่าการเปลี่ยนแบบใดต้องขอความยินยอม บริษัทควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานตรวจข้อเท็จจริงของตนก่อนลงมือ

พนักงานที่เงินเดือนสูงกว่ากระบอกใหม่ควรดูแลอย่างไร

แนวทางหนึ่งในการออกแบบโครงสร้าง คือตรึงเงินเดือนปัจจุบันของคนกลุ่มนี้ไว้ในกลุ่มที่เรียกว่า red circle แล้วกำหนดแผนระยะเวลาและเงื่อนไขที่ชัดเจน เช่น ยังไม่ปรับขึ้นจนกว่ากระบอกจะขยับมาครอบคลุม แผนนี้ควรเขียนเป็นลายลักษณ์อักษรและให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานตรวจก่อนประกาศ

ควรสื่อสารกับพนักงานก่อนประกาศโครงสร้างใหม่หรือไม่

ควร เพราะพนักงานที่ได้ฟังเหตุผลและเห็นผลต่อตัวเองจากหัวหน้าหรือ HR ก่อน มักเข้าใจหลักการได้ดีกว่าการรู้จากประกาศรวม แต่ละบริษัทควรกำหนดลำดับการสื่อสารให้เหมาะกับขนาดและวัฒนธรรมของตนเอง

ก่อนปรับโครงสร้างเงินเดือน ควรเตรียมเอกสารอะไร

ควรมีรายชื่อพนักงานทั้งหมดพร้อมเงินเดือนและเงินอื่นที่ได้รับเป็นประจำ ตำแหน่งและกระบอกเดิมกับกระบอกใหม่ ผลต่อรายคน ทางเลือกที่พิจารณาและเหตุผลที่เลือก รวมถึงเอกสารที่เป็นข้อตกลงกับพนักงาน เช่น สัญญาจ้างและข้อบังคับ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแรงงานตรวจได้ครบ


Triple I HR Consulting

เผยแพร่โดย

Triple I HR Consulting

ทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description

อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี