ข้ามไปยังเนื้อหา
Triple I HR
← กลับไปบทความทั้งหมด

ทำไมพนักงานใหม่ลาออกใน 90 วัน และป้องกันได้อย่างไร

พนักงานใหม่ลาออกใน 90 วันแรกมักไม่ใช่เพราะเขา “ไม่เหมาะสม” กับงาน แต่เพราะกระบวนการตั้งแต่การสรรหาไปจนถึงการปฐมนิเทศไม่ได้ให้ข้อมูลและการสนับสนุนที่เพียงพอ ทำให้ความคาดหวังคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง และพนักงานตัดสินใจออกก่อนที่จะได้แสดงศักยภาพจริง

บทความนี้จะพาไปดูว่าปัจจัยใดบ้างที่มักอยู่เบื้องหลังการลาออกในช่วงนี้ และ SME ไทยจะปรับจุดใดได้บ้างเพื่อลดปัญหาดังกล่าว

90 วันแรกสำคัญต่อการรักษาพนักงานอย่างไร

ช่วง 90 วันแรกหลังเข้างานเป็นช่วงที่นักวิชาการด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์มักเรียกว่า “ช่วงประเมินซึ่งกันและกัน” (mutual evaluation period) องค์กรกำลังประเมินว่าพนักงานใหม่ทำงานได้ตามที่คาด และในเวลาเดียวกัน พนักงานก็กำลังประเมินว่าองค์กรตรงกับที่เขาจินตนาการไว้หรือไม่

ในทางปฏิบัติ ความรู้สึกไม่สอดคล้องในช่วงนี้มักนำไปสู่การลาออกเงียบ ๆ — พนักงานเริ่มหางานใหม่ตั้งแต่ยังไม่ครบเดือนที่สอง และยื่นใบลาออกก่อนที่ทีม HR จะรับรู้ปัญหา

ต้นทุนที่ตามมาไม่ใช่เพียงค่าสรรหาใหม่ แต่รวมถึงเวลาของผู้จัดการที่ต้องเริ่มกระบวนการใหม่ทั้งหมด และผลกระทบต่อขวัญกำลังใจของทีมที่ต้องรับภาระงานเพิ่ม

สาเหตุใดที่พบบ่อยในการลาออกช่วง 90 วัน

การศึกษาด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ระบุปัจจัยหลายประการที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจลาออกในช่วงแรก:

ความคาดหวังที่คลาดเคลื่อน — หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือพนักงานพบว่างานจริงแตกต่างจากที่ระบุในประกาศรับสมัครหรือที่ได้รับการบอกเล่าในการสัมภาษณ์ สมมติว่าประกาศงานระบุว่าตำแหน่ง “ผู้จัดการฝ่ายการตลาด” แต่งานจริงส่วนใหญ่คือการดูแลโซเชียลมีเดียและตอบแชทลูกค้า ความแตกต่างนี้ทำให้พนักงานรู้สึกว่าเขาไม่ได้ใช้ทักษะที่มีอย่างเต็มที่

กระบวนการปฐมนิเทศที่ไม่มีโครงสร้าง — พนักงานใหม่ที่ไม่ได้รับข้อมูลพื้นฐานอย่างเป็นระบบ เช่น กระบวนการทำงานของทีม ผู้รับผิดชอบงานแต่ละส่วน และเป้าหมายที่ชัดเจนในสัปดาห์แรก มักรู้สึกสับสนและไม่มั่นใจว่ากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่

การขาดการสื่อสารจากผู้จัดการ — ในองค์กรขนาดเล็กที่ผู้จัดการมีภาระงานมาก การเช็กอินกับพนักงานใหม่มักถูกเลื่อนออกไปโดยไม่ตั้งใจ ทำให้พนักงานรู้สึกโดดเดี่ยวและไม่แน่ใจว่าตัวเองได้รับการยอมรับในทีม

วัฒนธรรมองค์กรที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง — การบรรยายวัฒนธรรมองค์กรในระหว่างการสัมภาษณ์ที่ไม่ตรงกับสิ่งที่พนักงานพบจริงในชีวิตประจำวัน เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจเกี่ยวข้อง

