i hr คืออะไร แนวคิดงาน HR ที่ยึดคน ข้อมูล และระบบเป็นศูนย์กลาง
i hr คือแนวคิดการทำงานทรัพยากรมนุษย์ที่ยึดคน ข้อมูล และระบบที่เชื่อมโยงกันเป็นศูนย์กลาง แทนการทำงาน HR แบบแยกส่วนที่งานสรรหา งานเงินเดือน และงานประเมินผลต่างคนต่างทำ หัวใจของแนวคิดนี้คือทุกการตัดสินใจเรื่องคนต้องมีข้อมูลจริงรองรับ และเชื่อมโยงกลับไปที่เป้าหมายขององค์กรได้เสมอ
บทความนี้จะอธิบายว่าแนวคิด i hr คืออะไร ต่างจากงาน HR แบบเดิมตรงไหน มีองค์ประกอบสำคัญอะไรบ้าง และองค์กรไทยควรเริ่มต้นวางระบบอย่างไรให้เห็นผลจริงโดยไม่ต้องลงทุนใหญ่ตั้งแต่วันแรก
i hr คืออะไร และใช้กรอบคิดอย่างไร
คำว่า i hr สื่อถึงการทำงาน HR ที่ตั้งอยู่บนสามเสาหลัก ซึ่งบังเอิญขึ้นต้นด้วยตัว i เหมือนกัน ได้แก่ คน (individual) คือการเห็นพนักงานเป็นรายบุคคลที่มีเส้นทางเติบโตต่างกัน ข้อมูล (information) คือการทำงานบนข้อมูลจริงมากกว่าความรู้สึก และระบบที่เชื่อมโยงกัน (integration) คือการทำให้ทุกงานของ HR เชื่อมโยงกันเป็นระบบเดียว ในบทความนี้ใช้คำว่า i hr เป็นกรอบคิดเพื่ออธิบาย ไม่ใช่คำศัพท์ทางการหรือเกณฑ์ที่ใช้กันเป็นสากล
ในทางปฏิบัติ องค์กรบางแห่งมีงาน HR ครบทุกด้านอยู่แล้ว แต่แต่ละด้านทำงานแยกกันเหมือนเกาะ งานสรรหาไม่รู้ว่าโครงสร้างเงินเดือนกำหนดกรอบไว้เท่าไร งานประเมินผลไม่ได้เชื่อมกลับไปที่คำบรรยายลักษณะงาน และข้อมูลพนักงานกระจายอยู่ในไฟล์คนละที่ ผลคือการตัดสินใจเรื่องคนอาจอาศัยความเคยชินมากกว่าเหตุผลที่อธิบายได้
แนวคิด i hr จัดวางงานที่มีอยู่ให้ข้อมูลไหลถึงกัน โดยไม่ต้องเพิ่มงานใหม่ เพื่อให้ทุกการตัดสินใจตรวจสอบย้อนกลับได้ และเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
i hr ต่างจากงาน HR แบบเดิมอย่างไร
ความต่างที่ชัดที่สุดอยู่ที่มุมมองต่อบทบาทของ HR งาน HR ที่ทำแบบแยกส่วนอาจเป็นงานตั้งรับและงานบริการ เช่น เปิดรับสมัครเมื่อมีตำแหน่งว่าง คำนวณเงินเดือนตามที่ตกลงไว้ และแจกแบบประเมินปีละครั้งตามรอบ งานเหล่านี้จำเป็น แต่ถ้าทำแบบแยกส่วนก็อาจไม่สร้างคุณค่าเชิงกลยุทธ์มากนัก
ในทางกลับกัน แนวคิด i hr มองงานทั้งหมดนี้เป็นวงจรเดียวที่ต่อเนื่องกัน คำบรรยายลักษณะงานกำหนดว่าตำแหน่งหนึ่งต้องทำอะไรและต้องมีสมรรถนะใด สมรรถนะนั้นถูกใช้ทั้งตอนสรรหาและตอนประเมินผล ผลการประเมินย้อนกลับไปบอกว่าใครควรได้รับการพัฒนาและใครควรได้ปรับผลตอบแทน และผลตอบแทนก็อยู่ภายในกรอบของโครงสร้างเงินเดือนที่ออกแบบไว้ล่วงหน้า
เมื่อทุกส่วนเชื่อมกัน HR จะตอบคำถามยาก ๆ ได้ด้วยข้อมูล เช่น ทำไมคนสองคนในตำแหน่งเดียวกันจึงได้เงินเดือนต่างกัน หรือทำไมพนักงานคนนี้จึงควรได้เลื่อนตำแหน่ง คำตอบที่มีข้อมูลรองรับแบบนี้คือสิ่งที่ต่างระหว่างงาน HR แบบเดิมกับแนวคิดที่ยึดคนและข้อมูลเป็นศูนย์กลาง
องค์ประกอบสำคัญของแนวคิด i hr