ใบกำหนดหน้าที่งานที่คลาดเคลื่อนทำให้เกิดปัญหาอย่างไร

ใบกำหนดหน้าที่งาน (JD) ที่ไม่แม่นยำเปรียบเหมือนแผนที่ผิด — ผู้ที่ถือแผนที่จะเดินไปถึงจุดหมายที่ไม่ตรงกับที่ต้องการ และเมื่อรู้ตัวก็อาจสายเกินไปที่จะย้อนกลับโดยไม่เสียเวลา

ปัญหาที่พบบ่อยใน JD ที่ไม่มีประสิทธิภาพ ได้แก่:

  • ขอบเขตงานกว้างเกินไป — ระบุเพียง “ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมาย” โดยไม่ระบุว่างานหลักคืออะไร
  • ทักษะที่ต้องการไม่ชัดเจน — บอกว่าต้องการ “ทักษะการสื่อสารดี” แต่ไม่ระบุว่าต้องสื่อสารกับใคร ในบริบทใด
  • ระดับอาวุโสไม่สอดคล้องกับงานจริง — ประกาศรับ “ผู้บริหาร” แต่งานจริงไม่มีทีมให้บริหาร
  • ไม่ระบุตัวชี้วัดความสำเร็จ — พนักงานไม่รู้ว่าต้องทำอะไรให้สำเร็จภายในกี่เดือนแรก

Smart JD เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ HR และผู้จัดการเขียน JD ได้ครอบคลุมและตรงกับงานจริง ลดโอกาสที่ความคาดหวังจะคลาดเคลื่อนตั้งแต่ต้น

กระบวนการปฐมนิเทศที่ดีควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง

กระบวนการต้อนรับพนักงานใหม่ (onboarding) ที่มีประสิทธิภาพไม่จำเป็นต้องซับซ้อน แต่ต้องมีโครงสร้างที่ชัดเจนและทำซ้ำได้ สมาคมการบริหารทรัพยากรมนุษย์ระดับนานาชาติแนะนำว่ากระบวนการที่ดีควรครอบคลุมอย่างน้อย 4 มิติ ได้แก่ ข้อมูลองค์กร บทบาทและความรับผิดชอบ ความสัมพันธ์กับทีม และการติดตามประเมินผล

สำหรับ SME ไทย องค์ประกอบที่ควรพิจารณา ได้แก่:

สัปดาห์แรก — จัดเตรียมเอกสารแนะนำบริษัทและกระบวนการทำงานพื้นฐาน กำหนดผู้ดูแล (buddy) ในทีมที่พนักงานใหม่สามารถถามได้โดยตรง

สัปดาห์ที่ 2-4 — นัดสนทนาสั้นกับผู้จัดการเพื่อรับฟังความเข้าใจเกี่ยวกับงาน ตอบข้อสงสัย และปรับทิศทางหากมีจุดที่คลาดเคลื่อน

เดือนที่ 2-3 — ทบทวนเป้าหมาย 90 วันแรกร่วมกัน ให้ข้อมูลย้อนกลับอย่างเป็นทางการครั้งแรก และเปิดโอกาสให้พนักงานแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์ในช่วงที่ผ่านมา

เป้าหมาย 30-60-90 วันช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างไร

การกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนเป็นช่วง ๆ เป็นแนวทางที่ช่วยให้ทั้งพนักงานและผู้จัดการเห็นภาพตรงกัน

สมมติว่าตำแหน่ง “นักวิเคราะห์ข้อมูล HR” กำหนดเป้าหมายดังนี้:

  • 30 วันแรก — เรียนรู้ระบบและกระบวนการหลัก เข้าใจโครงสร้างข้อมูลที่ทีมใช้
  • 60 วัน — สามารถทำรายงานรายเดือนได้อิสระ ระบุจุดที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม
  • 90 วัน — เสนอแนวทางปรับปรุงกระบวนการหนึ่งอย่างพร้อมข้อมูลสนับสนุน