การจะทำให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นจริง องค์กรต้องวางองค์ประกอบพื้นฐานสามอย่างให้เชื่อมโยงกัน
องค์ประกอบแรกคือ คำบรรยายลักษณะงานที่ชัดเจน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่บอกว่าตำแหน่งหนึ่งมีเพื่ออะไร ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ใด และต้องใช้สมรรถนะแบบไหน หากไม่มีสิ่งนี้ งานสรรหาและงานประเมินก็จะขาดหลักยึดร่วมกัน องค์กรที่ต้องการวางรากฐานส่วนนี้ให้เป็นระบบสามารถดูแนวทางได้จากบริการ Smart JD ที่ช่วยออกแบบคำบรรยายลักษณะงานให้เชื่อมกับสมรรถนะและตัวชี้วัด
องค์ประกอบที่สองคือ โครงสร้างเงินเดือนที่อธิบายได้ เพื่อให้การจ่ายผลตอบแทนอยู่บนหลักการเดียวกันทั้งองค์กร แทนการต่อรองเป็นรายคน โครงสร้างเงินเดือนที่ดีจะกำหนดกรอบล่างและกรอบบนของแต่ละระดับงานไว้ ทำให้ทั้งการเสนอเงินเดือนผู้สมัครใหม่และการปรับขึ้นเงินเดือนมีเหตุผลรองรับ องค์กรที่ยังไม่มีกรอบนี้สามารถศึกษาแนวทางการวางระบบได้จากบริการ โครงสร้างเงินเดือน
องค์ประกอบที่สามคือ ระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน ที่ทำให้ผลงานของแต่ละคนวัดได้และเชื่อมกลับไปที่เป้าหมายองค์กร ระบบนี้เป็นตัวเชื่อมที่ทำให้ข้อมูลผลงานย้อนกลับไปพัฒนาคนและปรับผลตอบแทนได้อย่างมีหลักการ องค์กรที่ต้องการวางระบบประเมินให้เป็นระบบสามารถดูรายละเอียดได้จากบริการ SPMS ที่ช่วยออกแบบระบบบริหารผลการปฏิบัติงานให้เชื่อมโยงกับกลยุทธ์
เมื่อสามองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกัน แนวคิด i hr ก็กลายเป็นวิธีทำงานในแต่ละวัน
เริ่มต้นทำ i hr ในองค์กรไทยอย่างเป็นขั้นตอน
องค์กรไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกอย่างพร้อมกัน การเริ่มต้นที่ยั่งยืนควรทำทีละขั้นและใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ก่อน
ขั้นแรก ควรสำรวจว่าปัจจุบันข้อมูลเรื่องคนกระจายอยู่ที่ใดบ้าง ตั้งแต่ข้อมูลตำแหน่งงาน เงินเดือน ไปจนถึงผลการประเมิน การรวบรวมให้เห็นภาพเดียวจะช่วยให้เห็นช่องว่างที่ต้องแก้ก่อน
ขั้นที่สอง ควรจัดลำดับความสำคัญจากปัญหาที่เจ็บที่สุด หากปัญหาหลักคือการจ่ายเงินเดือนไม่มีหลักการ ก็ควรเริ่มที่โครงสร้างเงินเดือน หากปัญหาคือประเมินผลแล้วไม่มีใครยอมรับผล ก็ควรเริ่มที่ระบบประเมิน การเลือกจุดเริ่มจากปัญหาจริงจะทำให้เห็นผลเร็วและได้แรงสนับสนุนจากผู้บริหาร
ขั้นที่สาม ควรสร้างจุดเชื่อมระหว่างงานทีละคู่ เช่น เชื่อมคำบรรยายลักษณะงานเข้ากับเกณฑ์ประเมิน หรือเชื่อมผลประเมินเข้ากับกรอบการปรับเงินเดือน การเชื่อมทีละคู่ทำให้ระบบค่อย ๆ สมบูรณ์โดยไม่สร้างภาระเกินกำลัง
ขั้นสุดท้าย ควรกำหนดผู้รับผิดชอบร่วมกันระหว่าง HR กับหัวหน้างาน เพราะข้อมูลผลงานส่วนใหญ่เกิดขึ้นในหน่วยงาน ไม่ได้อยู่ที่ HR ฝ่ายเดียว เมื่อหัวหน้างานเข้าใจว่าทำไมต้องให้ข้อมูลและข้อมูลนั้นถูกใช้ทำอะไร ความร่วมมือจึงจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สรุป
แนวคิด i hr คือการยกระดับงาน HR จากงานที่ทำแบบแยกส่วนให้กลายเป็นระบบเดียวที่ยึดคน ข้อมูล และการเชื่อมโยงเป็นศูนย์กลาง หัวใจอยู่ที่การออกแบบให้คำบรรยายลักษณะงาน โครงสร้างเงินเดือน และระบบประเมินผลคุยกันได้บนข้อมูลจริง
องค์กรไทยที่เริ่มต้นจากปัญหาที่จับต้องได้และค่อย ๆ เชื่อมงานเข้าด้วยกัน จะพบว่าการตัดสินใจเรื่องคนมีเหตุผลรองรับมากขึ้น เป็นธรรมมากขึ้น และตรวจสอบย้อนกลับได้ ซึ่งเป็นเป้าหมายของแนวคิดนี้
คำถามที่พบบ่อย
i hr คืออะไร
i hr คือแนวคิดการทำงาน HR ที่ยึดสามเสาหลักเป็นศูนย์กลาง ได้แก่ คน (individual) ข้อมูล (information) และระบบที่เชื่อมโยงกัน (integration) แทนที่จะทำงาน HR แบบแยกส่วนเป็นงานสรรหา งานเงินเดือน และงานประเมินที่ไม่คุยกัน แนวคิดนี้เน้นให้ทุกงานของ HR ตั้งอยู่บนข้อมูลจริงและเชื่อมโยงกลับไปที่เป้าหมายองค์กร เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องคนมีเหตุผลรองรับและตรวจสอบได้
i hr ต่างจากงาน HR แบบเดิมอย่างไร
งาน HR ที่ทำแบบแยกส่วนอาจเป็นงานตั้งรับ เช่น สรรหาเมื่อมีตำแหน่งว่าง จ่ายเงินเดือนตามที่ตกลง และประเมินผลปีละครั้งตามแบบฟอร์ม ส่วนแนวคิด i hr มองงานเหล่านี้เป็นระบบเดียวที่ข้อมูลไหลถึงกัน โครงสร้างงานเชื่อมกับโครงสร้างเงินเดือน และผลการประเมินย้อนกลับไปพัฒนาคนและปรับผลตอบแทนได้อย่างมีหลักการ
องค์กร SME เริ่มทำ i hr ได้อย่างไร
องค์กรขนาดกลางและขนาดเล็กสามารถเริ่มจากการวางพื้นฐานสามอย่างก่อน คือ คำบรรยายลักษณะงานที่ชัดเจน โครงสร้างเงินเดือนที่อธิบายได้ และเกณฑ์ประเมินผลที่ผูกกับเป้าหมายจริง เมื่อสามอย่างนี้เชื่อมโยงกันแล้ว การขยับไปสู่แนวคิด i hr จะทำได้ทีละขั้นโดยไม่ต้องลงทุนระบบขนาดใหญ่ทันที
i hr จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์ราคาแพงหรือไม่
ไม่จำเป็น หัวใจของ i hr อยู่ที่แนวคิดและการออกแบบกระบวนการให้ข้อมูลเชื่อมโยงกัน ไม่ใช่ตัวซอฟต์แวร์ องค์กรสามารถเริ่มจากการจัดระเบียบข้อมูลบนเครื่องมือที่มีอยู่ให้เป็นระบบก่อน แล้วค่อยพิจารณาลงทุนระบบเมื่อกระบวนการชัดเจนและปริมาณข้อมูลมากพอที่จะคุ้มค่า
ใครควรเป็นเจ้าภาพในการทำ i hr
แนวคิด i hr ต้องการเจ้าภาพร่วมระหว่าง HR กับผู้บริหารและหัวหน้างาน เพราะข้อมูลผลงานและเป้าหมายส่วนใหญ่เกิดจากหน่วยงาน ไม่ได้อยู่ที่ HR ฝ่ายเดียว HR ทำหน้าที่วางระบบและดูแลมาตรฐาน ส่วนหัวหน้างานเป็นผู้ใช้ระบบและให้ข้อมูลจริงในแต่ละวัน
บทความที่เกี่ยวข้อง
เผยแพร่โดย
Triple I HR Consultingทีมที่ปรึกษาด้านโครงสร้างเงินเดือน ระบบประเมินผลงาน และ Job Description