เมื่อพนักงานรู้ว่าถูกวัดจากอะไร และรู้ว่ากำลังทำได้ดีพอหรือไม่ โอกาสที่จะรู้สึกหลงทางและลาออกก็ลดลง

บทบาทของ HR และผู้จัดการต่างกันอย่างไรในช่วง 90 วันแรก

ความล้มเหลวในช่วง 90 วันมักเกิดจากการที่ HR และผู้จัดการไม่ได้รับผิดชอบบทบาทที่ชัดเจน ทำให้งานบางส่วนตกหล่น

ในทางหลักการ บทบาทควรแบ่งดังนี้:

HR รับผิดชอบกระบวนการด้านเอกสาร เตรียมสื่อแนะนำองค์กร ดูแลให้พนักงานได้รับสิทธิ์และอุปกรณ์ที่จำเป็นครบก่อนวันแรก และติดตามความพึงพอใจด้วยแบบสอบถามสั้น ๆ ในช่วงสิ้นเดือนแรก

ผู้จัดการ รับผิดชอบการให้บริบทของงาน กำหนดเป้าหมาย 90 วัน จัดเวลาสนทนาแบบตัวต่อตัวอย่างสม่ำเสมอ และให้ข้อมูลย้อนกลับที่เป็นรูปธรรมและทันเวลา

เมื่อทั้งสองฝ่ายทำงานสอดประสานกัน พนักงานใหม่จะรู้สึกว่ามีคนดูแลจากทั้งสองมิติ — ทั้งด้านระบบและด้านงานจริง

SME ควรเริ่มปรับปรุงจากจุดใดก่อน

สำหรับองค์กรขนาดเล็กที่ไม่มีทีม HR เต็มรูปแบบ จุดเริ่มต้นที่ให้ผลทันทีโดยไม่ต้องลงทุนมากคือการทบทวนใบกำหนดหน้าที่งาน ตามด้วยการสร้าง checklist onboarding อย่างง่าย

ขั้นที่ 1 — ทบทวน JD ทุกตำแหน่ง ตรวจสอบว่างานจริงตรงกับที่ระบุในเอกสารหรือไม่ หากมีช่องว่างมากให้ปรับให้สอดคล้องก่อนเปิดรับสมัครครั้งต่อไป บริการ Smart JD ช่วยในขั้นตอนนี้

ขั้นที่ 2 — สร้าง checklist สัปดาห์แรก ระบุสิ่งที่พนักงานใหม่ต้องรู้และทำในวันแรกจนถึงวันศุกร์ของสัปดาห์แรก รวมถึงชื่อคนที่ต้องรู้จักและระบบที่ต้องเรียนรู้

ขั้นที่ 3 — กำหนด buddy ในทีม เลือกพนักงานอาวุโสที่มีทักษะการสื่อสารดีและเต็มใจช่วยเหลือ ให้ทำหน้าที่เป็นจุดแรกที่พนักงานใหม่สามารถถามได้อย่างสบายใจ

ขั้นที่ 4 — นัดสนทนากับผู้จัดการในสัปดาห์ที่ 2 ใช้เวลาเพียง 30 นาที รับฟังว่าพนักงานเข้าใจงานถูกต้องหรือไม่ และตอบข้อสงสัยที่สะสมมา

ขั้นที่ 5 — ส่งแบบสอบถามสั้นในสิ้นเดือนแรก ถามคำถาม 3-5 ข้อเกี่ยวกับความชัดเจนของงาน การสนับสนุนที่ได้รับ และสิ่งที่อยากให้ปรับปรุง ข้อมูลนี้ช่วยให้ HR รับรู้ปัญหาก่อนที่จะพัฒนาเป็นเหตุลาออก

สำหรับองค์กรที่ต้องการพัฒนากระบวนการประเมินผลงานควบคู่ไปด้วย บทความ การวัดผลงานด้วย KPI และ OKR ให้ภาพรวมที่เป็นประโยชน์ในการออกแบบเป้าหมายที่วัดได้สำหรับพนักงานใหม่


ถ้าองค์กรของคุณกำลังเผชิญกับปัญหาพนักงานใหม่ลาออกบ่อยในช่วง 90 วันแรก ทีมที่ปรึกษา Triple I พร้อมช่วยวิเคราะห์จุดที่ควรปรับปรุงในกระบวนการสรรหาและปฐมนิเทศ ตั้งแต่การออกแบบ JD ที่ตรงกับงานจริงไปจนถึงการวางโครงสร้าง onboarding ที่ทำซ้ำได้ นัดคุยฟรีกับ Triple I เพื่อเริ่มต้นปรับปรุงได้เลย

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมพนักงานใหม่ถึงลาออกใน 90 วันแรก

หนึ่งในปัจจัยที่พบบ่อยคือความคาดหวังที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง เมื่อใบกำหนดหน้าที่งานหรือคำบอกเล่าในการสัมภาษณ์ไม่ตรงกับงานจริง พนักงานมักรู้สึกว่าถูกหลอก และตัดสินใจออกเร็วกว่าที่คาด นอกจากนี้การขาดการสนับสนุนในช่วงแรกยังเป็นปัจจัยสำคัญอีกด้วย

90 วันแรกสำคัญแค่ไหนสำหรับพนักงานใหม่

ช่วง 90 วันแรกเป็นช่วงที่พนักงานใหม่กำลังตัดสินใจว่าจะอยู่กับองค์กรต่อหรือไม่ เขาสังเกตวัฒนธรรมองค์กร ประเมินความสอดคล้องระหว่างงานกับความคาดหวัง และสร้างความสัมพันธ์กับทีม หากช่วงนี้ไม่ได้รับการดูแลที่เหมาะสม โอกาสที่เขาจะลาออกก่อนสิ้นไตรมาสแรกก็สูงขึ้น

ค่าใช้จ่ายในการสรรหาพนักงานใหม่มาทดแทนคนที่ลาออกใน 90 วันเป็นอย่างไร

ต้นทุนการสรรหาทดแทนครอบคลุมทั้งค่าโฆษณา เวลาของ HR และผู้จัดการที่ใช้สัมภาษณ์ ค่าอบรมเริ่มต้น และระยะเวลาที่ตำแหน่งว่างโดยไม่มีคนทำงาน สำหรับตำแหน่งระดับปฏิบัติการ ต้นทุนเหล่านี้รวมกันอาจเทียบเท่ากับเงินเดือนหลายเดือน ยิ่งในองค์กรขนาดเล็กที่ทุกคนมีบทบาทสำคัญ ผลกระทบยิ่งชัดเจน

ใบกำหนดหน้าที่งานช่วยลดการลาออกใน 90 วันได้อย่างไร

ใบกำหนดหน้าที่งาน (JD) ที่ชัดเจนและครบถ้วนช่วยให้ผู้สมัครประเมินตัวเองได้ตรงก่อนตัดสินใจสมัคร เมื่อคนที่เข้ามาเข้าใจขอบเขตงาน ทักษะที่ต้องใช้ และวิธีประเมินผลงานอย่างแม่นยำ โอกาสที่จะรู้สึกว่างาน 'ไม่ตรงปก' ก็ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

SME ที่ไม่มีทีม HR เต็มรูปแบบจะออกแบบกระบวนการต้อนรับพนักงานใหม่ได้อย่างไร

SME สามารถเริ่มจากสิ่งที่เรียบง่ายและทำซ้ำได้ เช่น เตรียม checklist งานสัปดาห์แรก กำหนดผู้ดูแล (buddy) ในทีม และนัดสนทนาสั้นกับผู้จัดการในสัปดาห์ที่ 2 และ 4 โครงสร้างเหล่านี้ไม่ต้องการระบบซับซ้อนแต่ช่วยให้พนักงานรู้สึกว่ามีคนสนใจความก้าวหน้าของเขา


อยากปรึกษาเรื่องนี้เพิ่มเติม?

นัดคุย 30 นาทีฟรี ไม่มีการขายในรอบแรก แค่เล่าให้เราฟัง

นัดคุยฟรี